โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ใครด่า ‘ทรัมป์’ มากๆ อาจชวดวีซ่า สหรัฐฯ สั่งตรวจโซเชียลมีเดียเข้ม ก่อนออกวีซ่านักเรียนต่างชาติ

The Momentum

อัพเดต 08 เม.ย. 2568 เวลา 16.28 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. 2568 เวลา 09.08 น. • THE MOMENTUM

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2025 มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลสหรัฐฯ ตรวจสอบกิจกรรมบนโซเชียลมีเดียของผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าสหรัฐฯ โดยเฉพาะนักเรียนและนักศึกษาแลกเปลี่ยน เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงผู้สนับสนุนปาเลสไตน์ เดินทางเข้าประเทศ

คำสั่งดังกล่าวส่งถึงสถานทูตและสถานกงสุลสหรัฐฯ ทั่วโลก เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา โดยระบุให้เจ้าหน้าที่กงสุลส่งต่อข้อมูลของผู้ขอวีซ่าที่มีพฤติกรรมเข้าข่าย ไปยังหน่วยงานป้องกันการทุจริตของสถานทูตและสถานกงสุลสหรัฐฯ (Fraud Prevention Unit: FPU) เพื่อเข้ารับการตรวจสอบข้อมูลโซเชียลฯ ภาคบังคับอย่างละเอียด โดยเฉพาะโพสต์หรือความเห็นที่อาจตีความว่า เป็น ‘ทัศนคติเป็นปฏิปักษ์’ ต่อสหรัฐฯ เช่น การวิจารณ์นโยบายรัฐบาล หรือแสดงจุดยืนที่ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของสหรัฐฯ หากพบพฤติกรรมดังกล่าวอาจนำไปสู่การปฏิเสธวีซ่าทันที

คำสั่งดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘จับและเพิกถอน’ (Catch And Revoke) ของรัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ซึ่งใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิเคราะห์พฤติกรรมบนโซเชียลฯ ของผู้ถือวีซ่า เพื่อระบุตัวบุคคลที่อาจมีส่วนร่วมในการก่อความไม่สงบต่อการเมืองสหรัฐฯ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ภายใต้โครงการดังกล่าวมีผลให้วีซ่าที่เคยได้รับอนุมัติกว่า 300 ฉบับถูกเพิกถอน โดยส่วนใหญ่เป็นวีซ่าของนักศึกษาที่เคยเข้าร่วมการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์ ที่จัดขึ้นในมหาวิทยาลัยต่างๆ ของสหรัฐฯ

“เรามอบวีซ่าให้คุณเพื่อมาเรียนหนังสือ มาเอาวุฒิการศึกษา ไม่ใช่เพื่อมาเป็นนักเคลื่อนไหวที่ก่อความปั่นป่วนในมหาวิทยาลัยของเรา” รูบิโอกล่าวในช่วงหนึ่งของการแถลงข่าว

ด้าน แทมมี บรูซ (Tammy Bruce) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่า การตรวจสอบโซเชียลฯ เป็นหนึ่งในมาตรการด้านความมั่นคงที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งผู้สมัครวีซ่าทุกคนต้องระบุบัญชีโซเชียลฯ ในแบบฟอร์มขอวีซ่า

อย่างไรก็ตามนักสิทธิมนุษยชนและกลุ่มนักวิชาการ ออกมาแสดงความกังวลต่อคำสั่งดังกล่าว โดยมองว่า การตรวจสอบโซเชียลฯ โดยภาครัฐอาจละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว และอาจก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลที่คิดต่างทางการเมือง

ที่มา

https://www.aa.com.tr/en/americas/rubio-orders-social-media-checks-on-visa-applicants-critical-of-us-israel-report/3525748#

https://www.nytimes.com/2025/04/01/us/politics/student-visas-social-media.html

https://www.independent.co.uk/news/world/americas/us-politics/social-media-accounts-visa-applications-marco-rubio-b2725679.html

https://www.theguardian.com/us-news/2025/mar/06/foreign-student-visas-pro-palestinian-ai

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...