โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

เกือบไปแล้ว ปราบต์ปฎลเล่าอาการหลังติดเชื้อไวรัส ไข้สูง 41 องศา หนักถึงขั้นเพ้อ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 13 ส.ค. 2563 เวลา 12.45 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2563 เวลา 12.12 น.
ภาพจาก @ praptpadol_ppd

เกือบไปแล้ว ปราบต์ปฎลเล่าอาการหลังติดเชื้อไวรัส ไข้สูง 41 องศา หนักถึงขั้นเพ้อ

ก่อนหน้านี้ไม่เคยป่วยหนักจนถึงขั้นต้องแอดมิทเข้าโรงพยาบาล แต่ล่าสุดปราบต์ปฏล สุวรรณบาง บอกว่าเขาเกือบแย่ แต่โชคดีที่ได้รับการรักษาได้ทัน โดยเจ้าตัวเล่าว่า อยู่ๆ เขาก็ป่วยมีไข้ รู้สึกปวดเนื้อตัว หนาวสั่น โดยตอนที่แย่ๆ นั้นไข้ขึ้นสูงถึง 41 องศา

‘ไข้ไต่ระดับจาก 38.5 ไล่ขึ้นจนถึง 41 หนาวสั่นเกร็งกระตุก ปากเขียว เท้ามือตัวเหลืองซีด เพ้อพูดจาไม่รู้เรื่องห่มผ้าซ้อน 6 ผืนเอาไม่อยู่ยากินลดไข้ไม่อยู่’ คือส่วนหนึ่งที่เขาบอกไว้

และนี่คือรายละเอียดเต็มๆ

‘โพสต์นี้เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่ได้อ่านนะครับ ถือเป็นกรณีตัวอย่าง อาจจะยาวหน่อย..ไม่ต้องตกใจนะครับตอนนี้ออกจาก รพ.กลับมาบ้านเรียบร้อยแล้ว.. ผมจะเล่าไทม์ไลน์คร่าวๆ นะครับ..

วันที่ 8 สิงหา ผมไปรับรางวัลกินรีทองที่ ททบ.5 กลับมารู้สึกไม่ค่อยสบายตัว รีบอาบน้ำกินยาลดไข้แล้วเข้านอน นอนไม่ค่อยหลับไข้ขึ้นหนาว ปวดเนื้อตัว กินยาทุก 4 ชม.ยาออกฤทธิ์ก็บรรเทาระดับนึง พอครบ 4 ชม.ไข้ขึ้นหนาว ปวดตัวสลับแบบนี้ เช้าวันที่ 9 ตื่นนอนพอทรงตัวก็อาบน้ำไปร่วมทำบุญที่โคลีเซี่ยม ไปอยู่ได้ประมาณชั่วโมงอาการเดิมหมุนเวียนมาหา คราวนี้มีกลืนน้ำลายเจ็บคอเพิ่มมา ไม่ทันอยู่ในพิธีทำบุญต้องรีบขับรถยนต์กลับที่พัก ตอนนำรถจอดขับรถถอยเข้าซองเบียดเสาคอนโดกระจกเกือบหัก ซึ่งเหมือนสมรรถนะเราเริ่มแปลกๆ กลับขึ้นไปนอน ต้มข้าวต้มใส่เกลือกินยานอน อย่างอื่นเหม็นกินไม่ได้ วันนั้นจนถึงกลางคืนพยายามอดทนฝืนนอนด้วยอาการวนเวียนไข้ขึ้น หนาวสั่น ปวดตัวจนเริ่มเข้ากระดูก สายๆ ประมาณ 10 โมงรู้สึกว่าพอไหวแต่มั่นใจว่าอาการไม่ปกติล่ะเลยรีบประคองตัวขับรถไป รพ. สติยังมีแต่สมองสั่งการทุกอวัยวะรู้สึกเลยว่าไม่ปกติ ฝืนจนถึงที่จอดรถและเดินโงนเงนจนถึงจุดลงทะเบียนคนไข้ พบแพทย์เจาะเลือดแอดมิดทันที หมอสันนิษฐานเบื้องต้นจากอาการและประวัติย้อนหลังภายในสัปดาห์ที่ผ่านมาน่าจะเป็นไข้เลือดออกที่กำลังระบาดหนัก (วันที่ 2 สิงหา ถ่ายละครที่กันตนา ศาลายา บ่ายถึงดึกยุงเยอะมากโดนกัดกระจาย วันที่ 5 สิงหาถ่ายที่ป่าหุบเมย นครนายก สารพัดเลย ยุง ไร ลิ้น เป็นป่ารกชื้น ถ่ายตั้งแต่เช้ายัน 3-4 ทุ่มทั้งสองวันมีฝนตกสลับทั้งวันทั้งคืน ) หมอเลยค่อนข้างมั่นใจว่าไข้เลือดออกเพียงแต่ผื่นอาจจะยังไม่ขึ้น ตอนพบแพทย์ไข้ 38.5 ได้ห้องที่ รพ.ตอนเที่ยงๆ หมอบอกรอผลเลือดประมาณ 2 ชม. ระหว่างรอก็ให้ยาฆ่าเชื้อพร้อมกับน้ำเกลือ และยาลดไข้ชนิดเม็ด ตลอดเวลาจากนั้นประมาณ 5-6 ชม. อาการหนักขึ้นสุดๆ ไข้ไต่ระดับจาก 38.5 ไล่ขึ้นจนถึง 41 หนาวสั่นเกร็งกระตุก ปากเขียว เท้ามือตัวเหลืองซีด เพ้อพูดจาไม่รู้เรื่องห่มผ้าซ้อน 6 ผืนเอาไม่อยู่ยากินลดไข้ไม่อยู่ คอเริ่มตีบกลืนน้ำลายเจ็บมากจนหมอต้องสั่งยาลดไข้ชนิดรุนแรงแบบฉีดเข้าเส้น และให้พยาบาลใช้ผ้าชุบน้ำชุ่มๆ เช็ดตัวอยู่นาน เป็นการหนาวสั่นแบบสุดชีวิตปวดตัวเข้ากระดูกปากสั่นฟันกระทบกันแบบมาราธอน 5-6 ชม. จนประมาณทุ่มนึงไข้ลด อาการดีขึ้น สติเริ่มกลับมา แต่ยังเวียนหัวมีอาเจียนออกมาหนึ่งครั้งหมดไส้หมดพุง ประมาณ 2 ทุ่ม แพทย์เวรมาแจ้งว่าผลเลือดไม่เป็นไข้เลือดออก สันนิษฐานว่าคงจะได้รับไวรัสตัวใดตัวหนึ่งมาทำให้ไข้ขึ้นสูง (อ้าวแล้วมันตัวไหนวะ) ต่ออีกสเตตัสนะ

ต่อภาค 2 ครับ..(หลังจากได้ยาเข็มนั้นลดไข้ไป ลดลงมาปกติเป็น 36 กว่าๆ ตลอดจนออกจาก รพ.)
เช้าวันที่ 11 สิงหา หมอเจ้าของไข้มาแจ้งว่าไม่เป็นไข้เลือดออก พูดเหมือนคนแรก ก็ให้รักษาตามอาการถ้าไม่มีอะไรไวรัสตัวนี้มันจะหายไปเองถ้ารักษาทัน ภายใน 3-4 วันจากที่เกิดอาการ เราก็แบบ เอ้อ..หมอครับในชีวิตผมไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ผมคิดว่ามันไม่น่าจบง่ายแบบนี้ งั้นเพื่อเป็นการไม่เหวี่ยงแห เรามาเจาะเลือดแล้วตรวจอีกรอบดีมั้ยครับ มีโรคอะไรที่มันจะเกิดจากการเข้าป่าแล้วทำให้เกิดอาการแบบนี้บ้างเรามาหาสาเหตุให้เจอคำตอบเถอะครับ ว่าใช่ มาลาเรียมั้ย หรือฉี่หนู บลาๆๆ..หมอตกลงตามนั้นเจาะเลือดไปตรวจและนอนดูอาการอีกหนึ่งคืน ช่วงบ่ายแก่ๆ วันนั้นหมอมาแจ้งว่าพบล่ะ ไม่ใช่มาลาเรีย แต่เป็นไข้รากสาดใหญ่ (โรคสครับไทฟัส) ที่เป็นเชื้อผสมทั้งไวรัสและแบคทีเรียมีตัวไรอ่อนในป่ารกชื้น ทุ่งหญ้าเป็นพาหะ ถ้าไม่ทันถึงมือหมอก็อันตรายถึงชีวิต เท่าที่เช็คค่าตับผมคือมีขยายไปกินเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับน่าวิตกถ้ายาที่ให้กดมันอยู่ หมอให้ยาฆ่าเชื้อกลับมากิน และระหว่างนี้วิธีที่ดีที่สุดคือการสังเกตุอาการตัวเองถ้ามีอาการเดิมรีบกลับมา ถ้าปกติก็อีก 7 วันให้กลับไปเจาะเลือดตรวจอีกรอบเพื่อความชัวร์ตรงจุดที่มันระเมิดพื้นที่ไปตรงตับเล็กน้อยว่าตอนนั้นจะเป็นยังไง..ตอนนี้ก็พักฟื้นครับ..อีก 7 วันรู้ผลจะมารายงานครับ..ขอบคุณที่อ่านจนจบทั้งสองสเตตัส หวังว่าจะเป็นประโยชน์ครับ รายละเอียดโรคตัวนี้เช็คกูลเกิ้ลได้เลยละเอียดยิบ..ขอบคุณทุกความห่วงใยครับ❤️#praptpadol #แล้วพบกันเมื่อเจอ #ให้รักเดินทาง #ป่วยครั้งแรกในชีวิตที่ต้องแอดมิด’

การนี้มีผู้เข้ามาให้กำลังใจ บอก‘ขอให้หายไวๆ นะ’ เป็นจำนวนมาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...