โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“จี๊ดจ๊าด-จินเฮง” แตกไลน์สแน็คใหม่ เล็งโตนอกเซเว่นเตรียมส่งออกตปท.

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 ส.ค. 2567 เวลา 16.52 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2567 เวลา 09.52 น.

“จี๊ดจ๊าด-จินเฮง” สแน็คตัวดังในเซเว่นแตกไลน์สินค้า “บ๊วยอบบ๊วย-หนังไก่กรอบ” ลงเชลฟ์เซเว่นอิเลฟเว่นกวาดยอดขายพุ่งใน ใน 3 เดือน เตรียมส่งออกตีตลาดต่างประเทศ

ของทานเล่น หรือ “สแน็ค” (Snack) ถือเป็นอีกหนึ่งไอเท็มสำคัญที่ช่วยสร้างความเพลิดเพลินในเวลาว่างหรือระหว่างทำกิจกรรมได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ตลาดค้าปลีกกลุ่มสินค้าสแน็คมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

จากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ในปี 2566 ตลาดค้าปลีกกลุ่มสินค้าสแน็คของประเทศไทยมีมูลค่าตลาดรวมมากกว่า 1 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

หาก SME สามารถพัฒนาสินค้าได้ตอบโจทย์ตรงความต้องการและทำการตลาดได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย การสร้างการเติบโตในตลาดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เหมือนดังเช่น 2 แบรนด์ SME “จี๊ดจ๊าด” และ “จินเฮง” ที่ผลิตสินค้าใหม่ลงวางจำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ได้ไม่ถึง 3 เดือนก็กวาดยอดขายสร้างผลงานการเติบโตได้อย่างน่าพอใจ

จากมะขามจี๊ดจ๊าด สู่ “บ๊วยอบบ๊วย”

แบรนด์“จี๊ดจ๊าด” ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ SME ที่สร้างชื่อจนเป็นรู้จักในฐานะผู้ผลิตมะขามเคี้ยวหนึบที่มีรสชาติอร่อยระดับท็อป ซึ่งจัดจำหน่ายโดยบริษัท 3 เอ็ม ฟูด โปรดัก จำกัด วันนี้แบรนด์จี๊ดจ๊าดภายใต้การบริหารของ Gen 2 วัยเพียง 32 ปีอย่างบะหมี่-ภาสกร เลาหะมณฑลกุล กรรมการผู้จัดการ

โดยแตกไลน์สินค้าใหม่ใช้วัตถุดิบอื่นนอกจากมะขาม อย่าง“บ๊วย” มาเป็นวัตถุดิบในการผลิต เริ่มจากแบบซองขนาด 10 กรัม เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค จึงพัฒนาสู่แบบกระปุกขนาด 40 กรัม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคที่อยากได้ปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น

หลังจากเริ่มวางจำหน่ายเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีเช่นเดิมสามารถทำยอดขายได้เท่าสินค้ารุ่นพี่อย่าง มะขามอบบ๊วย แบบกระปุก

บะหมี่ เล่าย้อนความให้ฟังว่า คุณพ่อและคุณลุงเริ่มต้นทำธุรกิจมะขามแปรรูปในแบบเม็ดอมเคี้ยวหนึบมาตั้งแต่ปี 2546 โดยสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักคือ มะขามอบบ๊วย ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นสินค้าใหม่ที่ยังไม่มีในตลาด ในตลาดส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบมะขามคลุก กระทั่งในปี 2549 บริษัทได้มีโอกาสเข้าจำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และได้มีการเพิ่มสินค้าเข้าจำหน่ายอีก 2 รายการคือ มะขามอบบ๊วยรสเผ็ด มะขาม 4 รสพริกเกลือ ในรูปแบบซอง 5 บาท ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

แต่การเข้ามาของยอดขายหายไป 40% ประกอบกับสภาพอากาศที่แปรปรวน ส่งผลให้มะขามออกผลผลิตน้อยและไม่ได้คุณภาพ บริษัทจึงมองหาวัตถุดิบอื่นเพื่อนำมาพัฒนาสินค้าใหม่ทดแทนยอดขายที่หายไปโดยวัตถุดิบที่นำมาใช้ผลิตสินค้าใหม่คือ บ๊วย สตรอเบอร์รี่ มะม่วง ส่งผลให้ตั้งแต่ปี 2564 บริษัทมีสินค้าใหม่เพิ่มเข้ามาอีกหลายตัว โดยสินค้าที่รับความนิยมคือ “บ๊วยอบบ๊วย” ทำให้มียอดขายเทียบเท่าสินค้าตัวท็อปที่วางจำหน่ายในเซเว่นฯ อย่าง มะขามอบบ๊วย ขนาด 50 กรัม ส่งผลให้ยอดขายที่เคยหายไป 40% ในช่วงโควิด นอกจากจะกลับมาสู่ภาวะปกติแล้วยอดขายยังเพิ่มสูงขึ้นอีก 40% ด้วย”

“จินเฮง” พัฒนา “หนังไก่กรอบ” เตรียมส่งออกตปท.

การมองหาช่องว่างทางการตลาด เพื่อนำสินค้าเข้าไปจำหน่าย เป็นช่องทางการแจ้งเกิดที่สำคัญให้กับ SME เหมือนดังเช่น แบรนด์ “จินเฮง” ที่บริหารงานโดยคนหนุ่มรุ่นใหม่วัย 35 ปี อย่าง ไมเคิล-วิทนันท์ จึงดำรงค์สมสุข ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เครเดนเชียล กรุ๊ป จำกัด ที่มองเห็นโอกาสเติบโตของสินค้ากลุ่มสแน็คในตลาดฮาลาล ด้วยการผลิตหนังไก่กรอบ พร้อมต่อยอดสู่รสชาติใหม่ๆ ให้สอดรับกับความต้องการของตลาดจนเป็นที่รู้จัก มียอดสั่งซื้อจากเซเว่น อีเลฟเว่นอยู่ที่ประมาณ 4,000-5,000 ลังต่อเดือน หรือกว่า 100,000 ซองต่อเดือน

ไมเคิล เล่าให้ฟังถึงที่มาของสินค้าและกลยุทธ์การทำการตลาดจนสินค้าเป็นที่รู้จักให้ฟังว่า ก่อนที่จะเปิดบริษัทของตัวเอง ได้ทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดให้กับสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง ทำให้เห็นทิศทางตลาดหลากหลายกลุ่ม โดยมองว่าตลาดสินค้าฮาลาลเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงทยอยพัฒนาสินค้ามาซัพพอร์ตตลาด เริ่มจากสินค้าไก่หยอง วางจำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เมื่อปี 2561 หลังจากนั้นได้พัฒนาสินค้าฮาลาลสแน็คเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็น ข้าวแต๋นและข้าวตังหน้าไก่หยอง หนังไก่กรอบ

สินค้าที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี คือ หนังไก่กรอบรสดั้งเดิมและรสบาร์บีคิวหมาล่า เหตุที่สินค้าได้รับการตอบรับที่ดีมาจากตัวหนังไก่มีความบาง กรอบ แม้จะเปิดถุงทิ้งไว้แต่หนังไก่ก็ยังมีความกรอบ ไม่มีกลิ่นหืน รสชาติที่ถูกปาก ประกอบกับในตลาดไม่มีหนังไก่กรอบรสดั้งเดิมจำหน่าย ส่วนใหญ่จะเป็นรสชาติที่ปรุงแต่งขึ้นมา และจำหน่ายในราคาที่เหมาะสมเพียงซองละ 25 บาท ส่งผลให้ปัจจุบันยอดขายจากตัวหนังไก่กรอบอยู่ที่ประมาณ 70% จากยอดขายสินค้าทั้งหมดของบริษัทที่วางจำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น จำนวน 7 รายการ

“นอกจากตัวสินค้าที่ได้คุณภาพ รสชาติที่ตอบโจทย์แล้ว การทำการตลาดก็มีส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นยอดขาย โดยบริษัทเน้นทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์ ทั้งที่เป็นของบริษัทเองไม่ว่าจะเป็น Facebook, Website, TikTok รวมทั้งทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์อื่นที่เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคร่วมด้วย เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เร็ว อีกทั้งมีต้นทุนการตลาดต่ำ แต่ได้การตอบรับดี

โดยเน้นกลุ่มคนวัยทำงานและผู้ที่ชื่นชอบการทานสแน็คในช่วงทำกิจกรรมหรือในเวลาว่าง จากความโดดเด่นดังกล่าวส่งผลให้สินค้าเป็นที่ถูกใจของตลาดเกาหลี ทำให้มียอดออร์เดอร์จากเกาหลีล็อตแรกในปีนี้จำนวน 2 ตู้คอนเทนเนอร์ ในอนาคตเตรียมพัฒนาสู่รสชาติใหม่ๆ ตามคำแนะนำของเซเว่นฯ เพื่อตอบรับความต้องการของตลาด”

📌 อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...