UBE ผู้เล่นในตลาดเอทานอลรายใหญ่ สู่การเป็นบริษัทเกษตรอินทรีย์ระดับโลก
‘ประเทศไทย’เป็นประเทศที่เน้นการพัฒนาด้านการเกษตร มีหลายสินค้าการเกษตรที่เป็นหัวใจหลักของการส่งออก ทั้งข้าว ยางพารา น้ำตาล และหนึ่งในสินค้าเกษตรที่เป็นจุดเด่นคือ ‘มันสำปะหลัง’ซึ่งเป็นพืชอาหารที่มีความสำคัญเป็นอันดับ 5 ของโลกรองจากข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวเจ้า และมันฝรั่ง และเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจหลักของเกษตรกรไทย ด้วยจุดเด่นของการเป็นพืชที่ดูแลง่าย เพาะปลูกได้ดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยปริมาณผลผลิตของแต่ละปีอยู่ที่เฉลี่ย 28-30ล้านตันต่อปี
จุดเด่นของมันสำปะหลังคือ การนำไปต่อยอดในการผลิตหรือแปรรูปสินค้าได้หลากหลาย ทำให้ภาคธุรกิจหลายรายเข้ามาทำธุรกิจเกี่ยวกับพืชชนิดนี้ ‘บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน)’หรือ ‘UBE’เป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญในตลาดด้านการผลิตหรือแปรรูปสินค้าจากมันสำปะหลัง ซึ่งถ้าดูจากชื่อบริษัทแล้วอาจจะคิดว่า UBE เป็นบริษัทฯ ที่ผลิตเอทานอล แต่นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของธุรกิจเท่านั้น UBE มีแนวการทำธุรกิจและวางอนาคตอย่างชัดเจนว่าพวกเขามีอะไรที่มากกว่านั้น เพราะนอกจากเป็นผู้นำในตลาดเอทานอลจากมันสำปะหลังแล้ว ‘UBE ต้องการเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในธุรกิจอาหารระดับโลก’
3 ขาธุรกิจของ UBE
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีกำลังการผลิตและส่งออกมันสำปะหลังเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ทำให้มีความได้เปรียบที่จะต่อยอดความสำเร็จในผู้เล่นตลาดนี้ โดย ‘UBE เป็นหนึ่งในผู้ที่นำมันสำปะหลังมาเพิ่มมูลค่า’ โดยที่ UBE มีการดำเนินธุรกิจที่แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ คือ
(1) ธุรกิจผลิตเอทานอล
UBE เริ่มธุรกิจเอทานอลมาตั้งแต่ปี 2554ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำฐานการผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลังรายใหญ่ในประเทศที่มีกำลังการผลิตถึง 4แสนลิตรต่อวัน ที่สามารถผลิตเอทานอลได้ทั้งเกรดเชื้อเพลิง (Fuel Grade) และเกรดอุตสาหกรรม (Industrial Grade) ด้วยเทคโนโลยีไฮบริดที่มีความทันสมัย อีกทั้งปัจจุบันบริษัทฯ มีการผลิต และจำหน่ายเอทานอลที่ใช้ในการทำความสะอาดมือ ภายใต้แบรนด์ “UBON BIO” และ “KLAR”
(2) ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังออร์แกนิค
UBE เป็นหนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายแป้งมันสำปะหลังออร์แกนิครายใหญ่ของโลก โดยเน้นส่งออกไปยังประเทศที่มีรายได้สูงทั้งในสหรัฐฯ และยุโรป โดยมีปริมาณการส่งออกมากกว่า 2 หมื่นตันต่อปี และในขณะเดียวกัน UBE เป็นผู้ผลิต ’แป้งฟลาวมันสำปะหลัง’ ภายใต้แบรนด์ "Tasuko" และ "Savvy" สามารถใช้ทดแทนแป้งสาลีได้ในทุกมิติ เช่น ขนมปัง เบเกอรี่ เส้นพาสต้า ขนมเด็ก ซึ่งจะเป็นแป้งทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่รักษาสุขภาพ และแพ้กลูเตน
(3) ธุรกิจเกษตรอินทรีย์
นอกจากความโดดเด่นของ UBE ที่มีในตลาดมันสำปะหลังแล้ว พวกเขายังมองโอกาสและแนวโน้มการเติบโตของพืชเกษตรอินทรีย์อื่น ๆ โดยเฉพาะการผลิตพืชออร์แกนิคที่มาพร้อมกับเทรนด์ตลาดโลกที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพ เช่น ข้าว กาแฟ ผักปลอดสารพิษ เป็นต้น ที่มีความต้องการจากผู้บริโภคในปัจจุบันที่มากขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งราคาสินค้าออร์แกนิคก็จะมีราคาที่สูงกว่าสินค้าเกษตรทั่วไป ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้มีการจัดทำโครงการ “การเสริมสร้างความรู้พัฒนาชาวไร่แบบมีส่วนร่วมเพื่อการผลิตมันสำปะหลังยั่งยืนหรือ ‘อุบลโมเดล’ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างภาครัฐ เกษตรกร ภาคประชาสังคม โดยบริษัทฯ จะทำการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าทางวัตถุดิบ และยกระดับรายได้ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกษตรกรไทย
การเงินแข็งแกร่ง
ความน่าสนใจหนึ่งของ UBEคือ การมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งมาก มีการเติบโตทั้งในด้านของรายได้และกำไรที่ก้าวกระโดด โดยเฉพาะในส่วนกำไรใน 6เดือนแรกของปี 2564พวกเขามีกำไรสุทธิมากกว่าทั้งปี 2563ด้วย
ปี 2562 รายได้จากการขาย 4,690.2ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 42.5 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้จากการขาย 4,434.4ล้านบาท กำไรสุทธิ 99.3 ล้านบาท
6เดือนแรกปี 2564 รายได้จากการขาย 2,946.1ล้านบาท กำไรสุทธิ 106.6 ล้านบาท
โดยในสัดส่วนรายได้ช่วง 6เดือนแรกของปี 2564พวกเขามีรายได้จากเอทานอล 47%ธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง 50% และธุรกิจอื่น ๆ 3 %
นอกจากบริษัทฯ มีการเติบโตของกำไรที่ดีแล้ว ยังมีส่วนช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย เพราะการเข้าลงทุนของ UBE ไม่ได้ดูแลแค่สายการผลิตของตัวเองอย่างเดียว พวกเขาเข้าไปดูถึงการผลิตของเกษตรกร ช่วยในการยกระดับสินค้าให้เป็นออร์แกนิค 100% เพื่อให้ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากลซึ่งเป็นที่ยอมรับของลูกค้า สามารถสร้างรายได้ที่มากกว่าปกติ แถมยังช่วยเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้เกษตรกร ผ่านกระบวนการการอบรม และใช้ปัจจัยการผลิตที่มีประสิทธิภาพ
UBE กับทางเลือกเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดเกษตรอินทรีย์
ความแข็งแกร่งที่ผ่านมาในตลาดเอทานอลส่วนหนึ่ง เป็นเพราะพวกเขามีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่เป็นบริษัทด้านพลังงานทั้งในกลุ่มของ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือในกลุ่มบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ที่มีการซื้อขายระหว่างกันอยู่แล้วสร้างฐานะการเงินให้แข็งแกร่ง แต่ UBE มองอะไรที่ไกลกว่านั้น
UBE มองโอกาสในตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ โดยเฉพาะในตลาดออร์แกนิคที่มีการเติบโตสูงในตลาดสหรัฐฯ ยุโรป และประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่ผู้คนให้ความสนใจในสุขภาพมากขึ้น ซึ่งในสินค้าด้านออร์แกนิคนั้นจะช่วยเพิ่มราคาขายที่ดีกว่าสินค้าทั่วไป ซึ่งการจะผลิตสินค้าประเภทนี้มีข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติตามมากมาย ทั้งการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองว่าเป็นออร์แกนิคในการปลูกพืช และในขณะเดียวกันต้องใช้เวลามากกว่า 3 ปี ถึงจะเป็นออร์แกนิคได้ นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องได้รับการรับรองว่าเป็นสินค้าออร์แกนิคมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ไทยและสากล ถึงจะได้รับความมั่นใจกับผู้บริโภค
UBE เล็งเห็นโอกาสที่จะเป็นผู้เล่นหลักในตลาดนี้ได้ทำให้ UBE วางเป้าหมายที่ต้องการจะเป็นผู้นำเกษตรอินทรีย์ครบวงจรหรือ Organic Solution Provider โดยจะเริ่มจากการดำเนินธุรกิจจากจุดเด่นทั้งการเดินหน้าผลิตและจำหน่าย แป้งฟลาวออร์แกนิค Gluten -Free High Fiber Non GMO ทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมองถึงโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังพืชออร์แกนิคอื่น ๆ ทั้งกาแฟออร์แกนิค ข้าวออร์แกนิค ด้วยการใช้วิธี Contract Farming เพื่อให้สินค้าได้คุณภาพและได้รับการรับรองจนถึงมือลูกค้าและสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคในระยะยาว
โดย UBE ตั้งเป้าหมายจะมีสัดส่วนกำไร (EBITDA) จากธุรกิจอาหารเป็น 70% ภายใน 5ปี จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนกำไรจากธุรกิจอาหารที่ 27%
ตลาดทุนคือ โอกาสสร้างการเติบโต
อย่างไรก็ตาม การจะเติบโตได้ตามเป้าหมายนั้นบริษัทฯ ต้องมีการลงทุน ดังนั้น การระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะนอกจากจะช่วยให้ UBE มีเงินทุนเพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้ UBE เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากการทำธุรกิจกับต่างประเทศมากขึ้น และเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้ามาร่วมเป็นเจ้าของ UBE โดยคาดว่าจะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ในเร็ว ๆ นี้
โดยการเข้าระดมทุน UBE จะนำเงินไปลงทุนในโครงการต่าง ๆ เพื่อสร้างการเติบโต
เพิ่มกำลังการผลิตแป้งฟลาวจาก 100ตันต่อวัน เป็น 300 ตันต่อวัน ภายในสิ้นปี 2565
ลงทุนสร้างสายการผลิตสารให้ความหวานออร์แกนิค ทั้งไซรัป และมอลโทเดกซ์ทริน กำลังการผลิต 300 ตันต่อวัน
การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแป้งมันสำปะหลังและการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ ๆ
การลงทุนขยายกำลังการผลิตเอทานอลเกรดเชื้อเพลิง 40,000 ลิตรต่อวัน ผ่านการทำ De-bottlenecking Capacity
การลงทุนในโรงสีเชอร์รี่กาแฟและโรงคั่วกาแฟออร์แกนิค
คืนเงินกู้แก่สถาบันการเงินและเงินทุนหมุนเวียน
แผนการลงทุนจะเป็นส่วนช่วยสร้างการเติบโตครั้งสำคัญกับ UBE ให้เติบโตยั่งยืนในธุรกิจอาหารปลอดภัย เป็นอาหารเพื่อสุขภาพแห่งอนาคต ตอบรับกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพ และจะเป็นส่วนช่วยสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกรไทยให้เติบโตควบคู่กันไปด้วย เป็นโมเดลของธุรกิจใหม่ที่เติบโตและช่วยให้ชุมชนเติบโตไปด้วยกัน