ถอดรหัสรอยสักเฮียคริสจาก Extraction ฤายันต์นี้จะมีความหมายมากกว่าที่เราคาด
เข้าฉายทาง Netflix กันไปแล้วกับภาพยนตร์แอ็กชันผจญภัยฟอร์มยักษ์Extraction คนระห่ำภารกิจเดือด เมื่อ 24 เมษายน ที่ผ่านมา แถมยังมีกระแสตอบรับค่อนข้างดี รีวิว รึก็เด่น การันตีความดุเด็ดเผ็ดมันส์เข้าไปอีก แต่ใช่ว่าภาพยนตร์นี้จะเน้นมันส์อย่างเดียวเพียว ๆ เท่านั้นนะ
ภาพยนตร์ที่เรียกได้ว่า ‘ฟอร์มยักษ์’ ‘ทุ่มทุนสร้าง’ ซึ่งมีผลพิสูจน์ออกมา เป็นงานภาพสะท้อนโปรดักชันคุณภาพคับ รวมถึงยังใช้เทคนิคการถ่ายทำแอ็กชันในโหมด “Long Take” สุดพรีเมียมเร้าอารมณ์ขนาดนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับตัวละครและเรื่องราวที่ดำเนิน รายละเอียดเล็ก ๆ อย่าง “รอยสัก” แม้โผล่มาเพียงเสี้ยววิ ก็ย่อมต้องมีความหมายมากกว่าความเท่และความเก๋า ต้องผ่านการคิด เลือกสรร และออกแบบมาอย่างปราณีตแน่ ๆ
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เราจึงลองค้นหา สืบเสาะ และถอดรหัสจากรอยสักบนหลังเฮียคริส เฮมสเวิร์ธ (Chris Hemsworth) ผู้รับบทไทเลอร์ เรก (Tyler Rake) พระเอกของเรื่อง และผลการที่ตีความได้ ก็เหนือคาดไปมาก เพราะสะท้อน “ตัวตนภายใน” ของไทเลอร์ เสริมการเล่าเรื่องอย่างคาดไม่ถึง
ฉากที่ไทเลอร์ถอดเสื้อออก เผยให้เห็นรอยสักบนแผ่นหลัง ในภาพยนตร์ Extraction
ไทเลอร์ เรก เป็นคนอย่างไร ?
ก่อนจะเข้าใจรอยสักเรามาทำความรู้จัก ‘เจ้าของรอยสัก’ เพื่อสร้างความเข้าใจกันก่อน ในภาพยนตร์ Extraction ตัวเอก ไทเลอร์ เรก เป็นทหารรับจ้างที่รับทำภารกิจท้าตาย ช่วยลูกชายของมาเฟียใหญ่ในแวดวงอาชญากรรมข้ามชาติที่ถูกลักพาตัวไปในระหว่างที่พ่อติดคุก โดยอ้างว่ารับทำภารกิจนี้เพื่อเงินก้อนใหญ่
ทว่า แม้ภาพความโหดหินที่เขาต้องเผชิญจากการบุกรังโจรกลางบังกลาเทศ สถานที่ที่อำนาจตกอยู่ในมือของผู้มีอิทธิพลในโลกมืด จะยิ่งตอกย้ำและแสดงให้ ‘ความกล้าบ้าบิ่น’ ของเจ้าตัว แต่เมื่อสอดแทรกด้วยภาพในอดีตและพฤติกรรมสุดการใช้ชีวิตแบบสุดโต่งของไทเลอร์ในยามที่ไม่ได้เข้าดงอาชญากร มันกลับสะท้อนให้เห็นว่า ไทเลอร์ ไม่ได้ ‘กล้า’ หรือ ‘บ้าดีเดือด’ ขนาดที่จะรับทำภารกิจเพื่อเงินเท่านั้น
ยิ่งเรื่องดำเนินไปเรื่อยเท่าใด วิธีการที่ไทเลอร์เลือกรับมือกับความมุ่งร้ายจากบรรดานักค้ายา ทหารตำรวจคอร์รัปชัน รวมถึงทหารรับจ้างวัยกระเตาะ ในแต่ละพื้นที่ที่เหยียบย่าง ก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความ ‘อ่อนโยน’ และจิตใจที่ ‘มุ่งมั่น’ ทว่า ‘เวิ้งว้าง’ และ ‘พยายามค้นหา’ บางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไปของชายผู้นี้
ไทเลอร์ เรก และ โอวี่ มหาจัน สองตัวละครหลักในภาพยนตร์ Extraction
บุคลิกดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ลึก ๆ แล้ว ไม่ใช่เขาเป็น ‘ผู้กล้า’ ที่มีจิตใจยอมทำเพื่อคนอื่นแบบฮีโร่แบบเพียว ๆ ออกจะหลงอยู่ใน ‘วังวน’ ห้วงคิดของตัวเองอย่าง ‘ดื้อรั้น’ ด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นก็ไม่แปลกสำหรับมนุษย์ปุถุชนคนทั่วไป ทว่าสิ่งที่เขามีดีเหนือใครในสนามรบ นั่นก็คือ ‘ใจที่นิ่ง’ หรือ ‘สติ’ ขั้นสูง ที่มาพร้อมกับ ‘ฝีมือ’ เปี่ยมไปด้วยความชำนาญนั่นเอง
เมื่อมีดี แต่ใจกลับยังไม่กล้าถึงขั้นสุด มันก็ต้องเพื่อความมั่นใจกันอีกหน่อย นอกเหนือจากอุปกรณ์รบครบชุด พร้อมพรรคพวกและแผนการที่เตรียมมาอย่างดี ‘รอยสัก’ จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องสื่อความชั้นเยี่ยม นอกจากเพิ่มความเท่และเสริมความน่ายำเกรงแล้ว ความหมายที่ว่าก็ต้องเติมเต็ม เสริมจุดอ่อนเพิ่มพลังจุดแข็ง แถมยังบ่งบอกความรู้สึกนึกคิดที่ซ่อนอยู่ภายในใจของไทเลอร์ด้วย
ความหมายของรอยสัก
มีประเด็นพูดถึงกันอยู่บ้างว่ารอยสักที่เห็นนี้เป็นรอยสักที่มีนามว่า Vegvisir อันเป็นรอยสักยอดนิยมรอยหนึ่งของนักรบชาวไวกิ้ง ทว่าก็มีผู้รู้ออกมาปฏิเสธแล้วชี้เป้าว่า เป็นรอยสักหน้าตาคล้ายกันที่ชื่อว่า Galdrastair ต่างหาก เราจึงไปลองสืบค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับรอยสักทั้งสองดู ข้อมูลที่ได้ก็น่าสนใจสุด ๆ
Vegvisir ได้รับสมญาว่าเป็น “เข็มทิศนำทางของชาวไวกิ้ง” (“Viking Compass” หรือ “Path Guide”) เป็นสัญลักษณ์ที่มักพบบนเรือของชาวไวกิ้ง กะสาลีเรือจึงนิยมทำรอยสัญลักษณ์นี้ไว้บนเรือ หรือสักติดตัวไว้ เนื่องจากมีความเชื่อว่า เครื่องหมายนี้สามารถนำทางได้ แม้จะอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย การเดินทางไม่ว่าทางน้ำ ทางบก หรือ ตกอยู่ท่ามกลางพายุ ก็จะไม่มีหลง แถมยังนำพาให้กลับบ้านได้ด้วย ดั่งความหมายจากรูปร่างที่ถอดรหัสเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า “If this sign is carried, one will never lose one’s way in storms or bad weather, even when the way is not known”
ลักษณะที่โดดเด่นของรอยสักนี้ คือ รอยขีดลากที่พุ่งออกจากศูนย์กลางที่มีทั้งหมด 8 เส้น หรือ 8 ก้าน สื่อความหมายถึงทิศทางทั้ง 8 ทิศ ซึ่งหมายถึงทุกทิศทาง โดยที่ปลายเส้นแต่ละก้านจะมีสัญลักษณ์หรือรูปยันต์ที่เป็นประเภทคุ้มกันภัย (Protection) เมื่อรวมกันแล้ว จะมีพลังเอาชนะอุปสรรคนานาที่อาจทำให้หลงทาง รอยสักนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ต้องทำงานแบบเดินทางไปทั่ว
แม้ความหมายของ Vegvisir ฟังดูเข้าเค้ากับลักษณะการใช้ชีวิตของไทเลอร์ แต่เมื่อพิจารณาจากรูปร่างแล้ว รอยสักบนหลังไทเลอร์ มีรอยขีดออกจากจุดศูนย์กลางทั้งหมด 6 ขีด ขัดแย้งกับรูปร่างที่มีข้อกำหนดชัดแจ้งของเข็มทิศไวกิ้งอย่างชัดเจน ทำให้เราเปลี่ยนมาโฟกัสที่ Galdrastair ทันที
Galdrastair คือรอยสักที่มีความหมายครอบคลุมกว่านั้นมาก และอันที่จริง Vegvisir ก็น่าจะเป็นเพียง Galdrastair ชนิดหนึ่ง หรือน่าจะมีต้นกำเนิดมาจาก Galdrastair เสียด้วยซ้ำ คำเรียกยันต์หรือรอยสักชนิดนี้ เป็นคำในภาษาไอซ์แลนดิก (Icelandic words) คำว่า galdra ในภาษาอังกฤษคือ magical ส่วน stair ภาษาอังกฤษคือ sticks หรือ staves ดังนั้น Galdrastair ความหมายตรงตัวจึงหมายถึง คทาหรือไม้วิเศษ แต่คำว่าไม้หรือคทาที่ว่า อาจหมายถึงลักษณะที่เป็น ‘เส้นขีด’ ลักษณะรูปร่างของ Galdrastair ที่พบนั้นมีหลากหลายมาก ไม่ได้ตายตัวดูใกล้เคียงกันไปหมดแบบ Vegvisir แต่ท่ามกลางความหลากหลายนั้นมีจุดร่วมหลักนั่นคือ การใช้ ‘เส้น’ ที่แฝงเร้นไปด้วยพลังอำนาจในทางเวทมนตร์
จุดประสงค์ของการสร้างสัญลักษณ์หรือรอยสักแบบ Galdrastair จึงมีหลากหลายมาก ส่งผลให้หน้าตารูปร่างแตกต่างกันมากเช่นกัน ผู้ศึกษาสัญลักษณ์นี้ได้แบ่ง Galdrastair ออกถึง 5 ประเภท โดยใช้เกณฑ์ของยุคสมัยที่ค้นพบและรูปร่างเข้ามากำหนด เนื่องจากหากแบ่งตามความหมายแล้วก็ดูจะมากมายเกินกว่าจะแบ่งได้
นอกจากนี้ การเลือกใช้เส้นแฝงด้วยพลังอำนาจที่ว่า ยังมีทั้งการผสมผสานทั้งจาก “รูปร่างที่มีความหมาย” บางอันยังใช้ “อักษรรูน” ซึ่งเป็นอักษรโบราณที่เชื่อกันว่า มีพลังลี้ลับจากทวยเทพมาผสม และเมื่อเปิดตำราตามดูตารางบอกความหมายของทั้งสองสิ่งที่ว่า ก็พบว่ารอยสักของไทเลอร์มีลายเส้นตรงกับรูปร่างที่มีความหมายเหล่านั้นอย่างไม่น่าเชื่อ
แกะรหัสเส้นต่อเส้น คุ้ยหาความหมายรอยสักบนหลังไทเลอร์ เรก
“อย่าเพิ่งตื่นเต้น” คือ คำที่เราพูดกับตัวเองตอนที่นำความหมายทั้งหมดมาผสมรวมตีความเสร็จ เราไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ อาจจะตีความพลาดไปก็ได้ แต่ความหมายที่ได้ออกมา ก็ช่างสอดคล้องสะท้อนบุคลิกของไทเลอร์เอามาก ๆ จนเกินจะเป็นเพียงแค่ความบังเอิญแน่ ๆ
เริ่มกันที่ภาพรวมก่อน แม้มีการออกแบบเพื่อใช้ในรูปแบบที่หลากหลาย แต่โดยรวมนั้นเป็นไปเพื่อควบคุมพลังหรือธาตุในตัว หรือ เพื่อเร่งพัฒนาศักยภาพของผู้ถือครอง เมื่อพิจารณาดูแล้ว พบว่ารอยสักของไทเลอร์นั้น เข้าเกณฑ์ยุคสมัยในประเภท Symmetrical ซึ่งเป็นรูปแบบที่พัฒนามาจากแบบเรียบง่ายดั้งเดิม โดยได้อิทธิพลเพิ่มเติมจากศาสนาคริสต์หรือชนชาวคริสเตียน และบางครั้งอาจผสมผสานสไตล์ของคนนอกรีต (Pagan) ไว้ด้วย มีลักษณะเด่นคือ มักเป็นรูปวงล้อ ที่ปลายก้านมักมีขีดคล้ายอักษรรูน หรืออาจมีอักษรรูนมาผสมด้วย
Galdrastair ประเภท Symmetrical
คราวนี้มาที่แต่ละก้านกันบ้าง เราจะเริ่มที่ก้านบนสุด แล้ววนจากซ้ายไปขวา (เมื่อตีความเสร็จทั้งหมดก็พบว่า น่าจะส่งผลถึงความหมายด้วย เพื่อความเข้าใจที่แจ่มชัด จึงขออธิบายเรียงในลักษณะนี้)
ลวดลายรอยสักบนแผ่นหลังของ ไทเลอร์ เรก
ก้านแรก รูปเหมือนส้อมคมมีเหลี่ยมมุมบริเวณปลายก้าน หมายความถึงการจับและกักเก็บของพลัง (Captures and collects energy) ผู้เชี่ยวชาญบางคนยังอธิบายว่า เส้นขีดแข็งของส้อมที่แผ่ออกยังอาจหมายถึงการแผ่พลังเวทย์ออกและป้องกันการย้อนกลับด้วย (Radiate magical energy outwards and prevent return flow) ส่วนเส้นโค้งที่นูนออกด้านล่างถัดมา มีความหมายว่า พลังงานสามารถไหลเวียนออกได้และขัดขวางไม่ให้ไหลกลับเข้ามา (Energy can flow out and is blocked from coming in) ดังนั้น ก้านนี้จึงมีความหมายโดยรวมว่า การเก็บสะสมพลังเพื่อใช้พลังออกไป และไม่ให้พลังนั้นย้อนคืนเข้าตัว
ก้านที่ 2 รูปลักษณ์ปลายก้านแบบเดียวกับก้านแรก แต่รูปร่างขีดขวางถัดลงมาไม่แน่ใจว่าเป็นตัวอักษรรูนที่ชื่อว่า Plenty ซึ่งมีความหมายไปในทางอุดมสมบูรณ์ หรือ เป็นสัญลักษณ์ที่มีความหมายว่า เก็บพลังบริสุทธิ์เข้มข้น ไร้การเจือปน (Keeps energy ‘concentrated’; ‘undiffused’ and ‘undiluted’) กันแน่ อย่างไรก็ตาม ด้วยความหมายที่ไม่หนีกันมากนัก เมื่อรวมกับสัญลักษณ์ปลายก้าน จึงขอตีความรวม ๆ ให้ความหมายว่า การจับและเก็บสะสมพลังบริสุทธิ์จำนวนมาก
ก้านที่ 3 ส้อมโค้งมนปลายก้าน มีความหมายว่า การยอมให้พลังไหลเข้าและป้องกันพลังงานไหลออก (Allows energy in and blocks energy from flowing back out) ทว่า เมื่อรวมกับสองขีดที่อยู่ถัดไป เราก็ค้นพบว่ารูปร่างนี้ปรากฏอยู่ใน Galdrastair แบบดั้งเดิม (Asymmetrical) และแบบ Symmetrical อันอื่น โดยมีความหมายถึงการกีกกันไม่ให้ผู้อื่นเข้ามาใกล้ด้วย (To keep people out) เมื่อรวมความหมายทั้งหมดจึงน่าจะหมายถึง การเสริมพลังให้ศัตรูกลัว ไม่กล้าเข้าใกล้ ทั้งยังเชื่อกันว่า ผู้ที่มีสัญลักษณ์นี้จะเห็นศัตรูได้ก่อนที่ศัตรูจะเห็นตนด้วย (โอโห้ เข้ากับสายอาชีพพี่ไทเลอร์แกมากจริง ๆ)
ก้านที่ 4 รูปลักษณ์ปลายก้านแบบเดียวกับก้านแรกและก้านที่ 2 ทว่าถัดมากลับเป็นรอยขีดขวางอีกสองขีด ซึ่งในเรื่องของพลัง ไม่มีรูปร่างแบบนี้อยู่ เราจึงลองสืบค้นความหมายจากอักษรรูนดู และพบว่าน่าจะมีความเป็นไปได้อยู่สองทาง หนึ่งคืออาจจะอิงจากตัวอักษร เฟโอห์ (Feoh) หรือ เฟฮู (Fehu) ที่มีความหมายว่า ทรัพย์สมบัติ ความมั่งคั่งสมบูรณ์ และยังมีความหมายถึงการลงแรงทุ่มเทด้วย สองคือ ตัวอักษรรูนในยุคหลังที่เรียกว่า Younger Futhark ด้วยลักษณะที่ใกล้เคียงมากกว่า ทำให้เราเชื่อว่าน่าจะเป็นของอย่างหลังมากกว่า แต่ก็มีเรื่องเซอร์ไพรส์เมื่อสืบค้นลึกไปอีก เพราะสุดท้ายพบว่า เมื่อนำตารางของอักษรทั้งสองยุคมาเทียบกัน ดันเป็นตัวอักษรตัวเดียวกันที่มีลักษณะเพี้ยนไปนั่นเอง นั่นเท่ากับไม่ว่าจะแบบใดก็มีความหมายแบบเดียวกันพอดี ก้านที่ 4 นี้จึงหมายความว่า การจับและเก็บสะสมพลังมหาศาลด้วยการลงแรงทุ่มเท นั่นเอง
ก้านที่ 5 รูปโค้งที่ส่วนปลายมีความหมายเหมือนที่ปรากฏอยู่ในก้านที่ 1 ส่วนสองขีดถัดมาก็มีความหมายเหมือนที่ปรากฏในก้านที่ 4 (โอ้ 1+4 = 5 งั้นหรือ?) เมื่อนำมาตีความรวมกัน จึงน่าจะหมายความว่า พลังงานสามารถไหลออกได้และปกป้องไม่ให้พลังไหลเข้าสู่ภายในได้อย่างเต็มที่
ก้านที่ 6 ในที่สุดก็เดินทางมาถึงก้านสุดท้ายกันแล้ว รูปวงกลมที่ปรากฏปลายก้าน มีความหมายว่า การย้อนคืนของพลังไปสู่ต้นกำเนิดของมัน (Returns energy back to its source) เมื่อบวกกับรูปร่างขีดขวางถัดลงมา อิงความหมายทำนองเดียวกับก้านที่ 2 ก้านนี้ก็น่าจะมีความหมายว่า การย้อนคืนพลังไปสู่ต้นกำเนิดของมันอย่างสมบูรณ์
สัญลักษณ์และความหมาย
เมื่อนำความหมายมาไล่เรียงรวมกัน ก็น่าจะรวมได้ว่า รอยสักนี้จะช่วยให้สามารถเก็บสะสมพลังมหาศาล ควบคุมการใช้พลังงานเหล่านั้นได้อย่างเต็มที่ ทั้งยังป้องกันไม่ให้พลังอื่นหรือศัตรูใด ๆ เข้าหาตัว และสะท้อนพลังที่ไม่ต้องการให้ย้อนคืนหรือพ้นไปจากตัวได้ด้วย รอยสักนี้จึงถือเป็นรอยสักประเภทเสริมอำนาจควบคุมพลัง รวมทั้งยังปกป้องผู้ถือครองนั่นเอง
เมื่อพิจารณาร่วมกับบุคลิกของไทเลอร์ การเลือกสักรอยที่มีความหมายเช่นนี้ก็เท่ากับว่า เจ้าตัวคงมีความเข้าใจในศักยภาพและฝีมือของตัวเองเป็นอย่างดี ทั้งยังเลือกที่จะไม่พึ่งพาผู้อื่น และใช้พลังของตนเองอย่างเต็มที่ จึงเลือกที่จะสักสัญลักษณ์ที่ช่วยเสริมฝีมือหรือกำลังที่เป็นจุดแข็งของตน ทว่าภายในใจลึก ๆ ก็คงรู้อยู่ว่า ตนเองไม่ได้เชื่อมั่นในตนเองจัด ถึงขนาดกล้าแกร่งกล้าตาย แต่ทำไปเพียงเพื่อความต้องการในใจบางอย่างของตนเท่านั้น ความไม่ลำพองตนหรือไม่ประมาทนี้ จึงสะท้อนออกมาในความหมายของรอยสักในเชิงปกป้องคุ้มภัยและช่วยให้เอาชนะศัตรูนั่นเอง
รวม ๆ แล้ว ไทเลอร์ เรก ก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งไม่ได้เหนือไปกว่าใคร แต่ความนิ่ง ความสงบใจ สติ และการรู้จักใช้พลังที่มีอยู่ของตนต่างหาก คือ สิ่งสำคัญที่รอยสักนั่น พยายามจะบอกกับเรา
อนึ่ง ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น หากใครสนใจค้นคว้าหาความหมายหรือมีข้อมูลเพิ่มเติม ก็สามารถมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อยอดเพิ่มเติมกันดูนะครับ
พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
แชร์โพสนี้