โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เกิดใหม่มาเป็นแม่ของตัวร้ายในนิยายรัก

นิยาย Dek-D

เผยแพร่ 10 พ.ค. 2567 เวลา 15.23 น. • BBNanz
เฉินหยูเฟย นักธุรกิจสาวที่ชื่นชอบการอ่านนิยาย เธอหลุดเข้ามาในนิยายที่อ่าน เธอได้กลายเป็นแม่ของตัวร้ายที่ตายตอนจบ แล้วเธอจะต้องทำยังไง เพื่อให้เธอและลูกไม่ให้มีชีวิตเลวร้ายอย่างในนิยาย

ข้อมูลเบื้องต้น

เฉินหยูเฟย นักธุรกิจสาวผู้ประสบความสำเร็จ ชีวิตพลิกผันเมื่อเธอหลุดเข้าไปในนิยายที่เพิ่งอ่านจบ นิยายเรื่องนั้นเต็มไปด้วยตัวละครหลากหลาย แต่เฉินหยูเฟยกลับพบว่าตัวเองไม่ได้เป็นนางเอก แต่กลายเป็นนางร้ายที่ชื่อ "เฉินหยูเฟย" ตัวนางร้ายในเรื่อง

ในนิยาย "เฉินหยูเฟย" ตัวละครที่มีชื่อเดียวกับเธอ นางร้ายคนนั้นทั้งสวย รวย แต่ไร้หัวใจ แต่งงานกับ "หลี่เหวินเฉิง" ชายหนุ่มผู้แสนดี มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน แต่เธอกลับไม่เคยรักสามี ไม่เคยดูแลลูกชาย เอาแต่ใช้ชีวิตหรูหรา ฟุ่มเฟือย และคอยหาเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับนางเอกที่เป็นแม่ดอกบัวขาว สุดท้ายเธอก็ต้องตายด้วยน้ำมือของพระเอก

หยูเฟยตัดสินใจแล้ว เธอจะไม่เดินตามรอยเดิมของตัวละคร เธอจะใช้ชีวิตใหม่ในร่างนี้ แก้ไขความผิดพลาดทั้งหมด และปกป้องลูกชายของเธอให้ห่างไกลจากการเป็นตัวร้าย

แต่เฉินหยูเฟยในนิยายเวอร์ชั่นนี้ ไม่ใช่เฉินหยูเฟยที่อ่อนแอ ไร้ค่า เธอคือผู้หญิงแกร่งกล้า ชาญฉลาด เฉียบแหลม ประสบการณ์จากการเป็นนักธุรกิจหล่อหลอมให้เธอเป็นผู้หญิงที่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค เมื่อเธอตระหนักถึงชะตากรรมอันเลวร้ายที่รออยู่ เฉินหยูเฟยตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตัวเอง

แต่งนิยายจีน มาถึงนิยายเรื่องใหม่ของไรท์กันแล้วนะคะ นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นตามจิตนาการของไรท์เอง ทุกอย่างเป็นการสมมุติขึ้น หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะ

เกิดใหม่

เฉินหยูเฟย หญิงสาววัย 29 ปี ผู้คร่ำหวอดในโลกธุรกิจ เธอคือทายาทของตระกูลเฉิน ธุรกิจค้าส่งขนาดยักษ์ที่โด่งดังไปทั่วแผ่นดินจีน

ชีวิตของเธอกลิ้งผันอย่างรวดเร็ว เมื่อสูญเสียพ่อแม่จากอุบัติเหตุตอนเธออายุเพียง 24 ปี เฉินหยูเฟยที่ยังอ่อนประสบการณ์ จำต้องแบกรับภาระหนักอึ้งในการกอบกู้ธุรกิจที่กำลังสั่นคลอน

ด้วยความรับผิดชอบและภาระที่ถาโถมเข้ามา เฉินหยูเฟยตัดสินใจก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจ เธอเรียนรู้ทุกอย่างจากบริษัทของพ่อ ด้วยความมุ่งมั่นและความเฉลียวฉลาด เธอพลิกฟื้นบริษัทที่กำลังประสบปัญหาให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และสร้างอาณาจักรธุรกิจมหาศาลขึ้นมาจนเป็นที่ยอมรับในที่สุด เฉินหยูเฟยกลายเป็นนักธุรกิจหญิงที่น่าเกรงขาม นำพาธุรกิจของครอบครัวให้กลับมายิ่งใหญ่ดังเดิม จนได้รับฉายาว่า "นักธุรกิจมือทอง"

แม้จะยุ่งวุ่นกับธุรกิจแค่ไหน เฉินหยูเฟยก็พยายามหาเวลาให้น้องชายเสมอ เธอเป็นทั้งพี่สาว เพื่อน และที่ปรึกษาที่ดีที่สุดของเฉินหลี่ ความผูกพันของพี่น้องคู่นี้แน่นแฟ้น เป็นกำลังใจให้กันและกันเสมอมา

ยามว่าง เฉินหยูเฟยมักใช้เวลาอ่านนิยายเพื่อผ่อนคลาย หนึ่งในนิยายที่เธอโปรดปรานคือเรื่อง "รักร้าย" นิยายโรแมนติกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยเรื่องราวความรัก การต่อสู้

ตัวละครที่เฉินหยูเฟยสนใจมากที่สุดคือ "เฉินหยูเฟย" นางร้ายในนิยายที่มีชื่อเดียวกับเธอ นางร้ายคนนี้ถูกครอบครัวทอดทิ้ง เติบโตมาด้วยความยากลำบาก และต้องเผชิญกับอคติจากสังคม ด้วยความแค้น เธอจึงเลือกเส้นทางที่มืดมิด กลายเป็นนางร้ายที่ทุกคนเกลียดชัง

เฉินหยูเฟยรู้สึกสงสารนางร้ายในนิยายคนนี้ เธอคิดเสมอว่าหากเธอมีโอกาส เธอจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของนางร้ายคนนี้

ในเช้าวันรุ่งขึ้น เฉินหยูเฟยเตรียมตัวเดินทางไปเซ็นสัญญาธุรกิจที่ต่างประเทศ เธอตื่นเต้นกับโอกาสครั้งใหม่นี้ ขณะขึ้นเครื่องบิน เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง มองท้องฟ้ากว้างใหญ่ไพศาลโดยไม่รู้เลยว่า ชะตากรรมของเธอ กำลังจะพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง

ทันใดนั้น เครื่องบินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ไฟสว่างวาบ เสียงกรีดร้องระงมไปทั่ว เฉินหยูเฟยรู้สึกเหมือนถูกดูดกลืนเข้าไปในความมืดมิด

เมื่อเธอฟื้นขึ้นมา พบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องนอนที่ห้องนอนที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ร่างกายรู้สึกอ่อนแรง

เฉินหยูเฟยพยายามลุกขึ้น แต่ร่างกายกลับเซไปชนโต๊ะเครื่องแป้ง ล้มลงนั่งไป มองไปที่กระจกข้างหน้า

ใบหน้าที่สะท้อนออกมาในกระจกเป็นหญิงสาวที่งดงาม เธอไม่เคยเห็นใบหน้าแบบนี้มาก่อน ดวงตาน้ำตาล ริมฝีปากอิ่มเอิบ ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน?" เฉินหยูเฟยพึมพำกับตัวเอง

ทันใดนั้น ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอก็ไหล่เข้ามาในหัว ดั่งสายน้ำท่วม เฉินหยูเฟยรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงความทรงจำอันเลือนราง

เจ้าของร่างเดิม เป็นหญิงสาวมีแต่ความเย็นชา จากการถูกกระทำในครอบครัวของเธอ ทำให้เธอเป็นคนไม่สนใจใคร ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว หรือแม้แต่สามีของเธอ เธอไม่เคยรู้สึกถึงความรักต่อใครสักคน แม้แต่ลูกชายที่เกิดจากเธอก็ถูกปฏิบัติด้วยความเย็นชา

ชีวิตประจำวันของเฉินหยูเฟย เต็มไปด้วยความฟุ่มเฟือย เธอใช้เวลากับการแต่งตัว ช้อปปิ้ง และใช้จ่ายเงินอย่างไม่คิด ชีวิตของเธอดูราวกับว่าเงินทองไม่มีวันหมด เธอไม่เคยสนใจธุรกิจของสามี

นักเขียนไม่ได้บรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับคุณหลี่ สามีของเธอมากนัก รู้เพียงว่าเขาเป็นรู้เพียงว่าคุณหลี่ได้เสียชีวิตอย่างอย่างกะทันหันจากอุบัติเหตุ หลังจากไปตรวจดูธุรกิจที่เมืองกวางโจว และเขาก็เป็นพ่อของตัวร้ายในนิยายภาคต่อรุ่นลูก เขาเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แต่น่าเสียดายที่เขาอายุสั้น เขาได้เสียชีวิตตอนลูกชายของเธออายุ 3 ขวบ และเธอก็จะกลายเป็นหญิงม่ายที่ร่ำรวย เธอได้รับมรดกจากสามีหลังจากที่เขาเสียชีวิต ชีวิตของเธอพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อสูญเสียสามี "คุณหลี่" จากอุบัติเหตุเฉียบพลัน เธอเหลือเพียงลูกชายวัย 3 ขวบ และมรดกมหาศาล

ในตอนแรก เฉินหยูเฟย รู้สึกโศกเศร้าเสียใจ แต่ความเศร้าโศกนั้นจางหายไปพร้อมกับกองเงินมหาศาลที่เธอได้รับ เธอเริ่มใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือย ซื้อของแบรนด์เนม เที่ยวต่างประเทศ ราวกับว่าเงินทองไม่มีวันหมดสิ้น

เฉินหยูเฟย ไร้ซึ่งความรู้ด้านธุรกิจ ธุรกิจที่เคยรุ่งเรืองของสามี เริ่มดิ่งเหวหลังการจากไปของเขา เธอลุ่มหลงไปกับวัตถุนิยม ไม่สนใจดูแลกิจการ ปล่อยให้ลูกน้องฉวยโอกาส ทุจริต คอร์รัปชั่น สุดท้าย เธอก็ต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่

ธุรกิจล้มละลาย หนี้สินล้นพ้นตัว เฉินหยูเฟย สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง บ้านที่เคยอยู่อาศัยถูกยึด ของแบรนด์เนมถูกนำไปขายทอดตลาด เธอต้องหางานทำเพื่อเลี้ยงชีพและลูกชาย

ในช่วงเวลาที่มืดมนนั้น เฉินหยูเฟย ได้พบกับ "เย่เฉินฟาง" ชายหนุ่มหน้าตาดี หล่อเหลา ร่ำรวย เขาเป็นเหมือนแสงสว่างในชีวิต เฉินหยูเฟย รู้สึกตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกพบ เธอพยายามหาโอกาสใกล้ชิด สร้างความประทับใจ หวังว่าเขาจะเป็นคนที่จะช่วยพาเธอออกจากนรกนี้

แต่เส้นทางความรักในครั้งนี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เฉินหยูเฟย ค้นพบความจริงอันโหดร้ายว่า เย่เฉินฟาง กลับตกหลุมรักนางเอกของเรื่องที่เป็นดั่งแสงจันทร์ขาวอย่าง "หลินชิงหยวน"

หลินชิงหยวน หญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความอ่อนหวาน บริสุทธิ์ ต่างจากเฉินหยูเฟยโดยสิ้นเชิง เฉินหยูเฟย รู้สึกหึงหวง โกรธแค้น ไฟแห่งความริษยาค่อยๆ กัดกินหัวใจของเธอ เธอเริ่มกลั่นแกล้ง หลินชิงหยวน หาทางขัดขวางความสัมพันธ์ของพวกเขา

ความขัดแย้งระหว่าง เฉินหยูเฟย และ หลินชิงหยวน ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เฉินหยูเฟย หมกมุ่นอยู่กับความคิดที่จะกำจัดหลินชิงหยวน เธอวางแผนร้ายสารพัด เธอพยายามทำลายชื่อเสียง ลอบทำร้าย และวางยาพิษ แต่โชคชะตาก็ยังคงเมตตาหลินชิงหยวน แผนการของเฉินหยูเฟย ล้มเหลวทุกครั้ง

ในที่สุด เฉินหยูเฟย ก็ตัดสินใจลงมือด้วยตัวเอง เธอวางแผนลักพาตัวหลินชิงหยวน ไปขังไว้ในโกดังร้าง แต่แล้วแผนการของเธอก็ถูกล้มเหลว เธอถูกจับ และถูกฆ่าตายโดยพระเอกของเรื่องนี้

เมื่อเฉินหยูเฟย เสียชีวิต ลูกชายของเธอก็ได้ถูกส่งไปอยู่บ้านเด็กกำพร้า ชีวิตที่สดใสพังทลายลงสิ้น ในภาคต่อรุ่นลูกของนิยายรักร้าย ชะตากรรมของลูกชายเฉินหยูเฟย กลับพลิกผัน เขาเติบโตขึ้น กลายเป็นชายหนุ่มเย็นชา มืดมน เต็มไปด้วยความแค้น และกลายเป็นตัวร้ายที่คอยสร้างความวุ่นวายให้กับตัวละครหลัก

ในเมื่อเธออยู่ตรงนี้ เฉินหยูเฟยตระหนักถึงชะตากรรมอันเลวร้ายที่รออยู่ข้างหน้า เธอตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตัวเองและครอบครัวของเจ้าของร่างนี้

"ไม่นะ! ฉันจะไม่ยอมตายแบบนั้น!" หยูเฟยกำหมัดแน่น รู้สึกถึงความโกรธและไม่ยินยอม

หยูเฟยตัดสินใจแล้ว เธอจะไม่เดินตามรอยเดิมของตัวละคร เธอจะใช้ชีวิตใหม่ในร่างนี้ แก้ไขความผิดพลาดทั้งหมด และปกป้องลูกชายของเธอให้ห่างไกลจากการเป็นตัวร้าย

หยูเฟยเดินไปที่เตียงเด็ก อุ้มลูกชายตัวน้อยขึ้นมา ใบหน้าของเด็กน้อยเปื้อนน้ำลาย ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข หยูเฟยรู้สึกอบอุ่นหัวใจ

"ซินเจ๋อ แม่จะดูแลลูกเอง แม่สัญญาว่าจะไม่ทิ้งลูกไปไหนอีก" หยูเฟยกระซิบเบาๆ โอบกอดลูกชายไว้แน่น

คืนเข้าห้องหอที่ไร้ความรัก

เธอจ้องมองไปยังใบหน้าของหลี่ซินเจ๋อลูกชายวัย 3 ขวบ ของเธอ ที่นอนหลับอย่างสงบอยู่บนเตียง ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เฉินหยูเฟยหลับตาลงนึกถึงความทรงจำของเจ้าของร่างนี้ไหลผ่านสมองของเธอ ดั่งภาพยนตร์ที่ฉายย้อนหลัง

ตอนนี้เจ้าของร่างนี้ อายุ 24 ปี เธอตั้งท้องหลี่ซินเจ๋อตอนอายุ 20 ปี ซินเจ๋อไม่ได้รับความรักจากแม่ของเขา เฉินหยูเฟยในนิยาย ไม่เคยสนใจใยดีลูกชาย วันๆ เอาแต่ไปเที่ยวเล่น ไปปาร์ตี้ ปล่อยให้หลี่ซินเจ๋อ อยู่ตามลำพังกับพี่เลี้ยง

สาเหตุที่เฉินหยูเฟย เป็นแบบนี้ ก็เพราะเธอรู้สึกเจ็บปวดและเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ทุกครั้งที่ได้มองหน้าหลี่ซินเจ๋อ เด็กคนนี้ ถูกครอบครัวบังคับและได้แต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รัก ทำให้เธอเอาความโกรธมาลงที่เด็กคนนี้

ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เธอได้แต่งงานกับคุณหลี่ ชายหนุ่มจากตระกูลผู้ทรงอิทธิพล ในตอนนั้นคุณหลี่ เป็นชายหนุ่มโสดวัย 30 ปี รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลา ท่าทางสุขุมและฉลาด เขาเป็นเจ้าของบริษัทในเครือมากมาย

ในตอนนั้นเธออายุเพียง 20 ปีเท่านั้น เธอถูกบังคับให้มาร่วมงานเลี้ยงนี้ โดยครอบครัวของเธอ เฉินหยูเฟย รู้ดีว่า พวกเขาต้องการใช้เธอเป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับตระกูลอื่น ชีวิตเฉินหยูเฟย เติบโตมากับครอบครัวที่เย็นชา ไร้ซึ่งความรักจากพ่อแม่ พี่ชายและน้องชายของเธอได้รับการเอาใจใส่และอบรมเลี้ยงดูอย่างดี ในขณะที่เธอถูกมองข้าม มันทำให้เธอเกลียดชังครอบครัวของเธอเป็นอย่างมาก

ที่งานเลี้ยง เฉินหยูเฟย กำลังถูกมารดาจูงมือเข้าหาชายหนุ่มหน้าตาดีนามว่า หลี่เหวินเฉิง ทายาทมหาเศรษฐีผู้โด่งดัง

"เฉินหยูเฟย นี่ลูกชายคุณลุงหลี่ หลี่เหวินเฉิง เร็วๆ เข้าทักทายพี่เขาสิลูก" คุณนายเฉินเอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้าง

"สวัสดีค่ะคุณหลี่" เธอเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มหวาน

หลี่เหวินเฉิงเหลือบมองเธอเพียงครู่ ยกยิ้มบางๆ ตอบกลับ "สวัสดีครับคุณเฉิน ผมชื่อหลี่เหวินเฉิง ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ"

บทสนทนาสั้นๆ เกิดขึ้น เพียงไม่กี่ประโยค หลี่เหวินเฉิงก็ขอตัวลา เฉินหยูเฟยรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็พยายามเก็บอาการไว้

"นี้แกแค่ทักทายคุณหลี่ แค่นี้เองเหรอไม่ได้เรื่องเลย?" มารดาของเธออดบ่นไม่ได้ "ทำไมแกไม่พยายามพูดคุยกับเขาให้มากกว่านี้ล่ะ"

"ก็คุณหลี่เขาไม่ค่อยสนใจหนูเท่าไหร่นี่คะ" เฉินหยูเฟยพยายามแก้ตัว

"แกก็ต้องพยายามเข้าหาเขาสิ รู้จักใช้มารยามัั้ง หน้าตาแกก็ดี ครอบครัวเราจะได้มีโอกาสสนิทสนมกับครอบครัวคุณหลี่ พวกเขารวยขนาดนั้น คอนเนคชั่นสำคัญนะลูก" คุณนายเฉินพยายามสอนเธอ

"หนูจะพยายามค่ะ" เธอตอบสั้นๆ

"พยายามไม่พอ แกต้องทุ่มเท คิดถึงอนาคตของครอบครัวเราบ้างสิ" คุณนายเฉินเน้นย้ำ

เฉินหยูเฟยถอนหายใจ รู้สึกกดดันไม่น้อย แต่เธอก็ไม่อยากฝืนตัวเองสร้างความผิดหวังให้ครอบครัวเธอเป็นอย่างมาก

จากนั้นเธอก็มานั่งดื่มเครื่องดื่มเงียบๆอยู่มุมห้อง จนเธอรู้สึกเริ่มมึน เธอประคองตัวเองเดินไปห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา

เฉินหยูเฟย ยืนมองภาพตัวเองในกระจก ห้องน้ำหรูหราสะท้อนเงาหญิงสาวในชุดราตรีสีแดงสด ผมดำยาวสลวยประบ่า ใบหน้าเรียวสวย ผิวขาวเนียน แต่งแต้มด้วยเมคอัพบางเบา ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตแฝงแววความเศร้า ยามนี้เธอดูอ่อนแอและเปราะบาง

งานเลี้ยงเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา เสียงเพลงและเสียงพูดคุยดังระงม ทุกคนต่างสนุกสนานกับค่ำคืนอันแสนพิเศษ แต่สำหรับเฉินหยูเฟยแล้ว ค่ำคืนนี้ช่างน่าเบื่อและน่าอึดอัดเธอถอนหายใจเบาๆ พยายามล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น เธอพพยายามประคองสติตัวเองให้เดินออกมาจากห้องน้ำ เพื่อตามหาพ่อและแม่และของเธอ

เมื่อเธอเดินไปออกมานอกห้องน้ำ เธอได้ชนกับหลี่เหวียนเฉิงตรงมุมห้อง เธอรู้สึกโลกเริ่มหมุนจนทรงตัวไม่อยู่

"โอ๊ย!" เสียงร้องดังขึ้น หลี่เหวียนเฉิงรีบคว้าตัวเธอไว้ก่อนที่จะล้มลงไปกองกับพื้น เขามองดูใบหน้าของเธอที่เต็มไปด้วยความมึนงง "เป็นอะไรมากไหมครับ? คุณหน้าซีดมาก!"เขาถามด้วยความเป็นห่วง

เธอตกใจเล็กน้อย แต่ก็พยายามตั้งสติ"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันแค่รู้สึกมึนๆเท่านั้น" เธอตอบอย่างอ้ำอึ้ง พยายามพยุงตัวขึ้น แต่ร่างกายกลับไม่ยอมให้ความร่วมมือ เธอเซซวนไปมาจนรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง และล้มลงไปในไม่ได้สติ

เมื่อเฉินหยูเฟย ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง กระตุ้นให้เธอรู้สึกปวดหัวตุ๊บๆ

เมื่อเธอพยายามขยับตัว ร่างกายของเธอก็รู้สึกเหมือนไม่ใช่ของเธอ มันปวดเมื่อยไปทั้งตัว ราวกับผ่านศึกหนักมาเมื่อคืน

ทันใดนั้น ภาพความทรงจำบางส่วนก็เริ่มผุดขึ้นมาในหัวของเธอ

เธอจำได้ลางๆ ว่าเมื่อคืนเธอไปงานเลี้ยงธุรกิจ และได้ดื่มแชมเปญไปหลายแก้ว

หลังจากนั้น เธอก็จำอะไรต่อไม่ได้อีกเลย

"คุณเฉิน คุณรู้สึกยังไงบ้าง?" เสียงทุ้มต่ำของเขาเอ่ยขึ้น

"ฉัน… เกิดอะไรขึ้น?" เธอเอ่ยถามเสียงเบา รู้สึกสับสนและหวาดกลัว

"เมื่อคืนคุณโดนมอมยา!" เขาตอบเสียงแข็ง "เมื่อคืน คุณล้มลงไปในงานเลี้ยง ผมพาคุณมาที่นี่"

"ที่นี่?" เธอเหลือบมองไปรอบๆ พบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องนอนที่หรูหรา ตกแต่งด้วยโทนสีขาวครีม

"คุณ… มีอะไรกับฉันหรือเปล่า?" เธอเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ รู้สึกกลัวและหวาดระแวง

“ใช่พวกเรามีอะไรกัน แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของผม คุณเป็นฝ่ายเริ่มก่อน”

"คุณหลี่… นี้มันเป็นเรื่องจริงเหรอค่ะ?" เธอเอ่ยถามด้วยความ รู้สึกไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

"ผมไม่มีเหตุผลต้องโกหกคุณ" เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง "คุณจำอะไรไม่ได้จริงๆ เหรอ?"

"ฉัน…" เธอพยายามนึกย้อนความทรงจำ แต่สมองกลับว่างเปล่า "ฉันจำอะไรไม่ได้จริงๆ ค่ะ"

"ไม่เป็นไรครับ" เขาเอ่ยปลอบโยน "คุณพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวผมจะจัดการเรื่องทุกอย่างเอง"

หลี่เหวินเฉิงเดินออกจากห้องไป เหลือเธอไว้เพียงลำพัง กับความทรงจำที่ว่างเปล่า คำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกสับสนวุ่นวาย ปะปนกันไปหมดในหัวของเธอ หลังคุณหลี่มาส่งเธอที่บ้านตะกูลเฉิน เธอก็ไม่ได้จบเจอกับคุณหลี่อีก พวกเราเหมือนอยู่คนละโลกกัน

ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา เฉินหยูเฟย เริ่มมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร เธอคิดว่าคงเป็นเพราะอากาศเปลี่ยนแปลง แต่เมื่ออาการเหล่านี้รุนแรงขึ้น เธอก็ตัดสินใจไปพบแพทย์ ผลการตรวจยืนยันว่าเธอ…ตั้งท้อง!

ข่าวนี้สร้างความตกตะลึงให้กับทั้งครอบครัวของเธอ

"แกนังลูกไม่รักดี บอกฉันมาว่าใครคือพ่อของเด็ก?" เฉินหยุนชิง พ่อของเจ้าของร่างนี้ถามขึ้นด้วยความโกรธ

"แกบอกพวกฉันมา ว่าไอ้เวรที่ไหนมาทำให้แกท้อง!" เขาย้ำอีกครั้ง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความผิดหวัง

เฉินหยูเฟย ปิดปากสนิท ไม่ยอมบอกใคร แต่ภายใต้แรงกดดันจากครอบครัว สุดท้ายเธอก็จำต้องเปิดเผยความจริง

"พ่อของเด็กคือ… หลี่เหวียนเฉิง" เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ข่าวการตั้งท้องของเฉินหยูเฟยแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ครอบครัวของเธอเห็นโอกาสที่จะใช้เธอเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์กับตระกูลหลี่ พวกเขาเร่งรัดให้เธอแต่งงานกับหลี่เหวียนเฉิง ทายาทเศรษฐีหนุ่ม

เฉินหยูเฟยรู้สึกสิ้นหวัง เธอไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่รักเธอ งานแต่งงานได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เฉินหยูเฟย สวยสง่าในชุดเจ้าสาวสีขาว แต่ภายในเต็มไปด้วยความปวดร้าว เธอรู้ดีว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความรัก หลี่เหวียนเฉิง รับผิดชอบเธอด้วยการแต่งงาน แต่เขาไม่ได้รู้สึกชอบเธอ เช่นเดียวกับเธอที่ไม่ได้รู้สึกดีกับเขาเช่นกัน เธอเห็นเขาเป็นเพียงแค่ตู้เอทีเอ็มส่วนตัวเท่านั้น

เฉินหยูเฟย ยืนมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจก ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ตัดกับใบหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างสะท้อนความสิ้นหวัง งานแต่งงานของเธอกำลังจะเริ่มขึ้น แต่หัวใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความปวดร้าว

เธอไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่รักเธอ หลี่เหวียนเฉิง ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อม ทายาทธุรกิจอันร่ำรวย เขาตกลงแต่งงานกับเธอด้วยความรับผิดชอบ แต่ในใจของเขาไม่มีเธออยู่

เธอรู้ดีว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความรัก มันเป็นเพียงการผูกมัดทางธุรกิจ การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างสองครอบครัว

เสียงเพลงงานแต่งงานดังก้องไปทั่ว แขกเหรื่อมากมายต่างยิ้มแย้ม แสดงความยินดี แต่สำหรับเธอ ทุกอย่างช่างว่างเปล่า ไร้ซึ่งความหมาย

ในที่สุด ถึงคิวของพวกเขาแล้ว เฉินหยูเฟย ก้าวเข้าสู่โบสถ์ เคียงข้างหลี่เหวียนเฉิง ใบหน้าของเธอสวยสง่า แต่ดวงตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความเศร้า

พิธีเสร็จสิ้นลง แขกเหรื่อต่างทยอยกันกลับ เหลือเพียงหยูเฟย และหลี่เหวียนเฉิง ที่ยืนอยู่ตรงห้องหอ แต่หัวใจของหยูเฟยกลับเต็มไปด้วยความปวดร้าว เธอใฝ่ฝันถึงความรักและครอบครัวที่อบอุ่น แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับตรงกันข้าม ครอบครัวของเธอเย็นชาต่อเธอ ไร้ซึ่งความห่วงใย เมื่อแต่งงานกับหลี่เหวียนเฉิง เธอหวังว่าจะได้พบกับความรักและความอบอุ่น แต่เขากลับเป็นเหมือนน้ำแข็ง ไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ ทำให้เธอปิดกั้นหัวใจ

"คุณหลี่" หยูเฟย เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ "ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้ชอบฉัน และฉันก็ไม่ได้ชอบคุณเช่นกัน"

หลี่เหวียนเฉิง นิ่งเงียบ เขาไม่รู้จะพูดอะไร

"ฉันแค่อยากใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในฐานะภรรยาของคุณ เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว สำหรับเรื่องความรัก…ฉันจะไม่สนใจมัน" เฉินหยูเฟย พูด

หลี่เหวียนเฉิง มองเธอด้วยสายตาเย็นชา "ฉันก็เช่นกัน การแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงข้อตกลง ธุรกิจของเราเท่านั้น คุณทำหน้าที่ภรรยาของคุณไป ฉันจะดูแลคุณอย่างดี แต่เรื่องความรัก…ฉันไม่สามารถให้คุณได้"

แม้ว่าหลี่เหวียนเฉิง จะไม่ได้มีความรู้สึกใดๆกับเจ้าของร่าง แต่เขาไม่เคยตระหนี่ เขาไม่มีความคิดเห็นใดๆกับการจ่ายเงินอย่างสุรุ่ยสุร่ายของเธอ ถือเป็นเรื่องดีอย่างหนึ่งของเขา ความสัมพันธ์ของพวกเธอ… พูดง่ายๆก็คือ เพื่อนร่วมชายคากันเท่านั้นเอง

เตรียมตัวก่อนออกเงินทาง

เฉินหยูเฟย มองดูนาฬิกาบนผนัง เกือบสี่ทุ่มแล้ว แต่คุณหลี่ สามีของเจ้าของร่างนี้ยังไม่กลับมาบ้าน

เธอผละจากเตียง เดินลงบันไดไปยังห้องครัว เสียงฝีเท้าของเธอสะท้อนไปทั่วความเงียบของคฤหาสน์อันกว้างใหญ่ เมื่อเธอไปถึงห้องครัว เธอพบกับป้าหวัง แม่บ้านประจำบ้านที่ยืนอยู่ในห้องครัว

"คุณนาย ต้องการอะไรเปล่าคะ?" ป้าหวังเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

"ป้าหวังพอดีฉันหิวข้าวค่ะ มีอะไรทานบ้างไหมคะ?" เฉินหยูเฟยถามด้วยเสียงสุภาพ

ป้าหวังรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ปกติแล้วคุณนายหลี่จะไม่ค่อยลงมาที่ห้องครัว เธอจะสั่งให้คนรับใช้จัดการทุกอย่าง

"คุณนายรอสักครู่ค่ะ ป้าจะไปอุ่นกับข้าวเย็นให้" ป้าหวังพูดพลางรีบเดินไปที่เตา

เฉินหยูเฟยยืนมองป้าหวังด้วยความรู้สึกขอบคุณ เธอรู้สึกประทับใจในความใจดีและเอาใจใส่ของป้าหวัง

ไม่นานหลังจากนั้น ป้าหวังก็กลับมาพร้อมกับข้าวผัดหมูและซุปไข่ เฉินหยูเฟยนั่งลงที่โต๊ะอาหาร ตักข้าวผัดหมูเข้าปาก รสชาติอร่อยกลมกล่อม ซุปไข่ก็ร้อนและหอม

"อร่อยไหมคะคุณผู้หญิง?" ป้าหวังถาม

"อร่อยมากค่ะป้าหวัง ขอบคุณมากนะคะ" เฉินหยูเฟยตอบ

ป้าหวังเฝ้ามองเฉินหยูเฟยด้วยความแปลกใจ ปกติแล้วคุณนายหลี่ให้ความสำคัญกับรูปร่างหน้าตาของเธอเป็นอย่างมาก เธอทานอาหารเย็นก่อนสองทุ่มเสมอและออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ทว่าวันนี้ป้าหวังกลับเห็นเธอทานข้าวเย็นอย่างเอร็ดอร่อย ปริมาณมากกว่าปกติหลายเท่า

เฉินหยูเฟยทานข้าวจนหมด รู้สึกอิ่มและพึงพอใจ เธอขอบคุณป้าหวังอีกครั้ง ป้าหวังอดไม่ได้ที่จะถาม "คุณนายคะ วันนี้ทานเยอะจังค่ะ มีอะไรพิเศษหรือเปล่าคะ?"

เฉินหยูเฟยยิ้มอย่างมีความสุข "เปล่าค่ะ ป้าหวัง แค่รู้สึกหิวเป็นพิเศษแค่นั้นเอง"

ป้าหวังยังคงสงสัย แต่ก็ไม่ได้ซักต่อ เธอเก็บจานอาหารและเตรียมตัวล้างจาน

เธอก็ย้ายไปนั่งพักผ่อนที่โซฟาห้องรับแขก สายตาของเธอมองไปรอบๆ คฤหาสน์หลังใหญ่แห่งนี้ บ้านหลังนี้ช่างดูหรูหราโอ่อ่า เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงและของตกแต่งที่ประณีต

ทันใดนั้น เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากทางเดิน รอคอยว่าใครจะเดินเข้ามา พอประตูห้องก็เปิดออก เฉินหยูเฟยกวาดสายตามองไป เห็นหลี่เหวินเฉิงยืนอยู่ตรงประตู

เขาสวมสูทสีดำสนิท ผมของเขาถูกจัดแต่งอย่างเรียบร้อย ใบหน้าคมเข้ม ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองมาที่เธอด้วยความเย็นชา

“สามี คุณกลับมาแล้วเหรอ?" เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล ผิดกับท่าทีเฉยชาที่เธอเคยมีต่อเขาเสมอ

“…..”

"อ..อืม กลับมาแล้ว" เขาตอบเสียงเย็นชา พยายามกลบความงุนงงที่เฉินหยูเฟยทักทายเขา

เฉินหยูเฟยเดินเข้ามาใกล้ หลี่เหวินเฉิง รอยยิ้มบางๆ ประดับบนใบหน้าที่เคยเรียบเฉย “วันนี้คุณเหนื่อยไหมคะ?”

หลี่เหวินเฉิง มองเธอด้วยความสงสัย “คุณ…เป็นอะไรไปหรือเปล่า? ปกติคุณไม่เคยถามไถ่อะไรผมเลย”

เฉินหยูเฟยหัวเราะเบาๆ “ก็วันนี้มันพิเศษนี่คะ ครบรอบแต่งงาน 4 ปี ของเรา ดิฉันอยากลองทำดีกับคุณสักหน่อย”

หลี่เหวินเฉิง รู้สึกประหลาดใจ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยแสดงท่าทีสนใจเขาเลย พวกเขาใช้ชีวิตเหมือนอยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่ ยามเย็นเมื่อเขากลับมา เธอจะมัวแต่ปาตี้กับเพื่อนฝูง หรือไปช๊อปปิ้ง พวกแทบจะไม่มีเวลาคุยกัน

“คุณ…เปลี่ยนไปมากนะ” เขาเอ่ยขึ้น

“ฉันก็อยากลองเปลี่ยนตัวเองดูบ้างค่ะ” เฉินหยูเฟยตอบ

"แล้วทำไมวันนี้กลับดึกจังเลยคะ? แล้วคุณทานข้าวหรือยัง วันนี้ป้าหวังทำ ข้าวผัดหมูและซุปไข่" เธอถามต่อ

หลี่เหวินเฉิงยิ่งงุนงงหนักขึ้นไปอีก ปกติแล้ว เธอไม่เคยรอทานข้าวเย็นกับเขาเลย ต่างคนต่างกิน ต่างคนต่างนอน

"พอดีมีงานด่วนที่ต้องเคลียร์ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมต้องขึ้นเครื่องไปดูงานที่กวางโจว" เขาอธิบาย

ทันใดนั้น เฉินหยูเฟยก็เบิกตากว้าง ราวกับเพิ่งนึกอะไรบางอย่างออก เธอนึกขึ้นได้ว่าในนิยายคุณหลี่จะเสียชีวิตตอนไปดูธุรกิจที่กวางโจว ผู้ชายคนนี้ตายในนิยายอย่างกะทันหัน นักเขียนสร้างมันขึ้นมาเพื่อสร้างปมให้กับตัวร้ายรุ่นลูกในนิยายภาคต่อ มันสร้างความอึดอัดใจให้เธอเป็นอย่างมาก

"ไม่! ฉันจะไม่ยอมให้เขาตาย!" เธอตัดสินใจ

ถึงคุณหลี่จะแค่เป็นสามีในนามของเธอ หลังประเมินแล้วเธอตัดสินใจว่ามันจะดีสำหรับเธอที่สุดเมื่อเขาไม่ตาย เธอก็จะได้มีเป็นเพื่อนร่วมบ้านที่ดี และลูกชายของเธอก็จะได้มีพ่อ ตัดปมปัญหาที่ลูกชายของเธอจะกลายเป็นตัวร้าย

“อื่มช่วยชีวิตคนได้บุญยิ่งกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น”เฉินหยูเฟย พึมพัมกับตัวเอง

"คุณจะไปกวางโจวเหรอ?!" เธอถามเสียงตื่นเต้น

"ใช่ มีอะไรหรือเปล่า?" เขาตอบ

"ฉันจะไม่ยอมให้คุณไปกวางโจว นอกจากคุณจะให้ฉันติดตามไปด้วย!" เธอประกาศอย่างมุ่งมั่น

หลี่เหวินเฉิงถึงกับหน้าเสีย เขาไม่อยากให้เธอไปด้วย เพราะกลัวว่าเธอจะสร้างปัญหา

"แต่ว่า…"

"ไม่ต้องพูดต่อค่ะ ฉันตัดสินใจแล้ว!" เธอพูดเสียงเด็ดขาด

หลี่เหวินเฉิงมองหน้าเธอด้วยความสงสัย "คุณแน่ใจนะว่าคุณจะไปกวางโจวกับผม? คุณเคยบอกผมว่าไม่ชอบไปที่ไกลๆ"

"ตอนนี้ฉันเบื่อๆนะค่ะอยากออกไปเที่ยวที่อื่นดูบ้าง ถือว่าเป็นฮันนีมูนครบรอบ 4 ปีของเรา" เฉินหยูเฟยตอบพร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอน

หลี่เหวินเฉิงเริ่มลังเล ภรรยาของเขากินยาไม่เขย่าขวดหรือไง ตอนนี้เธอดูเปลี่ยนไปกลายเป็นคนละคน ราวกับถูกสลับร่าง

“ได้ถ้าคุณจะตามไปเดี่ยวผมให้เลขาหมิงจองตั่วเครื่องบินให้คุณ”หลี่เหวินเฉิงกล่าว

"ในที่สุดโอกาสก็มาถึง! " เธอคิดในใจ "ฉันจะช่วยชีวิตสามีของเจ้าของร่างนี้ เปลี่ยนชะตากรรมอันเลวร้ายของลูกชายเธอให้สิ้นซาก!"

ในภาคต่อรุ่นลูก เธอจำได้ว่าตัวตัวละครชายนามว่าหลี่เหวินเฉิงต้องจบชีวิตลงจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างเดินทางกลับจากกวางโจวเพื่อขึ้นเครื่องบินไปปักกิ่ง อุบัติเหตุครั้งนั้นคร่าชีวิตทั้งเขา คนขับรถและเลขา

"ฉันต้องไปกับเขา!" เธอตัดสินใจ "ฉันจะช่วยชีวิตเขาให้ได้!"

อย่างไรก็ตาม เธอเก็บความคิดนี้ไว้เป็นความลับ ไม่บอกหลี่เหวินเฉิงกลัวว่าเขาจะหาว่าเธอเพ้อเจ้อ

"เตรียมตัวให้พร้อมนะ ฉันจะเกาะติดไม่ปล่อยคุณไปเป็นอันขาด!" เธอประกาศกับเขาอีกครั้ง

“……”

หลี่เหวินเฉิงถึงกับพูดไม่ออก สงสัยว่าในสมองของเธอคิดอะไรอยู่

แต่ไม่ว่าอย่างไร เขาก็จำใจต้องพาเธอไปด้วย

"เอาเถอะ ไปก็ไป" เขาพูดด้วยความจำใจ

“ขอบคุณค่ะ สามี” เธอเอ่ยขึ้น น้ำเสียงตื่นเต้น

“เดี่ยวฉันจะไปเก็บกระเป๋าเดินทางไปก่อนนะค่ะ เจอกันตอนเช้าค่ะ” พอเธอพูดจบก็เดินขึ้นไปห้องนอนชั้นบนทันที

หลี่เหวินเฉิงมองตามร่างของเฉินหยูเฟยที่เดินกระปรี้กระเปร่าขึ้นไปชั้นบน เขาถอนหายใจเบาๆ ความคิดของเขายังคงสับสน เขาไม่เข้าใจว่าทำไมภรรยาของเขาถึงอยากไปกวางโจวกับเขามากขนาดนั้น

ปกติเธอไม่เคยสนใจเรื่องงานของเขาเลย การที่เธอจะขอไปดูงานกับเขาจึงเป็นเรื่องที่แปลกประหลาด

เฉินหยูเฟยเปิดประตูห้องนอน ก้าวเท้าเข้าไปอย่างเร่งรีบ มือคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเบอร์หาคุณนายเฉิน ผู้เป็นมารดา เสียงของเธอ "แม่คะ พรุ่งนี้หนูวางแผนจะไปกวางโจวกับเหวินเฉิงค่ะ พรุ่งนี้หนูจะเอาซินเจ๋อไปฝากไว้ที่บ้านสัก 4-5 วันนะคะ"

ปลายสาย คุณนายเฉินได้ยินเสียงของลูกสาว ใบหน้าของเธอก็พลันฉายแววแห่งรอยยิ้ม "นี้ลูกดีคิดได้แล้วเหรอ แม่ดีใจกับลูกมากเลยนะ เฟยเฟยที่ลูกคืนดีกับสามี แล้วตอนนี้หนูเตรียมข้าวของหรือยัง เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่จะเตรียมของให้หลานชายเองไม่ต้องเป็นห่วงนะ ข้าวของเสี่ยวเจ๋อยังอยู่ที่บ้านแม่"

เฉินหยูเฟย ยิ้มกว้าง "ค่ะแม่หนูฝาก ตอนนี้หนูกับเก็บของอยู่ค่ะ "

หลังวางสายโทรศัพท์ลง เฉินหยูเฟย รู้สึกโล่งใจ เธอดีใจที่อย่างน้อยแม่ของเจ้าของร่างนี้เอ็นดูหลานชายเป็นอย่างมาก เธอรับหลานชายไปนอนที่บ้านเดิมเธอบ่อยๆ

เฉินหยูเฟยเดินเข้าที่ตู้เสื้อผ้า รีบเก็บข้าวของ เสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทาง เฉินหยูเฟยเปิดเว็บไซต์ท่องเที่ยวกวางโจว สายตาของเธอไล่เรียงรายชื่อสถานที่น่าสนใจ แผนการท่องเที่ยวคร่าวๆ เริ่มก่อตัวขึ้น เธออยากจะไปเยือนหอคอยกวางโจว สัญลักษณ์ของเมือง ชมวิวเมืองแบบ 360 องศา เดินเล่นบนถนนคนเดินเป่ยจิงลู่ แหล่งช้อปปิ้งสุดคึกคัก และลิ้มลองอาหารกวางตุ้งต้นตำรับ เธอจดรายชื่อสถานที่ที่อยากไปไว้ในสมุดโน้ต และวางแผนการเดินทางคร่าวๆ เธออยากลองนั่งรถไฟใต้ดิน ชมวิวเมืองยามค่ำคืน ชิมอาหารท้องถิ่น เดินเล่นตามถนนคนเดิน และหาซื้อของฝาก ระหว่างที่เธอกำลังลิสรายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวเธอได้ยินเสียงเคาะประตู

"เข้ามาได้เลยค่ะ" เสียงตอบจากด้านในดังขึ้น

หลี่เหวินเฉิงเดินเข้าไปในห้องด้วยความสงสัย แต่พอเห็นสภาพห้อง แทบจะร้องออกมาด้วยความตกใจ ข้าวของกองสูงเหมือนภูเขา เต็มไปด้วยเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า อุปกรณ์แต่งหน้า หนังสือ ของใช้ส่วนตัว ราวกับว่าเธอกำลังจะย้ายบ้านทั้งหลัง

"นี่เธอจะไปไหนเหรอ?" หลี่เหวินเฉิงเอ่ยถามด้วยความงุนงง "ของเยอะขนาดนี้ เหมือนจะย้ายบ้านมากกว่าจะไปเที่ยวนะ"

เฉินหยูเฟยยิ้มเขิน ๆ "ก็ของผู้หญิงมันเยอะไงคะ เตรียมไว้เผื่อไว้ก่อน เผื่อว่าจะต้องใช้"

"แต่ว่ามันเยอะเกินไปนะ เดี๋ยวก็ขนของลำบาก"

"แล้วคุณมาหาฉันมีอะไรหรือเปล่าค่ะ?" เธอถาม

หลี่เหวินเฉิงถอนหายใจ "เลขาจองตั๋วเครื่องบินให้คุณแล้ว พรุ่งนี้ขึ้นเครื่องตอน 9 โมง"

"พรุ่งนี้เหรอคะ?" เธอถามด้วยความตกใจ "เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ?"

"ใช่" เขาพยักหน้า "เตรียมตัวให้พร้อมนะ"

พูดจบ เขาก็ออกจากห้องไปทันที

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...