โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘บิ๊กป้อม’ เปิด ‘โรงเพาะฟักสัตว์น้ำ’ นำร่อง จ.ปัตตานี สู่เมืองปูทะเลโลก

77kaoded

เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2565 เวลา 06.39 น. • 77 ข่าวเด็ด

ปัตตานี - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ชื่นชม งานวิจัยเพาะฟักปูทะเล เชื่อมั่นเป็นพลังสร้างความอยู่ดีกินดีมีสุขแก่ประชาชนชายแดนใต้ ปักหมุดปัตตานีเป็น 'เมืองปูทะเลโลก'

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิด โรงเพาะฟักสัตว์น้ำ ณ มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2565 แสดงความชื่นชมในความร่วมมือร่วมใจกันของภาคีทุกภาคส่วน ที่ทุ่มเทศึกษาค้นคว้าวิจัยพัฒนาชุดความรู้ในการการเพาะเลี้ยงปูทะเล อันเป็นที่มาของ 'โรงเพาะฟักสัตว์น้ำ' ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญยิ่งของการเพาะฟักปูทะเล และจะมีส่วนอย่างสำคัญในการทำให้จังหวัดปัตตานี เป็นเมืองปูทะเลโลก อีกทั้งยังช่วยสร้างความอยู่ดีกินดีมีความสุขแก่ประชาชนในจังหวัดชายแดนใต้

รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม จังหวัดปัตตานี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โรงเพาะฟักสัตว์น้ำแห่งนี้ นับเป็นรูปธรรมจากผลลัพธ์ของงานค้นคว้าวิจัยพัฒนาการเพาะฟักปูทะเล ซึ่งเป็นการประสานความร่วมมือกันของหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กรมประมง และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) เพื่อเติมเต็มห่วงโซ่อุปทานของการเลี้ยงปูทะเลให้ครบวงจร

“โรงเพาะฟักสัตว์น้ำแห่งนี้นอกจากจากแก้ปัญหาคอขวดของการเพาะฟักลูกปูได้อย่างเบ็ดเสร็จแล้ว ยังจะถูกใช้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนิสิตนักศึกษา แหล่งค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับการผลิตลูกปูทะเล และแหล่งผลิตลูกปูทะเลสำหรับให้บริการแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงปูอีกด้วย” รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม กล่าว

ด้าน ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ระบุว่า โรงเพาะฟักสัตว์น้ำแห่งนี้ เปรียบเหมือนรางวัลความสำเร็จจากการทุ่มเทศึกษาค้นคว้าวิจัยการเพาะฟักปูทะเล ที่ บพท. ได้เข้าไปมีส่วนให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ศอ.บต. จังหวัดปัตตานี กรมประมง และภาคีที่เกี่ยวข้องอีกหลายภาคส่วน

โรงเพาะฟักสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นต้นทางของการเพาะฟักลูกปู และอนุบาลลูกปู ก่อนส่งต่อให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงในระบบปิดที่ควบคุมอุณหภูมิและระดับความเค็มของน้ำ หรือนำไปเลี้ยงในระบบเปิดในนากุ้งร้าง และป่าชายเลนเสื่อมโทรม ซึ่งช่วยฟื้นฟูป่าชายเลนเสื่อมโทรม หรือนากุ้งร้างที่เสื่อมค่า ให้กลับมามีคุณค่า มีประโยชน์ทางเศรษฐกิจ จะทำให้มูลค่าผลผลิตปูทะเลไทยขยายตัวแบบก้าวกระโดดจากระดับประมาณ 900 ล้านบาทในปัจจุบัน ขึ้นไปแตะระดับ 5,000 ล้านบาทต่อปี ภายในเวลา 5 ปี ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา กล่าว

“ผมมั่นใจว่าโรงเพาะฟักสัตว์น้ำแห่งนี้ จะเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ต่อยอดงานวิจัยเรื่องปูทะเลให้ดียิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการยกระดับรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่เศรษฐกิจฐานราก ทั้งระดับครัวเรือนและชุมชน อีกทั้งยังจะมีส่วนในการขยายมูลค่าการค้าปูทะเลของไทยให้เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งเป็นรากฐานสำคัญในการทำให้จังหวัดปัตตานีเป็นเมืองปูทะเลโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ” ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา กล่าว

ส่วน พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า ศอ.บต.เชื่อมั่นว่า โรงเพาะฟักสัตว์น้ำแห่งนี้จะทำให้กระบวนการเพาะเลี้ยงปูทะเลมีความครบวงจร ซึ่งจะก่อเกิดประโยชน์แก่ประชาชนในหลายภาคส่วนทั้งผู้เลี้ยง ผู้ประกอบการ ร้านอาหาร รวมทั้งภาคการท่องเที่ยว และเวลานี้ ศอ.บต.ได้ประสานงานกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นำชุดความรู้การเลี้ยงปูทะเลไปส่งเสริมให้ประชาชนประกอบอาชีพเลี้ยงปูทะเลแล้วกว่า 30 ชุมชน

ขณะที่ นายมูฮำหมัดสุกรี มะแซ ประธานกลุ่มเลี้ยงปูในบ่อกุ้งร้าง ต.บางปู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า ได้นำชุดความรู้เรื่องการเลี้ยงปูทะเลไปใช้ประกอบอาชีพ ซึ่งได้ผลดีมาก และทำให้ตัดสินใจเลิกอาชีพประมงเรือเล็กที่ต้องออกทะเลให้หาสัตว์น้ำในทะเล มาเลี้ยงปูอย่างจริงจัง

“ก่อนมาเลี้ยงปู ผมต้องหาเช้ากินค่ำไม่มีเงินเหลือเก็บ แต่เมื่อเปลี่ยนมาเลี้ยงปู ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นมาก มีเงินเหลือเก็บ และเหมือนมีตู้เอทีเอ็มส่วนตัว อยากใช้เงินก็จับปูไปขาย โดยปูเนื้ออายุ 4 เดือน ขนาด 2-3 ตัว/กิโลกรัม มีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 400-500 บาท ส่วนปูไข่ จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 500-600 บาท” นายมูฮำหมัดสุกรี มะแซ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...