โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘ชรินทร์ นันทนาคร’ ผู้เป็นดวงตาให้ ‘เพชรา’ จนวาระสุดท้าย

The Bangkok Insight

อัพเดต 24 ส.ค. 2567 เวลา 06.52 น. • เผยแพร่ 24 ส.ค. 2567 เวลา 06.51 น. • The Bangkok Insight

‘ชรินทร์ นันทนาคร’ ศิลปินแห่งชาติ ผู้เป็นดวงตาให้ ‘เพชรา’ จนวาระสุดท้าย ครองรักกันมายาวนานกว่า 50 ปี

วงการบันเทิงสุดอาลัย เมื่อ ชรินทร์ นันทนาคร นักร้องชื่อดังระดับตำนาน และเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล - ขับร้อง) ประจำปี พ.ศ.2541 สามีของนางเอกดัง เพชรา เชาวราษฎร์ ได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2567 สิริอายุ 91 ปี ณ โรงพยาบาลตำรวจ เวลาประมาณ 02.23 น.

‘ชรินทร์ นันทนาคร’ ผู้เป็นดวงตาให้ ‘เพชรา’ จนวาระสุดท้าย

สำหรับ นายชรินทร์ นันทนาคร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักร้องเพลงไทยสากล) เดิมชื่อ บุญมัย งามเมือง ชื่อเล่น ฉึ่ง เกิดเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2476 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นบุตรของนายบุญเกิด และนางจันทร์ดี งามเมือง เมื่อเยาว์วัยเป็นเด็กขี้โรค แม่จึงนำไปยกให้พระตามความเชื่อในขณะนั้น เจ้าอาวาสวัดท่าสะต๋อย ได้เปลี่ยนชื่อให้เป็น "ชรินทร์"

ด้านชีวิตส่วนตัว

สมรสกับ สปัน เธียรประสิทธิ เมื่อปี พ.ศ. 2500 มีบุตรสาว 2 คน คือ ปัญญชลี เพ็ญชาติ และปัญชนิตย์ นันทนาคร ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้ 5 ปี เลิกร้างกัน จากนั้นในปี พ.ศ. 2505 ต่อมาได้สมรสกับ เพชรา เชาวราษฎร์ ในปี พ.ศ. 2512 และอยู่กินกันมาจวบจนปัจจุบัน

การศึกษา

จบการศึกษาวิชาชีพที่โรงเรียนอัสสัมชัญ คอมเมิร์ส ระหว่างเรียนหนังสือที่อัสสัมชัญ เป็นนักกีฬาฟุตบอลและนักรักบี้ของโรงเรียน แต่ประสบ อุบัติเหตุ สะบ้าเข่าแตกต้องเลิกเล่นกีฬาทุกชนิด

การทำงานระหว่างเรียนอยู่อัสสัมชัญ คอมเมิร์ส ได้พบกับนายไศล ไกรเลิศ ครูเพลงไทยสากลคนสำคัญในยุคนั้น จึงชักชวนให้ไปเรียนร้องเพลงจนกระทั่งได้ร้องบันทึกแผ่นเสียงเพลงแรกของนายไศล ไกรเลิศ คือ เพลง "ดวงใจในฝัน" เริ่มมีชื่อเสียงและ มีโอกาสร้องเพลงของนักแต่งเพลงคนอื่น ๆ เช่น นายสมานกาญจนะผลิน โดยเฉพาะเพลงแบบสังคีตประยุกต์ ที่ใช้ดนตรีไทยเดิมบรรเลงร่วมกับดนตรีสากลเป็นครั้งแรก เช่น เพลงนกเขาคู่รัก สัญญารัก ง้อรัก และเชื่อรัก เป็นต้น

ต่อมาปี พ.ศ. 2500 บริษัทิดาราไทยฟิล์มเลือกให้แสดงภาพยนตร์ เป็นพระเอกคู่กับทรงศรี เทวคุปต์ เรื่อง สาวน้อย และปี พ.ศ. 2501 เข้าทำงานประจำเป็นเลขานุการผู้ตรวจการภาคตะวันออกไกลขององค์การยูซ่อมเกือบ ๑๐ ปีซึ่งตลอดระยะเวลายังคงมีผลงานเพลงออกมาสมำเสมอ เช่น เรือนแพ, แสนแสบ, ท่าฉลอมหยาดเพชร. ผู้ชนะสืบทิศ, ข้าวประตับดิน และอาลัยรัก เป็นต้น

ตีอมาปี พ.ศ. 2507 ชรินทร์มีความคิดที่จะสร้างภาพยนตร์ และต่อมาในปี พ.ศ. 2508 จึงได้ลาออกจากองค์การยูซ่อม มาสร้างภาพยนตร์ของตนเอง โดยภาพยนตร์ทุกเรื่อง ที่สร้างจะเน้นให้คนไทยรักชาติรักแผ่นดิน & จะต้องมีทิวทัศน์ที่สวยงามตามภาค ต่าง ๆ ของประเทศไทย เป็นฉากประกอบเพื่อเผยแพร่ให้คนได้รู้จัก และจะต้องมีเพลงที่ก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคีของคนในชาติ ประกอบในภาพยนตร์ทุกเรื่อง เช่น เรื่องเทพบุตรนักเลง (เพลงป่าลั่น) เรื่องแมวไทย (เพลงมนต์รักดอกคำใต้) เรื่องลูกเจ้าพระยา (เพลงลูกเจ้าพระยา) และบางเรื่องจะเน้น ด้านการรักษาความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ เช่น เรื่องเพลงรักดอกไม้บาน ,รักข้ามคลอง, ผู้การเรือเร่, ฟ้าสีทอง และบ้านน้อยกลางดง เป็นต้น

ปี พ.ศ. 2509 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ให้อัญเชิญบทเพลงพระราช-นิพนธ์ "ลมหนาว" เป็นเพลงเอกของภาพยนตร์ เรื่องลมหนาว และได้เปลี่ยนแปลงความคิดที่จะสร้างภาพยนตร์สารคดีเทิดพระเกียรติมาเป็นสร้างบทเพลงเทิดพระเกียรติ "สดุดีมหาราชา" ไว้ในภาพยนตร์เรื่อง "ลมหนาว" และได้กลายเป็นเพลงของประชาชนทั้งประเทศตั้งแต่นั้นมา

ปี พ.ศ. 2510 ชรินทร์ได้รับทุนไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา ด้านคอมพิวเตอร์และการบริหารระหว่างประเทศ เมื่อเดินทางกลับมาเมืองไทยได้แต่งงานกับเพชรา เชาวราษฎร์ ในปีพ.ศ. 2512

และหลังจากปี พ.ศ. 2514 ได้พักการร้องเพลง โดยหันไปสร้างและกำกับภาพยนตร์ โดยเฉพาะเรื่องแผ่นดินแม่ ได้สร้างในระบบ 70 ม.ม. เป็นเรื่องแรกของประเทศไทย

ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2508 นายชรินทร์ ได้สร้างและกำกับภาพยนตร์มาทั้งหมด รวม 19 เรื่อง กระทั่งปี พ.ศ. 2531 จึงได้พักงานสร้างภาพยนตร์ หันมาทุ่มเทให้กับผลงานเพลงอย่างจริงจัง อาทิ ชุด "อภิมหาอมตะนิรันดร์กาล"หมายเลข 1 - 3 ชุด "ชรินทร์ นันทนาคร" กับบทเพลงเหนือกาลเวลา"สุนทราภรณ์"

โดยเฉพาะชุด "การเดินทางที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต" ได้ทุ่มเทสร้างสรรค์ด้วยความตั้งใจที่จะผลิตผลงานที่มีคุณภาพให้กับวงการเพลงไทยสากลโดยใช้เครื่องดนตรีของแท้ บรรเลงแบบออเครสต้า ผสมเครื่องดนตรีพื้นบ้านจากภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคใต้

ผลงานสำคัญ

นายชรินทร์ สร้างสรรค์ผลงานเพลงเป็นอมตะไว้เป็นจำนวนมาก เป็น นักร้องเพลงไทยสากลที่มีเอกลักษณ์การขับร้องเพลงเป็นของตนเอง ในแบบฉบับของเพลงไทยเดิมผสมผสานกับเพลงไทยสากลที่มีท่วงทำนองสูงต่ำ เอื้อน ด้วย น้ำเสียงที่พลิ้ว มีเสน่ห์ชวนฟัง

ผลงานเพลงสำคัญๆ ของขรินทร์ มีเป็นจำนวนมาก อาทิ นกเขาดู่รัก, ง้อรัก, เรือนแพ, แสนแสบ, ท่าฉลอม, หยาดเพชร, ผู้ชนะสิบทิศ, ข้าวประดับดิน,ทาสเทวี และอาลัยรัก ฯลฯ เพลงเหล่านี้ คือ บทเพลงอมตะที่ยังอยู่ในหัวใจของ นักฟังเพลงมาจนปัจจุบัน

เกียรติคุณที่เคยได้รับ

ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๙ #พระราชทานนามสกุลให้ว่า #นันทนาคร จึงใช้ชื่อ #ชรินทร์นันทนาคร ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2503 เป็นต้นมา ได้รับ แผ่นเสียงทองคำพระราชทาน จากเพลง #อาลัยรัก

ปี พ.ศ. 2519 ได้รับ รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และ #ถ่ายภาพยอดเยี่ยม จากเรื่อง #แผ่นดินแม่ ในงาน #มหกรรมภาพยนตร์แห่งเอเชีย ที่เมือง #ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้

ปี พ.ศ. 2527 ได้รับ #รางวัลกิตติคุณสัมพันธ์ #สังข์เงิน #สาขาใช้ศิลป์สร้างสรรค์ให้เกิดความรักชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเป็นผู้ริเริ่มและร่วมสร้างสรรค์เพลง #สดุดีมหาราชา

จากประวัติชีวิตและผลงานดังกล่าว คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติจึงประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้ นายชรินทร์ นันทนาคร เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (นักร้องเพลงไทยสากล) เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2541

ทั้งนี้คุณอาชรินทร์ เคยมาเป็นแขกรับเชิญในรายการ คุยแซ่บ Show เล่าเส้นทางความรักกว่า 50 ปี กับนางเอกนัยน์ตาหยาดน้ำผึ้งตลอดกาลอย่าง เพชรา เชาวราษฎร์ ย้อนวันวานความรักสุดหวาน พร้อมเผยวินาทีภรรยาต้องสูญเสียการมองเห็นไปตลอดชีวิต

คุณอาร้องเพลงอะไรจีบนางเอกระดับประเทศ คือ คุณอาเพชรา ร้องเพลงอะไร ?

อาชรินทร์ : "ก็ร้องเยอะ เพลงหยาดเพชรก็เป็นหนึ่งที่ผมร้อง"

ทำไมคุณอาถึงเข้าตา คุณอาเพชรา ?

อาชรินทร์ : "บทเพลงมีส่วนนะ"

แล้วคุณมาจีบคุณอาเยอะไหมคะ ?

อาชรินทร์ : ก็เยอะนะ ผู้หญิงน่ะ

แล้วทำไมคุณอาถึงเลือกที่จะจีบ คุณอาเพชรา ?

อาชรินทร์ : "เขาเป็นคนสวย มีคนจีบเยอะ เราก็ร้องเพลง เขาชอบฟังเพลง"

คุณอาจีบกันยังไง ?

อาชรินทร์ : "ก็ไม่ได้จีบอะไรกันมากมายนะ เขาก็ไม่ได้มองผมมากมาย จริง ๆ แล้วผมกับเขางานชนกันเรื่อย เขาก็งานเยอะ เราก็ร้องเพลงเยอะ ก็รู้สึกว่าจ๊ะเอ๋กันบ่อย ก็ชวนกันไปเที่ยว ไปกินข้าว"

สมัยก่อนช่วงที่จีบเห็นว่าเป็นข่าวไม่ได้เลย เห็นว่าต้องปิดบังห้ามรู้ว่าชอบกัน ?

อาชรินทร์ : "เรื่องจริง ต่างคนต่างมีงาน มันจะได้มาเจอกันก็ตอนต่างคนต่างว่าง ก็ชวนกันไปกินข้าว แต่ไม่มีหนีนักข่าว เราก็ไปร้านกินข้าวที่อย่าหรูหรามาก"

คบกันอยู่นานไหมกว่าจะตัดสินใจแต่งงานกัน ?

อาชรินทร์ : "ต่างคนต่างมีงานเยอะ เธอว่าง ฉันไม่ว่าง โกรธกันเลย ก็คบกันอยู่นาน 10 ปีได้"

หลังจากตัดสินใจใช้ชีวิตครอบครัวด้วยกันแต่ก็ไม่มีลูก ?

อาชรินทร์ : "ต่างคนต่างมีงานเยอะ พอได้มาอยู่ด้วยกันก็อาจจะแก่ไปแล้ว ทำงานเยอะมาก"

ทำงานหนักมาจนมีข่าวช็อควงการเพราะสูญเสียดวงตา ตอนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ?

อาชรินทร์ : "ผมก็ไม่อยากโทษนะ เพราะเขาเป็นศิลปิน มันจำเป็นต้องไป ทีมงานเตรียมงานไว้หมดแล้ว จะบอกว่าไม่สบายไม่ได้"

สาเหตุที่ทำให้ตามองไม่เห็นเกิดจากอะไร ?

อาชรินทร์ : "เกิดจากสิ่งที่น่าเกลียดมากเลย เกิดจากรีเฟล็กซ์ตอนถ่ายหนัง เอาแสงพระอาทิตย์มาสาดใส่ พอเพชรามาก็สาดแสงเข้าไปทุกวัน ๆ บางทีมี 10 อัน"

ก่อนจะมีปัญหาว่ามองไม่เห็นคุณอาเพชราได้บ่นอะไรไหม ?

อาชรินทร์ : "คุณหมอบอกให้เลิก แต่คนก็มาอ้อนวอน ก็ต้องไป"

เหตุการณ์ ณ วันนั้นเป็นยังไง ?

อาชรินทร์ : "มีอยู่วันหนึ่ง เขาเดินมาเกาะแขนแล้วก็บอกว่า เธอตาฉันไม่เห็นแล้ว"

ความรู้สึกคุณอาวันนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ?

อาชรินทร์ : "พูดอย่างเดียวว่า เธอจำไว้อย่าง เป็นอย่างไรฉันก็จะไม่ทิ้งเธอ"

ปลอบกันอยู่นานไหม ?

อาชรินทร์ : "ไม่นาน เพราะเพชราเป็นคนใจแข็ง"

ช่วงเวลานั้นคุณอาดูแลคุณอาเพชราอย่างไร ?

อาชรินทร์ : "เขาไม่เห็นแล้ว ก็ทำหมด"

ทำให้ทุกอย่างเลยไหม ?

อาชรินทร์ : "ทำหมด แรกลำบากเหมือนกัน ไม่เห็นใหม่ ๆ เขาไม่ค่อยชำนาญ ก้าวเข้าไปต้องเอาเท้าเขี่ยก่อนแล้วค่อยไป เป็นอย่างนี้อยู่นานเหมือนกัน"

หลังจากที่คุณอาเพชราสูญเสียการมองเห็น ทำให้คุณอาขาดความมั่นใจแล้วก็ไม่เคยออกสื่ออีกเลย คุณอามีวิธีปลอบใจคุณอาเพชรายังไง ?

อาชรินทร์ : "เขาก็ไม่ค่อยอยากจะพบหรอกเพราะเขากลายเป็นคนพิการไปแล้ว เขาทำใจไม่ได้"

กังวลไหมว่าถ้าออกมาคนจะมองว่าเขาไม่สวยเหมือนเดิม ?

อาชรินทร์ : "แรก ๆ เขาก็กลัว อาย เคยสวย เคยนัยน์ตาหยาดน้ำผึ้ง กลายเป็นคนที่ไม่เห็น ต้องทำเป็นร่าเริง"

ตอนนี้คุณอาเพชราเป็นอย่างไรบ้างเพราะมีแฟนคลับหลาย ๆ คนคิดถึง ?

อาชรินทร์ : "ก็ร่าเริง ยังเหมือนเดิม สวยธรรมชาติ"

คุณอาชรินทร์มีห่วงอะไรคุณอาเพชราบ้าง ?

อาชรินทร์ : "ไม่มีห่วงละ เพราะเขาเก่งแล้ว มีความรู้สึกว่าเราอยู่กันอย่างมีความสุข"

บอกรักคุณอาเพชราหน่อยได้ไหม ?

อาชรินทร์ : "ไม่ต้องบอกรักแล้ว เพราะมันอยู่ในหัวใจของเพชราและผม"

เคล็ดลับของชีวิตคู่ที่ทำให้ประคองชีวิตคู่มาได้ถึง 50 ปี ?

อาชรินทร์ : "ห่วงใยซึ่งกันและกัน ทั้ง ๆ ที่เขาไม่สามารถช่วยอะไรได้ แต่เขาจะคิดอยู่เรื่อยว่าห่วงใยเรา เราก็ต้องไม่ประพฤติตัวไม่ดี ทำให้เขาห่วงใย"

ขอบคุณ : ch3plus.com

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...