โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ปัญหาพม่าอย่ามองข้ามกลุ่มชาติพันธุ์

แนวหน้า

เผยแพร่ 22 มี.ค. 2564 เวลา 19.00 น.

“..พม่ามองกลุ่มชาติพันธุ์เหมือนข่าตะไคร้ที่เอามาใส่ต้มยำ พอปรุงเสร็จก็เขี่ยทิ้ง..” วินมิตร โยสาละวิน ผู้สื่อข่าวชาวพม่ากล่าวกับ “แนวหน้า”

“..70 ปีพอแล้วกับการถูกพม่าหลอก..”โฆษกกองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIA) บอกกับผู้เขียนทางโทรศัพท์ เขากล่าวว่าครั้งนี้คะฉิ่นจริงจังมากสำหรับการต่อสู้เพื่อสหพันธรัฐพม่า (Federation)

“…วันนี้การสู้รบยังไม่รุนแรงแต่ผมมั่นใจว่าในไม่ช้าจะกลายเป็นสงคราม…เราและพันธมิตรในกลุ่มชาติพันธุ์ต่อสู้เพื่อ federation มานานและกว่า 70 ปีแล้วที่ถูกพม่าหลอกใช้” โฆษก KIA กล่าว

แหล่งข่าวในกลุ่มชาติพันธุ์กล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญ 2 เรื่อง

1.สมัยกอบกู้เอกราชจากอังกฤษ พม่าดึงชนกลุ่มน้อยเข้าร่วมเซ็นสัญญาปันหลง (ปางหลวง) หลังได้รับเอกราชแล้ว สัญญาด้วยวาจาว่าปกครองระบอบสหพันธรัฐ และหลังจากได้รับเอกราช 10 ปี ถ้ากลุ่มชาติพันธุ์ไม่พอใจรวมชาติกับพม่าก็แบ่งเป็นประเทศของแต่ละชาติพันธุ์ได้ แต่นายพลเนวิน ยึดอำนาจได้ในปี 2505 แล้ว กลับลืมสัญญาปันหลง ชนกลุ่มน้อยไม่พอใจจับอาวุธต่อสู้มา 70 ปีแล้ว

2.หลังการเลือกตั้ง 1990 นางออง ซาน ซู จี ได้ตั้งคณะกรรมการตัวแทนรัฐสภาขึ้น ดึงชนกลุ่มน้อยเข้าร่วมด้วย นางซู จี ถูกกักตัวอยู่ในบ้าน แต่ชนกลุ่มน้อย
หลายคนติดคุก 40-50 ปี เพราะร่วมขบวนการกับนาง..ตอนหลังได้ออกมานิรโทษกรรม

ปี 2015 ชนกลุ่มน้อยไม่อยากให้มีเลือกตั้งในรัฐของชนกลุ่มน้อย แต่นางออง ซาน ซู จี คะยั้นคะยอขอให้เราร่วมเลือกตั้ง หลังจากนางออง ซาน ซู จี ได้รับชัยชนะก็ไม่ชวนชนกลุ่มน้อยเข้าร่วมเป็นรัฐบาล

นอกจากนั้นการร่างรัฐธรรมนูญ 2008 ทหารพม่าดึงชนกลุ่มน้อยเข้าร่วม แต่ก็ร่างตามใจชอบของทหารพม่า

“เวลานี้พม่าเจอศึกสองด้านคือในเมืองทหารพม่าทำสงครามกลางเมืองกับนางออง ซาน ซู จี ทำให้มีคนตายไปแล้วนับร้อยคนตั้งแต่ 1 ก.พ. เป็นต้นมา ในชนบทป่าเขาพม่ารบกับเรากลุ่มพันมิตรกลุ่มชาติพันธุ์..” แหล่งข่าวในกลุ่มชาติพันธุ์กองทัพเอกราชคะฉิ่น KIA กล่าว “นี้เป็นโอกาสทองของการต่อสู้เพื่อการปกครองระบอบ Federation..”

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในกลุ่มชาติพันธุ์กล่าวว่า “ว้า” ซึ่งมีกองกำลังติดอาวุธที่เข้มแข็งที่สุดในบรรดาชาติพันธุ์มีทหารถึง 25,000 นายไม่อยากได้ Federation เท่าไหร่ “ว้าอยากตั้งรัฐเป็นของตัวเองมากกว่า”

ในส่วนของกองกำลังฉานใต้ Shan State Army (SSA) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ที่ต่อสู้เพื่อสหพันธรัฐบอกกับแนวหน้าว่าวันนี้ SSA มีกองกำลังเข้มแข็งพอๆ กับเมื่อคราวขุนส่า เป็นแม่ทัพเมื่อปี 2538 “แต่แตกกันตรงที่ครั้งนี้เรารบไปเจรจาไป” โฆษก SSA กล่าวแล้วเสริมว่า

“…ขุนส่าไม่ได้พ่ายพม่า แต่พ่ายจีนเพราะจีนร่วมมือกับพม่าทำให้รัฐฉานไม่สามารถแยกตัวออกจากพม่าได้…สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือเราต้องทำให้ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากจีนให้ได้ มิฉะนั้น SSA จะประสบชะตากรรมเดียว MTA (Mong Tai Army ที่นำโดยขุนส่า)

ปัญหาพม่าซับซ้อนมีความขัดแย้งอยู่หลายมิติ พม่ากำลังเจอศึกหลายหน้าเจอปัญหาหลายด้าน ดังนั้นการที่ประชาคมนานาชาติโดยเฉพาะตะวันตกหรือแม้แต่อาเซียนเองเน้นแต่จะแก้ปัญหาทหารพม่ากับนางออง ซาน ซู จี ซึ่งเป็นพม่าด้วยกันจึงไม่ตอบโจทย์ปัญหาพม่ามากนัก

ตะวันตกเน้นกดดันให้ทหาพม่าปล่อยตัวนางออง ซาน ซู จี ซึ่งถูกควบคุมตั้งแต่ 1 ก.พ. สหรัฐก็เน้นเรื่อง บอยคอตต์นายพลมิน อ่อง หล่าย และทหารหลายรายรวมทั้งลูกชายนายพลมิน อ่อง หล่าย สองคนและให้สถาปนารัฐบาลที่ชนะเลือกตั้ง 8 พ.ย. 2563 ขึ้นมาใหม่

ฝ่ายอาเซียนมีความพยายามให้สองฝ่ายเจรจาปรองดองกันแบ่งปันอำนาจถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน

“ทางที่ดีที่สุดของพวกเขา (มิน อ่อง หล่าย กับออง ซาน ซู จี) คือเดินไปข้างหน้าด้วยกัน วิธีนี้ได้พิสูจน์แล้วเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา พวกเขาต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน” นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีต่างประเทศไทยให้สัมภาษณ์สำนักข่าว Asia News Network

นายดอนกล่าวว่า ประชาคมนานาชาติและอาเซียนให้ความสำคัญกับการเจรจาและสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันเพื่อบรรลุถึงข้อยุติแบบสันติในพม่า

“ยังต้องมีความพยายามของประชาคมนานาชาติโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหาข้อยุติ ข้อยุติของเราคือแสวงหาลู่ทางที่สร้างกลไกให้เกิดความสัมพันธุ์ระหว่างคู่ขัดแย้ง” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม นายดอนยอมรับว่าปัญหาพม่าจะแก้ไขชั่วข้ามคืนไม่ได้ “เราต้องเข้าใจพวกเขาและสื่อสารว่า พม่าสามารถกลับเป็นปกติได้ เราไม่ต้องการเห็นการนองเลือดบนถนน เราต้องการเห็นสถานการณ์ win win..” นายดอนกล่าว

“ทุกคนต้องการให้ยุติโดยเร็ว แต่ต้องไม่ลืมว่านี้เพิ่งผ่านมาเพียงเดือนกว่า และเหตุการณ์ในพม่าหลายประเด็นในอดีตไม่เคยจบโดยเร็ว..” นายดอนกล่าวสรุป

…หลายเหตุการณ์ในพม่าไม่เคยจบโดยเร็วเพราะพม่ามีหลายชาติพันธุ์ มีวัฒนธรรมหลากหลาย แต่หลายทศวรรษที่ผ่านมาประชาคมนานาชาติสนใจแต่เรื่องแก้ปัญหาคนพม่า กลุ่มชาติพันธุ์หลากหลายที่ร่วมต่อสู้เพื่อเอกราชกันมา นานาชาติให้ความสนใจน้อยมาก

เท่าที่เรามีประสบการณ์กับกลุ่มชาติพันธุ์ในพม่าก็พบว่ามีแต่องค์กรเอกชน หรือเอ็นจีโอ ที่เข้าไปคลุกคลีกับกลุ่มชาติพันธุ์ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ไร้พรมแดนและกลุ่มพัฒนาทางการศึกษาและกลุ่มเผยแพร่ศาสนาที่แสดงได้หลายบทบาท

แต่พอเกิดปัญหายึดอำนาจในพม่า เอ็นจีโอที่เคยทำมาหากินกับกลุ่มชาติพันธุ์ กลับไปทุ่มเทความสนใจให้กับปัญหาการเมืองของคนพม่า

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าเอ็นจีโอ 173 องค์กรจาก 31 ประเทศ เขียนจดหมายถึงสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเรียกร้องให้ปิดล้อมพม่าโดยกล่าวว่า

“รัฐบาลหลายประเทศที่ได้รับอนุญาตการส่งผ่านอาวุธให้แก่เมียนมา รวมถึงจีน, อินเดีย, อิสราเอล, เกาหลีเหนือ, ฟิลิปปินส์, รัสเซีย และยูเครน ควรยุติการจัดส่งอาวุธ, เครื่องกระสุน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องโดยทันที”

เอ็นจีโอซึ่งทำมาหากินกับกลุ่มชาติพันธุ์ดันไปสนใจแต่เรื่องปิดล้อมการส่งอาวุธให้กองทัพพม่า พวกเขามองข้ามอาวุธยุทธภัณฑ์ที่ส่งผ่านชายแดนมายังกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะชาติพันธุ์ที่อยู่ใกล้ชิดติดชายแดนจีน อาทิ กลุ่มว้า คะฉิ่นปะหล่อง ปะโอ ฯลฯ นี่ไงถึงได้พูดว่า #ปัญหาพม่าอย่ามองข้ามกลุ่มชาติพันธุ์#

สุทิน วรรณบวร

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...