โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ร่องรอยบางกอกยุคต้นรัตนโกสินทร์ ในแผนที่กรุงเทพฯ ฉบับธงชัย (1) / พื้นที่ระหว่างบรรทัด ชาตรี ประกิตนนทการ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 22 ธ.ค. 2566 เวลา 07.37 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. 2564 เวลา 06.00 น.

พื้นที่ระหว่างบรรทัด

ชาตรี ประกิตนนทการ

ร่องรอยบางกอกยุคต้นรัตนโกสินทร์

ในแผนที่กรุงเทพฯ ฉบับธงชัย (1)

เป็นที่รับรู้กันมานานในกลุ่มคนที่ศึกษาเรื่องแผนที่เก่าว่า แผนที่กรุงเทพฯ ชุดแรกสุดที่ได้มีการรังวัดสำรวจอย่างละเอียดแยกออกเป็นระวางย่อยหลายแผ่นตามระบบมาตรฐานการทำแผนที่สมัยใหม่นั้น

จัดทำขึ้นราวครึ่งหลังของทศวรรษที่ 2420 และตีพิมพ์อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ.2430

อย่างไรก็ตาม แผนที่ชุดดังกล่าวกลับไม่มีใครเคยเห็น ไม่ทราบแน่ชัดว่ามีจำนวนทั้งสิ้นกี่ระวาง และสำรวจพื้นที่กรุงเทพฯ กว้างไกลมากน้อยเพียงใด

ที่สำคัญคือ วงวิชาการส่วนใหญ่คิดว่าแผนที่ชุดสำคัญนี้น่าจะหายสาบสูญไปหมดแล้ว

ส่วนใหญ่เชื่อกันว่า แผนที่กรุงเทพฯ ฉบับเก่าที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่จากการสำรวจครั้งนั้น คือแผนที่ฉบับที่ตีพิมพ์หลังจากนั้นถึง 9 ปี (พ.ศ.2439)

ที่เรียกกันโดยทั่วไปว่าแผนที่กรุงเทพฯ “ฉบับนายวอนนายสอน”

แผนที่ฉบับนี้มีลักษณะเป็นแผนที่แผ่นเดียว มาตราส่วน 1 : 11,880 ขนาดกว้าง 72 ซ.ม. ยาว 102 ซ.ม. โดยแสดงอาณาบริเวณเมืองทั้งฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี

บนแผนที่มีการระบุชื่อสถานที่สำคัญเอาไว้หลายแห่งที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาประวัติศาสตร์เมืองกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะการทำความเข้าใจโครงสร้างเมืองกรุงเทพฯ ในช่วงรอยต่อของการปฏิรูปบ้านเมืองไปสู่ความเป็นสมัยใหม่ในรัชกาลที่ 5

ในส่วนที่มาของการทำแผนที่ฉบับนี้มีระบุเอาไว้บริเวณมุมขวาบนของแผนที่ ข้อความว่า

“พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ รับพระบรมราชโองการ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานแผนที่ทำขึ้น เมื่อปีกุณ นพศก 20 ศักราช 1249 (พ.ศ.2430-ผู้เขียน) ครั้งนั้น แล้วกรมแผนที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมตึกถนน บ้านเรือน ตามที่เปลี่ยนแปลงใหม่ ในทุกวันนี้รวบรวมเข้า ทั้งสองฝั่งลำน้ำเจ้าพระยา ลงเป็นแผ่นเดียวกัน ข้าพเจ้า นายวอน นายสอน เป็นผู้เขียน แล้วแต่วันที่ 18 ธันวาคม ร.ศ.115”

ข้อความนี้ทำให้เรารู้ว่า “ฉบับนายวอนนายสอน” เขียนขึ้นจากแผนที่ฉบับ พ.ศ.2430 นั่นเอง โดยมีการเติมรายละเอียดความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของบ้านเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงราว 10 ปีที่ผ่านไป

แผนที่ฉบับนี้ถูกใช้อ้างอิงมากในวงวิชาการไทยตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาในฐานะของแผนที่กรุงเทพฯ ที่รังวัดสำรวจแบบสมัยใหม่ ที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่

ควรกล่าวแทรกไว้ก่อนว่า ในความเป็นจริง แผนที่กรุงเทพฯ ที่มีการสำรวจและเขียนขึ้นอย่างเป็นระบบตามวิธีสมัยใหม่ มีการทำก่อนหน้านั้นแล้ว ฉบับแรกน่าจะคือ Plan of the City of Bangkok ที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ Bangkok Calendar พ.ศ.2403 และแผนที่ Map of the City of Bangkok พ.ศ.2413 อย่างไรก็ตาม ทั้งสองแผ่นมิใช่การสำรวจรังวัดที่ทำอย่างละเอียดแยกเป็นระวางย่อยที่แสดงลักษณะทางกายภาพเมืองอย่างสมบูรณ์เท่ากับแผนที่ฉบับ พ.ศ.2430

ย้อนกลับมาที่ “ฉบับนายวอนนายสอน” แม้ว่าแผนที่ฉบับนี้จะให้ภาพรวมลักษณะกายภาพเมืองกรุงเทพฯ ทศวรรษ 2430 ได้ดี

แต่ข้อเสียคือ ไม่สามารถศึกษาในรายละเอียดของสภาพอาคารสถานที่ต่างๆ ได้มากนัก เพราะการลงลายเส้นของแผ่นที่มีลักษณะที่ค่อนข้างหยาบ

นอกจาก “ฉบับนายวอนนายสอน” แล้ว ยังมีแผนที่เก่าอีก 2 ฉบับที่มีอายุสมัยไล่เลี่ยกัน แต่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักแพร่หลายนัก

ฉบับแรก คือแผนที่กรุงเทพฯ แสดงอาณาบริเวณเฉพาะฝั่งพระนครที่กว้างออกไปจนถึงบริเวณคลองผดุงกรุงเกษมซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ที่หอสมุดดำรงราชานุภาพ

แผนที่ฉบับนี้น่าเสียดายที่ไม่ระบุปีในการสำรวจและตีพิมพ์ แต่จากการที่ผมเองได้เคยใช้แผนที่ฉบับนี้ในงานวิจัยเมื่อหลายปีก่อนและนำไปเทียบกับ “ฉบับนายวอนนายสอน” เห็นได้ชัดว่าฉบับนี้มีถนนบางเส้นที่ยังไม่ถูกตัดและอาคารบางแห่งยังไม่ถูกสร้าง ในขณะที่ “ฉบับนายวอนนายสอน” ปรากฏให้เห็นแล้ว

แสดงว่าแผนที่ฉบับนี้มีอายุเก่ากว่า

และทำให้ผมเองสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นชุดต้นแบบในการคัดลอกของนายวอนนายสอน ซึ่งหากเป็นจริง นั่นก็หมายความว่า เป็นฉบับที่จัดทำขึ้นเมื่อ พ.ศ.2430 นั่นเอง

ข้อดีของแผนที่ฉบับนี้คือการลงลายเส้นที่คมชัดมากกว่า “ฉบับนายวอนนายสอน” อย่างเทียบกันไม่ได้ จนทำให้เราสามารถใช้ในการศึกษาอาคารบ้านเรือนในระดับรายละเอียดได้ แต่ข้อเสียคือการที่ไม่มีข้อความอะไรระบุกำกับไว้เลย ทำให้ไม่ทราบข้อมูลอะไรมากนักอีกเช่นกัน

ส่วนแผนที่ฉบับที่สอง เก็บรักษาอยู่ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ลักษณะทั่วไปเหมือนกับ “ฉบับหอสมุดดำรงฯ” ทุกประการ แต่เมื่อดูละเอียดพบว่า มีการเพิ่มเส้นร่างถนนบางส่วนมากขึ้นจาก “ฉบับหอสมุดดำรงฯ” เล็กน้อย แต่ก็ยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของเมืองมากเท่ากับ “ฉบับนายวอนนายสอน”

ดังนั้น จึงอาจระบุได้อย่างกว้างๆ ว่า “ฉบับหอจดหมายเหตุแห่งชาติ” คือชุดเดียวกันกับ “ฉบับหอสมุดดำรงฯ” แต่ถูกเขียนรายละเอียดบางอย่างเพิ่มเติมลงไป

ที่กล่าวมา คือแผนที่กรุงเทพฯ 3 ฉบับ ที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงเหลืออยู่ ตามความเข้าใจที่เชื่อกันมานาน

อย่างไรก็ตาม เมื่อปลายปี พ.ศ.2558 ได้มีการตีพิมพ์หนังสือแผนที่ชุดหนึ่งออกมา

แผนที่ชุดนี้ประกอบไปด้วย 2 เล่ม

เล่มแรกชื่อว่า “แผนที่กรุงเทพฯ จ.ศ.1249” ภายในประกอบไปด้วยแผนที่จำนวน 18 ระวาง

และเล่มที่สองชื่อว่า “แผนที่ธนบุรี จ.ศ.1249” ภายในประกอบไปด้วยแผนที่จำนวน 13 ระวาง

แผนที่ชุดนี้เป็นสมบัติของ “สมาคมกิจวัฒนธรรม” โดยคุณธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ ซึ่งเป็นผู้ค้นพบแผนที่ชุดนี้โดยบังเอิญ (ความเป็นมาของการค้นพบน่าสนใจมาก ใครอยากทราบควรถามไถ่จากคุณธงชัยเองจะได้อรรถรสมากกว่าให้ผมเล่าในที่นี้)

ต่อมาได้รับการสนัยสนุนจาก “ธนาคารกสิกรไทย” ในการจัดพิมพ์แผนที่ชุดนี้ออกมาเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2558

แม้การตีพิมพ์จะใช้ ชื่ออย่างเป็นทางการว่า “แผนที่กรุงเทพฯ จ.ศ.1249” และ “แผนที่ธนบุรี จ.ศ.1249” แต่ผมเองอยากจะขอเรียกแผนที่ชุดนี้ว่า “แผนที่กรุงเทพฯ ฉบับธงชัย” มากกว่า เพื่อให้เกียรติกับคุณธงชัยในฐานะผู้ค้นพบเอกสารสำคัญชุดนี้

โดยส่วนตัวเห็นว่า การตีพิมพ์ครั้งนี้เป็นการตีพิมพ์หลักฐานทางประวัติศาสตร์ชุดที่สำคัญที่สุดในสังคมไทยในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้

เพราะ “แผนที่กรุงเทพฯ ฉบับธงชัย” คือ แผนที่กรุงเทพฯ พ.ศ.2430 ที่เป็นต้นฉบับให้แก่แผนที่ “ฉบับนายวอนนายสอน”, “ฉบับหอสมุดดำรงฯ” และ “ฉบับหอจดหมายเหตุแห่งชาติ” นั่นเอง

ดังนั้น แผนที่ชุดนี้คือ แผนที่กรุงเทพฯ ที่เก่าแก่ที่สุดที่มีการทำรังวัดสำรวจตามวิธีการทำแผนที่สมัยใหม่ ที่สำคัญคือ ให้รายละเอียดข้อมูลทางกายภาพของเมืองกรุงเทพฯ และกรุงธนบุรีที่สืบย้อนกลับไปได้ไกลที่สุดเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน

หากพิจารณาแผนที่ชุดนี้ในภาพรวม ข้อมูลที่ปรากฏแก่สายตาในทันทีคือภาพของกรุงเทพฯ ในทศวรรษที่ 2430 ที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ความเจริญสมัยใหม่แบบตะวันตก ผ่านเครือข่ายถนนหนทางและอาคารราชการตามแบบสมัยใหม่ที่เริ่มกระจายแทรกอยู่ตามส่วนต่างๆ ของเมือง

อย่างไรก็ตาม ผมอยากชวนให้มองและอ่านนัยยะของแผนที่ชุดนี้ในอีกแง่มุมหนึ่งที่ต่างออกไป

ในขณะที่คนทั่วไปเมื่อมองแผนที่ชุดนี้ โดยเลือกที่จะอ่านมันเพื่อทำความเข้าใจความเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นสมัยใหม่ช่วงแรกเริ่มของสยาม แต่ผมอยากชวนมาอ่านมันในฐานะแผนที่ที่ทิ้งร่องรอยของสภาพบ้านเมืองในยุคต้นรัตนโกสินทร์ ที่สมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันแทน

แน่นอน แผนที่ชุดนี้เป็นสิ่งที่ถูกผลิตขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งไม่ใช่หลักฐานร่วมสมัยยุคต้นรัตนโกสินทร์ แต่หากพิจารณารายละเอียด แผนที่ชุดนี้ได้ทิ้งร่องรอยบางอย่างที่ทำให้เราฉายภาพย้อนกลับไปในอดีตได้ไกลกว่ายุคสมัยที่ตัวมันได้ถูกจัดทำขึ้น

เป็นภาพของเมืองบางกอกในยุคต้นรัตนโกสินทร์ที่พร่าเลือนหากมองจากหลักฐานประเภทอื่น

แต่มันกลับแจ่มชัดมากขึ้นเมื่อเรามองมันผ่านแผนที่ชุดนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...