โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ทำไมต้องซื้อซิโนแวคเพิ่ม? ฉีดวัคซีนไขว้ได้ผลจริงหรือ?

แนวหน้า

เผยแพร่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 17.00 น.

เชื่อหมอ อย่าเชื่อหมา

เชื่อหมอที่มีความรู้โดยตรง มีหน้าที่ความรับผิดชอบโดยตรงไม่ใช่หมอสิว หมอหิวแสง หมอโซเชียล

1. เหตุผล ซื้อ Sinovac เพิ่ม 12 ล้านโดส?

ทีมแพทย์ ศบค.ชี้แจงชัดเจน เพื่อเตรียมวัคซีนให้เพียงพอ และฉีดวัคซีนสูตร Sinovac ตามด้วย AstraZeneca

มีผลการศึกษาแล้ว ว่ามีภูมิคุ้มกันมากกว่า ฉีด Sinovac 2 เข็มหรือ AstraZeneca 2 เข็ม 3 เท่า

พูดง่ายๆ ว่า สามารถฉีดครบโดสเร็วกว่า ภูมิขึ้นมากกว่า รับมือกับการระบาดหนักได้ทันท่วงที

ส่วนวัคซีน mRNA ก็สั่งซื้อไปแล้ว จะทยอยมาไตรมาส 4

2. ฉีดไขว้ได้ผลจริงหรือ?

นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลกประกาศไวรัสที่มีการกลายพันธุ์ที่ต้องควบคุมป้องกันว่าเป็นกลุ่มสายพันธุ์ที่น่ากังวล (Variants Of Concern, VOC)  ซึ่งได้แก่ ไวรัสสายพันธุ์อัลฟ่า เดลต้า เบต้า และแกมม่า

ปัจจุบัน ประเทศไทยพยายามเร่งฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 โดยมีวัคซีนที่ขึ้นทะเบียน และมีการนำมาใช้เป็นหลักในขณะนี้คือวัคซีน CoronaVac ผลิตโดยบริษัท Sinovac วัคซีน AstraZeneca ผลิตโดยบริษัท AstraZeneca ทำให้มีการตั้งคำถามเกิดขึ้นว่าวัคซีนเหล่านี้สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด ถ้ามีการสลับการให้วัคซีน (Mix and Match) รวมถึงการฉีดกระตุ้นเข็ม 3 แบบ heterologous prime-boost 

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ร่วมกับศิริราชพยาบาล ทำการศึกษาระดับภูมิคุ้มกันในซีรั่มของคนที่ได้รับวัคซีน โดยใช้ไวรัสสายพันธุ์จริงที่กำลังระบาดในประเทศไทย คือ สายพันธุ์เดลต้า หรือสายพันธุ์อินเดีย (B.1.617.2) ซึ่งพบในการติดเชื้อกว่า 90% ทำการทดสอบโดยวิธีมาตรฐานที่ยอมรับกันทั่วไปคือวิธี Plaque Reduction Neutralization Test (PRNT) ซึ่งต้องปฏิบัติในห้องชีวนิรภัยระดับ 3 เพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้เพื่อหาค่าที่ไวรัสสายพันธุ์เดลต้าถูกทำลาย 50% (Neutralizing Titer 50%, NT50) โดยแอนติบอดีที่เกิดขึ้นหลังฉีดวัคซีน 

โดยทำการศึกษาในอาสาสมัคร 6 กลุ่ม ประกอบด้วย 

กลุ่มที่ 1 ที่ได้รับวัคซีน CoronaVac 2 เข็ม (SV+SV)                

กลุ่มที่ 2 ได้รับวัคซีน AstraZeneca 2 เข็ม (AZ+AZ) 

กลุ่มที่ 3 ได้รับวัคซีน CoronaVac และตามด้วย AstraZeneca (SV+AZ) 

กลุ่มที่ 4 ได้รับวัคซีน AstraZeneca และตามด้วย CoronaVac  (AZ+SV) 

กลุ่มที่ 5 ได้รับวัคซีน CoronaVac 2 เข็ม และตามด้วย Covilo 1 เข็ม (SV+SV+Sinopharm) 

กลุ่มที่ 6 ได้รับวัคซีน CoronaVac 2 เข็ม และตามด้วย AstraZeneca 1 เข็ม (SV+SV+AZ) 

ผลการศึกษา พบว่า ระดับภูมิคุ้มกันในกลุ่มต่างๆ หลังการได้รับวัคซีนครบโดส 2 สัปดาห์ ต่อเชื้อไวรัส SARS-CoV-2  สายพันธุ์เดลต้า มีค่าเฉลี่ยระดับภูมิคุ้มกันที่สามารถลบล้างฤทธิ์ไวรัส (ดังแสดงในแผนภูมิ)

นายแพทย์ศุภกิจ ยืนยันว่า ผลการศึกษาการให้วัคซีนสลับแบบ (SV+AZ) มีภูมิคุ้มกันสูงกว่าการให้วัคซีน CoronaVac 2 เข็ม (SV+SV)  และเทียบเท่ากับการให้ AstraZeneca 2 เข็ม(AZ+AZ) แต่ใช้เวลาสั้นลง

แต่ไม่แนะนำให้ฉีด AstraZeneca เข็มแรกและตามด้วย CoronaVac (AZ+SV)

ส่วนการกระตุ้นเข็มที่ 3 ด้วย AstraZeneca (SV+SV+AZ)สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพิ่มมากขึ้นถึง 11 เท่า

ในขณะที่กระตุ้นเข็ม 3 ด้วย Sinopharm (SV+SV+Sinopharm) ที่เป็นวัคซีนเชื้อตายเหมือนกัน ให้ภูมิคุ้มกันสูงขึ้นเพียง 2.5 เท่า

จากข้อมูลทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า นโยบายของรัฐบาลแผนการให้วัคซีนมีความเหมาะสม โดยให้ฉีดแบบสลับ (SV+AZ)และให้ฉีดเข็ม 3 ด้วย AstraZeneca  (SV+SV+AZ)

“เนื่องด้วยมติของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 ที่แนะนำให้ฉีดวัคซีนสลับ (SV+AZ) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ทำการวิจัยในกลุ่มอาสาสมัครที่มารับวัคซีนในศูนย์ฉีดวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข โดยได้ติดตามผู้ได้รับวัคซีน ทำการศึกษาผู้ที่ได้รับวัคซีน CoronaVac 3 สัปดาห์ โดยได้รับเข็มสองเป็น AstraZeneca ทั้งหมด 125 ราย (ชาย 61 หญิง 64 อายุเฉลี่ย 40 (18-60 ปี) พบว่า มีระดับภูมิคุ้มกัน Quantitative Anti-S RBD เฉลี่ยที่ 716 (399-1127) สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับ SS 117 (58-204), AA 207(123-338) และภายหลังการฉีดวัคซีนเข็ม 2 พบ มีไข้ ร้อยละ 66 ปวดศีรษะ ร้อยละ 33 อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ง่วงซึม ร้อยละ 28 ใกล้เคียงกับอาการจากการฉีด AstraZeneca 2 เข็ม เป็นการศึกษาที่สนับสนุนมติของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติและกระทรวงสาธารณสุขกำลังติดตามประสิทธิผลของการฉีดวัคซีนสูตรนี้อย่างใกล้ชิด” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวทิ้งท้าย

ย้ำ เชื่อหมอ อย่าเชื่อหมา!

และหมอที่ควรรับฟัง ก็ควรเป็นหมอที่มีความรู้โดยตรง มีหน้าที่ความรับผิดชอบโดยตรง ไม่ใช่หมอสิว หมอหิวแสง หมอโซเชียล!

สารส้ม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...