โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

กานดากรุ๊ป บุกบ้านแนวราบปีเสือ เป้ารายได้โต 25% ยอดขาย 3,300 ล้าน โต 10%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ม.ค. 2565 เวลา 07.19 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. 2565 เวลา 06.31 น.

กานดา พร็อพเพอร์ตี้ เผยทิศทางธุรกิจปี 2565 เตรียมเปิดแนวราบ 6 โครงการ มูลค่า 4,700 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 3,300 ล้านบาท เป้ารายได้ 2,500 ล้านบาท โดยปรับหลักการพัฒนาโครงการด้วย 5 Kanda Concept เล็งขยายธุรกิจใหม่ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า คาดปั้นรายได้ 3,000-3,500 ล้านบาท

วันที่ 13 มกราคม 2565 นายหัสกร บุญยัง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า แผนธุรกิจในปี 2565 เตรียมเปิดโครงการใหม่เป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ 6 โครงการ มูลค่ารวม 4,700 ล้านบาท มีทั้งการเปิดโครงการในทำเลเดิม และขยายทำเลใหม่ ๆ รวมทั้งการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ในกลุ่มทาวน์เฮาส์ระดับกลาง-บน เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้ครอบคลุม และขยายฐานการสร้างรายได้ให้กว้างขึ้น

รายละเอียดโครงการใหม่ในปี 2565 ประกอบด้วย โครงการไอลีฟ ไพร์ม ลำลูกกา คลอง 2, ไอลีฟ ไพร์ม 2 ประชาอุทิศ 90, ไอลีฟ พราวด์ พระราม 2 กม.14 และไอลีฟ พราวด์ วงแหวน-รังสิต คลอง 4 ซึ่งเป็นทาวน์โฮมแบรนด์ใหม่ ราคา 2-3 ล้านบาท

รวมทั้งการเปิดโครงการในทำเลใหม่อีก 2 โครงการ ได้แก่ โครงการไอลีฟ ไพร์ม รามอินทรา-คู้บอน และไอลีฟ ไพร์ม พัทยา-จอมเทียน จังหวัดชลบุรี

ทั้งนี้ ปี 2564 บริษัททำยอดขายได้ 3,000 ล้านบาท ยอดรับรู้รายได้ 2,050 ล้านบาท ถือว่าทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีการเปิดโครงการใหม่ไปเพียง 2 โครงการ ได้แก่ ไอลีฟ ไพร์ม ประชาอุทิศ 90 และ ไอลีฟ ไพร์ม 2 พระราม 2 กม. 14

อัพเดต ณ ปี 2565 บริษัทจะมีทั้งโครงการใหม่ และโครงการอยู่ระหว่างการขายรวม 16 โครงการ บน 11 ทำเล ทั้งในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และภูมิภาค ตั้งเป้ายอดขาย 3,300 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโต 10% และเป้ารายได้ 2,500 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโต 20-25%

“ภาพรวมเศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์ในปี 2565 แนวโน้มดีขึ้นกว่าปี 2564 แต่เป็นการเติบโตในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่ามีสถานการณ์โอมิครอน แต่เชื่อว่าถ้าความรุนแรงและผู้เสียชีวิตไม่เพิ่มขึ้นมากจะทำให้ความกดดันที่จะต้องใช้มาตรการปิดประเทศลดน้อยลง ขณะเดียวกันประเทศไทยรวมถึงหลายประเทศหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชนควบคู่ไปกับการควบคุมโรค ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจสามารถเดินต่อไปได้ แม้จะเติบโตได้ไม่มากนัก” นายหัสกรกล่าว

สำหรับปัจจัยบวกของตลาดอสังหาริมทรัพย์มาจากมาตรการรัฐ ทั้งการผ่อนคลายมาตรการคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือ LTV 100% และการต่ออายุมาตรการลดค่าโอนและจดจำนองที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทออกไปอีก 1 ปี ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก มีผลในเชิงบวกต่อตลาด จากการผ่อนปรนให้ผู้ซื้อสามารถขอสินเชื่อได้ 100% และช่วยลดภาระจากมาตรการลดค่าโอน ขณะเดียวกันยังส่งผลเชิงจิตวิทยาจากการที่ภาครัฐใช้อสังหาฯเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จะสร้างบรรยากาศที่ดีต่อตลาด และสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภค

นอกจากนี้ อานิสงส์จากมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองจะช่วยให้ผู้ประกอบการชะลอการปรับราคาบ้านตามต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับขึ้นไปแล้ว 5-30% เนื่องจากสถานการณ์ในขณะนี้เชื่อว่าผู้ประกอบการยังคงให้ความสำคัญกับสภาพคล่องมากกว่าผลกำไร การลดค่าโอนจึงช่วยให้ผู้ประกอบการนำประโยชน์ที่ได้จากส่วนนี้ส่งต่อไปให้ผู้บริโภคทั้งในเรื่องของการจัดโปรโมชั่น หรือการชะลอการปรับขึ้นราคาตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

พฤติกรรมผู้ซื้อบ้านแนวราบมีกลุ่มลูกค้าที่เคยอยู่ในเมืองขยับออกมาพักอาศัยชานเมือง เพื่อซื้อบ้านที่ได้พื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ได้อยู่กับครอบครัวที่ขยายใหญ่ขึ้น ได้ประโยชน์จากการอยู่อาศัยที่คุ้มค่าขึ้นจากการที่จะต้อง work from home ส่วนคอนโดมิเนียมจะเริ่มฟื้นตัวแต่ยังไม่กลับไปดีเท่ากับช่วงก่อนปี 2560 โดยบ้านแนวราบและคอนโดฯ จะทำการตลาดเจาะลูกค้าเรียลดีมานด์ที่มีความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงเป็นกลุ่มหลัก

นายหัสกรกล่าวว่า สถานการณ์โควิดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายในการดำเนินธุรกิจ บริษัทมีการปรับตัว 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.การบริหารสภาพคล่อง ทั้งปริมาณเงินที่เป็นรายรับเข้ามาและเงินที่จะต้องใช้จ่ายออกไป ซึ่งเป็นเรื่องที่บริษัทให้สำคัญที่สุด โดยโฟกัสที่การขายและการก่อสร้างที่จะต้องสอดรับกันระหว่างรายรับกับรายจ่าย มีการวางแผนงานก่อสร้างกับงานขายที่ต้องประชุมติดตามกันอย่างใกล้ชิด

2.ความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของพนักงานและลูกค้า พนักงานที่มีการสัมผัสใกล้ชิดลูกค้าจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยมีการตรวจ ATK การทำความสะอาดบ้านตัวอย่างและสำนักงานขายอย่างสม่ำเสมอ อุปกรณ์ทำความสะอาดและป้องกันต่าง ๆ มีการเตรียมพร้อมในทุกโครงการ รวมถึงการให้พนักงานสลับกัน work from home เพื่อลดความหนาแน่นของแต่ละไซต์โครงการ เป็นการลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

และ 3.การปรับปรุงระบบการทำงานของบริษัทให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งในปัจจุบันและอนาคต เช่น โปรดักต์มีการออกแบบบ้านใหม่รองรับ New Lifestyle ที่เกิดจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในยุคโควิด

“กานดาฯ รีดีไซน์แบบบ้านในสไตล์ English Garden ที่เพิ่มพื้นที่รองรับการใช้ประโยชน์ที่หลากหลายจากการที่ผู้บริโภคต้องใช้เวลาอยู่กับบ้านมากขึ้น และนำสไตล์การจัดสวนแบบอังกฤษมาช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลายในโครงการ โดยนำมาใช้กับโครงการไอลีฟ ไพร์ม 2 พระราม 2 กม.14 ที่เพิ่งเปิดตัวต้นเดือนธันวาคม 2564 เป็นโครงการแรก และจะนำไปใช้กับทุกโครงการใหม่ในปี 2565 เริ่มที่โครงการไอลีฟ ไพร์ม พัทยา-จอมเทียน ที่คาดว่าจะเปิดตัวเดือนกุมภาพันธ์นี้

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ปรับแนวคิดการพัฒนาโครงการในทุกโครงการ จากเดิมที่ใช้ 4 Kanda Concept เพิ่มเป็น 5 Kanda Concept ประกอบด้วย 1.Eco Smart การใช้พลังงานทางเลือก โดยใช้หลักการของ 3R-Reduce Reuse Recycle
2.Easy Maintenance การออกแบบบ้านให้ง่ายต่อการซ่อมบำรุงในอนาคต การเลือกใช้วัสดุที่ทนทาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

3.Multi Generation ออกแบบบ้านที่คำนึงถึงการอยู่อาศัยร่วมกันของแต่ละช่วงวัย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่
4.Flood Protection การออกแบบโครงการให้มีระบบป้องกันน้ำท่วม

และ 5.Space Matter การให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอยเพื่อรองรับความต้องการใช้พื้นที่หลากหลายขึ้น ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ที่เพิ่มเข้ามาในปีนี้ เช่น บ้านหนึ่งหลังออกแบบให้มี 4 ห้องนอน ด้วยจำนวนห้องที่หลากหลายทำให้เพียงพอต่อการปรับเปลี่ยนห้องได้ตามประโยชน์การใช้สอย รวมไปถึงการออกแบบฟังก์ชั่นการใช้สอยให้เหมาะสมทุกจุดในบ้าน

“แผนระยะสั้น 1-2 ปีหน้า การดาฯ วางเป้าขยายทำเลใหม่เพิ่มปีละ 1-2 ทำเล ถัวเฉลี่ยเปิดโครงการปีละ 5-10 โครงการ ตั้งเป้าเติบโตปีละ 10-20% หรือมีรายได้ 2,000-2,500 ล้านบาท”

ขณะที่แผนระยะกลาง 3-5 ปีหน้า วางเป้าในการเติบโตที่สูงขึ้น กลยุทธ์สำคัญมีการขยายธุรกิจเพิ่มจากปัจจุบันที่มีธุรกิจสำนักพิมพ์ออนไลน์ และการนำสินทรัพย์ที่มีอยู่มาปล่อยเช่าในระยะยาว ในอนาคตจะมีการขยายธุรกิจไปในอสังหาริมทรัพย์รูปแบบอื่น ๆ เพิ่ม ตั้งเป้ามีรายได้เฉลี่ยปีละ 3,000-3,500 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...