โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"สภาพชุมชนเราแออัด ไม่เหมาะกับกักตัวในบ้าน ชุมชนเราไม่เหมือนชุมชนเมืองข้างนอก ไม่มีห้องส่วนตัว บ้านหลังเล็กๆ อยู่กัน 4-5 คน บางหลังขนาด 3x2 เมตร อยู่กันตั้ง 3-4 คน และจะให้กักตัวในบ้านอย่างไร ห้องน้ำก็ใช้ร่วมกัน"

The MATTER

อัพเดต 04 พ.ค. 2564 เวลา 09.00 น. • เผยแพร่ 04 พ.ค. 2564 เวลา 08.20 น. • Brief

จากข้อมูลของสำนักงานเขตคลองเตย พื้นที่เขตคลองเตยประกอบไปด้วยชุมชนทั้งหมด 39 ชุมชน มีประชากรทั้งหมด 88,673 คน และมีพื้นที่ทั้งหมด 881.93 ไร่ หรือเรียกได้ว่าพื้นที่ชุมชุนคลองเตยเป็นพื้นที่แออัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และกำลังน่าห่วงมากขึ้น เมื่อล่าสุดมีข่าวว่าเกิดการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 โดยถึงขณะนี้มีผลยืนยันว่าพบผู้ติดเชื้อแล้ว 304 ราย และเสี่ยงสูงอีกนับพันราย 

The MATTER ได้ติดต่อพูดคุยกับ สิทธิชาติ อังคสิทธิศิริ ประธานชุมชนคลองเตยล็อค 1-2-3 ซึ่งเป็นหนึ่งในชุมชนที่มีสภาพแออัด โดยมีประชากรมากถึง 8,325 คนเป็นอย่างน้อย ในพื้นที่ 41.5 ไร่ โดยเขาเล่าถึงสถานการณ์ภายในชุมชนตอนนี้ว่า 

“ตอนนี้ มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน และหลายชุมชนยังไม่ได้รับการตรวจทำให้ไม่แน่ใจว่ายอดแท้จริงเท่าไร ถ้ามีการตรวจเชิงรุกทั้งชุมชนถึงจะรู้ว่ายอดผู้ติดเชื้อทั้งหมดเท่าไร” โดยในขณะนี้ ชุมชนคลองเตยล็อค 1 - 2 - 3 มีผู้ติดเชื้อไปแล้ว 11 ราย 

“วันนี้ (4 พฤษภาคม 2564) มีโควตาเมื่อเช้าว่าให้ตรวจ 200 คน ก่อนหน้านี้ (3 พฤษภาคม 2564) ได้ 80 คน รวมเป็นประมาณ 280 คน ผมก็แจ้งชาวชุมชนว่าใครมีความเสี่ยงใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อให้ไปตรวจก่อน ” 

เขาเล่าต่อถึงอารมณ์ความรู้สึกของสมาชิกลูกบ้านเขาว่า “ผมว่าทุกคนหวาดผวากันหมด มันเหมือนอยู่แบบไม่มีเป้าหมาย จะมีหน่วยงานไหนเข้ามาเมื่อไร เข้ามาแล้วจะได้ตรวจหรือเปล่า ถ้าประกาศว่าใครเสี่ยง ทุกคนเขาก็เสี่ยงกันหมด ผมเข้าใจความรู้สึกของชาวชุมชนนะครับ มันไม่มีความหวังเลยว่าจะมีหน่วยงานไหนเข้ามาตรวจเป็นกิจลักษณะ แบบติดต่อมาบอกเราเลยว่าอีก 2-3 วันจะเข้ามาตรวจนะ”

ทั้งนี้ ชุมชนคลองเตยล็อค 1-2-3 เป็นชุมชนที่เคยมีข่าวว่าให้ผู้ป่วย COVID-19 กักตัวเองอยู่ในรถยนต์ เพื่อรอให้รถพยาบาลมารับ เนื่องจากสภาพภายในชุมชนแออัดและอาจเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรค สิทธิชาติกล่าวถึงประเด็นนี้ว่า 

“สภาพชุมชนเราแออัด มันไม่เหมาะกับการกักตัวในบ้าน รอบแรกให้กักตัวในรถ รอบนี้ให้กักตัวในบ้าน สุดท้ายติดกันทั้งบ้าน ชุมชนเราไม่เมืองข้างนอก มันไม่มีห้องส่วนตัว ไม่มีรั้วรอบขอบชิด ชุมชนเราเนี่ยบ้านหลังเล็กๆ อยู่กัน 4-5 คน บางหลังขนาด 3x2 เมตรอยู่กันตั้ง 3-4 คน และจะให้กักตัวอย่างไร ห้องน้ำก็ใช้ร่วมกัน”

“ปัญหาการแพร่เชื้อในบ้านเป็นปัญหาใหญ่ อย่างชุมชนผมก็ต้อง ดันผู้ติดเชื้อออกนอกชุมชน ต้องรีบหาสถานที่กักตัวหรือโรงพยาบาลให้ผู้ป่วยให้ได้ภายใน 1 วัน หลังจากนั้นนำทีมงานเข้าไปฉีด พ่น ฆ่าเชื้อภายในบ้านนั้น ไม่รอหน่วยงานภาครัฐแล้ว ถ้ารอก็คงจะไม่รู้เมื่อไร พอฉีดเสร็จก็นำผู้ที่ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อไปตรวจ ถ้าผลออกมาไม่มีเชื้อให้กักตัวอยู่ในบ้าน 14 วัน เราก็ไปดูแลเรื่องข้าว น้ำ ความเป็นอยู่ ของใช้ต่างๆ ของเขา”

ด้วยความสงสัย เราถามเขาต่อว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้ มีเงินกองกลางของชุมชนหรือเงินส่วนไหนช่วยเหลือหรือเปล่า? เขากล่าวเรียบๆ ว่าส่วนมากจะใช้เงินตัวเอง หรือบางครั้งก็รวมจากเพื่อนฝูงถือว่าได้ทำบุญช่วยเหลือกัน 

“สิ่งที่จำเป็นตอนนี้ก็อย่างข้าวสาร อาหารแห้ง ของอุปโภค บริโภค ของใช้จำเป็นให้กับผู้ที่กักตัว เพราะตอนนี้ถ้าสมมุตติด 1 คน ก็ต้องกักตัวอีก 4-5 คน มันก็มีของจำเป็นต้องใช้ทุกวัน รวมถึงพวกเครื่องพ่นแก๊ส ชุด PPE  น้ำยาแอลกอฮอล์ ของพวกนี้เราก็จำเป็น” ทั้งนี้ สิทธิชาติเล่าว่าทุกวันนี้คณะกรรมการชุมชนร่วมกันทีมอาสา พยายามพึ่งพาตัวเอง ทำความสะอาดและรักษาอนามัยของชุมชนตลอดเวลา

“ส่วนภาครัฐที่อยากให้เข้ามาช่วยเหลือจริงๆ คือ การรับ-ส่งผู้ป่วย อยากให้เร่งรัด อย่าให้ผู้ติดเชื้อมาค้างในชุมชนเกิน 1 วัน เพราะยิ่งกักตัวยิ่งออกช้า เชื่อยิ่งกระจายเยอะ” 

ก่อนทิ้งท้าน เราถามเขาถึงตัวแทนประชาชนประจำพื้นที่ น.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม.เขตคลองเตย-วัฒนา พรรคพลังประชารัฐ โดยเขากล่าวว่า 

“ผมไม่ได้ติดต่อหาเขาเลยนะ  บางครั้งเราปกป้องตัวเองได้ เราก็ปกป้อง เข้าใจว่าเขาคงมีงานเยอะ ต้องดูแลหลายชุมชน ต้องดูว่าเขาจะช่วยแต่ละชุมชนอย่างไร”

“แต่ไม่ได้ลงพื้นที่ชุมชนผม เขาอาจจะยุ่งอยู่ชุมชนอื่นหรือเปล่า” เป็นคำตอบเชิงคำถามทิ้งท้ายจากหัวหน้าชุมชนคลองเตยล็อค 1-2-3

อ้างอิง:

https://www.khaosod.co.th/covid-19/news_6376748

http://www.bangkok.go.th/…/%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1…

#Quote #TheMATTER #ชุมชนคลองเตย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...