‘นิทัศน์’ ซีอีโอ ‘ราช กรุ๊ป’ เปิดโรดแมปภารกิจ 5 ด้าน เกาะติด ศก.ไทย-จีโอโพลิติก
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดตัว นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือซีอีโอคนใหม่ เริ่มทำงานเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมาทำงานเกือบครบ 1 เดือน ได้ฤกษ์เปิดตัวแผนงานตลอดวาระ 4 ปีจากนี้
ซีอีโอนิทัศน์ให้ข้อมูลว่า จะขับเคลื่อนราช กรุ๊ป สู่เป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมประกาศเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 (พ.ศ.2593) ด้วยแนวคิด “ทำแล้ว ทำต่อ ทำให้ดีขึ้น”
ผ่านภารกิจสำคัญ 5 ด้าน ประกอบด้วย 1.กลยุทธ์ธุรกิจ ทั้งธุรกิจผลิตไฟฟ้า ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก และธุรกิจนอกภาคผลิตไฟฟ้า หรือ Non-power เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถสร้างมูลค่าและคุณค่าระยะยาวให้กับบริษัท อีกทั้งรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง 2.การลงทุน ที่มุ่งเน้นสร้างความสมดุลระหว่างการเข้าซื้อกิจการที่ดำเนินการแล้ว และการพัฒนาโครงการใหม่ เพื่อรักษากระแสเงินสดและอัตราผลตอบแทนให้เหมาะสม
3.การบริหารสินทรัพย์ โดยให้ความสำคัญกับโรงไฟฟ้าเพื่อให้เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีความมั่นคงเชื่อถือได้สำหรับประเทศและลูกค้า ตลอดจนสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอให้กับบริษัท 4.การบริหารการเงิน ให้พร้อมสำหรับการขยายธุรกิจของบริษัท ทั้งในประเทศและต่างประเทศและเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น และ 5.การบริหารทรัพยากรบุคคล ด้วยการเสริมและพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับธุรกิจในอนาคต รวมถึงการเน้นย้ำแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในกระบวนการทำงานและการดำเนินธุรกิจ โดยยึดมั่นธรรมาภิบาล คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม ด้วยเชื่อมั่นว่าเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะรองรับองค์กรให้สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
โดยธุรกิจโครงการประเภทเชื้อเพลิงหลัก บริษัทจะพิจารณาลงทุนในประเทศที่ยังคงมีแผนใช้เชื้อเพลิงประเภทนี้ โดยจะเน้นที่ก๊าซธรรมชาติเป็นสำคัญเพราะยังได้รับการยอมรับในช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงาน และสามารถเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงประเภทอื่นได้ ซึ่งประเทศไทยและอินโดนีเซียยังมีโอกาสที่ดี
ส่วนโครงการพลังงานทดแทน ยังคงเดินหน้าสานต่อเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตให้สำเร็จไม่น้อยกว่า 30% ในปี 2573 เพื่อสนับสนุนโรดแมปการลดก๊าซเรือนกระจกของบริษัท และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ของประเทศด้วย สำหรับประเทศที่อยู่ในความสนใจลงทุนจะเป็นฐานธุรกิจเดิมของบริษัท ได้แก่ ประเทศไทย ออสเตรเลีย สปป.ลาว อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
ทั้งนี้ บริษัทได้วางแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าปี 2567-2573 มีเป้าหมายเพิ่มขึ้นปีละ 700 เมกะวัตต์ ปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่อยู่ในมือรวมประมาณ 4,340 เมกะวัตต์
ด้านธุรกิจ Non-power บริษัทพิจารณาที่จะขยายการลงทุนครอบคลุมทั้งห่วงโซ่คุณค่าของระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานซึ่งรวมถึงระบบโลจิสติกส์ เช่นเดียวกับธุรกิจบริการสุขภาพ
นอกจากนี้ ยังเพิ่มน้ำหนักกับเชื้อเพลิงในอนาคต โดยเฉพาะไฮโดรเจน รวมถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพของสินทรัพย์ ได้แก่ เทคโนโลยีการประหยัดพลังงาน การนำดิจิทัลเข้ามาใช้เพื่อบริหารต้นทุนและระบบดักจับ ใช้ประโยชน์และกักเก็บคาร์บอน เป็นต้น โดยยังคงเป้าหมายรายได้จากธุรกิจกลุ่มนี้ที่ 5% ในปี 2570
“ปีนี้ราช กรุ๊ป ตั้งเป้าหมายการลงทุนไว้ 15,000 ล้านบาท ปัจจุบันลงทุนแล้ว 10-20% ส่วนใหญ่อยู่ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมหินกอง หน่วยที่ 2 กำลังผลิต 700 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ ต.หินกอง อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ หรือซีโอดี เดือนมกราคม 2568 หลังจากหน่วยที่ 1 กำลังผลิต 700 เมกะวัตต์ เช่นกันเปิดดำเนินการแล้วเมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา โดยปีนี้มั่นใจลงทุนตามแผนแน่นอน” ซีอีโอนิทัศน์ระบุ
ซีอีโอนิทัศน์ระบุอีกว่า นอกเหนือจากการลงทุนสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มแล้ว การบริหารสินทรัพย์และการเงินก็ได้วางแนวทางที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้ให้มีความสม่ำเสมอและรักษาผลตอบแทนการลงทุนให้กับบริษัท รวมทั้งผู้มีส่วนได้เสียในระดับที่สมเหตุสมผล รวมทั้งสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยผนวกเข้าไปในกระบวนการทำงานภายในทั้งองค์กรและบริษัทในเครือ
นอกจากนี้ บริษัทจะสานต่อและยกระดับการดำเนินงานสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยเฉพาะประเด็นที่มีนัยสำคัญต่อบริษัท ประกอบด้วย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผูกพันกับชุมชน สิทธิมนุษยชน ความพึงพอใจของลูกค้า การบริหารซัพพลายเชน การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ความปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ซีอีโอนิทัศน์ระบุถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทย 2567 ต่อภาพรวมการลงทุนของราช กรุ๊ป ว่า เป้าหมายหลักของราช กรุ๊ป คือการสร้างความมั่นคงทางโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศไทยเพื่อดูแลประชาชนคนไทย โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้า และธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ด้วยปัจจัยเศรษฐกิจไทยเวลานี้ที่เผชิญกับต้นทุนสูงทั้งดอกเบี้ย ค่าแรง ในส่วนของราช กรุ๊ป มีแผนการควบคุมต้นทุนตลอดจนลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น พร้อมเดินหน้าลงทุนโครงการใหม่ทั้งกลุ่มพาวเวอร์และนอนพาวเวอร์เข้มข้นในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ของปีนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการลงทุนของประเทศ
ขณะนี้รัฐบาลมุ่งส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมสีเขียว เทคโนโลยีสูง ซึ่งอุตสาหกรรมเหล่านี้นักลงทุนทั่วโลกมีความเชี่ยวชาญ สนใจลงทุนไทย แต่มีเงื่อนไขคือพลังงานอย่างไฟฟ้าต้องเป็นสีเขียวด้วย ราช กรุ๊ปพร้อมสนับสนุนนักลงทุนเหล่านี้ หากติดต่อเข้ามาก็พร้อม นอกจากนี้ ราช กรุ๊ปยังพร้อมลงทุน ดาต้า เซ็นเตอร์ ด้านพลังงานสีเขียวเช่นกัน ปัจจุบันมีพื้นที่พร้อมรับการลงทุนประมาณ 3,000 ไร่ ใน จ.ราชบุรี หากรัฐบาลมีการเดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริง มีนักลงทุนต่างชาติพร้อม ราช กรุ๊ปก็พร้อมดำเนินการลงทุนด้านนี้
สำหรับปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ หรือจีโอโพลิติก ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก ซีอีโอนิทัศน์แสดงความเห็นว่า จีโอโพลิติก คือ ปัจจัยสำคัญที่ราช กรุ๊ป ให้ความสำคัญและจับตาอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม หากดูจากประเทศที่ราช กรุ๊ป เข้าไปขยายการลงทุนจะพบว่าเป็นประเทศที่ไม่มีปัญหาด้านนี้ อาทิ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว เวียดนาม
“บริษัทต้องการความแน่นอนในการดำเนินธุรกิจ ผลประกอบการ ไม่ทำให้เกิดความเสี่ยง ยอมรับว่าหลายประเทศมีศักยภาพในการเข้าลงทุนแต่เมื่อศึกษาอย่างละเอียดพบว่ามีความเสี่ยงก็ตัดสินใจไม่ลงทุน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะตามมา” ซีอีโอนิทัศน์ทิ้งท้าย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘นิทัศน์’ ซีอีโอ ‘ราช กรุ๊ป’ เปิดโรดแมปภารกิจ 5 ด้าน เกาะติด ศก.ไทย-จีโอโพลิติก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th