โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

งงซิครับ! หนุ่มขึ้นเครื่องบินหลับไป 2 ชม. ตื่นมาจอดบนรันเวย์ นึกว่าถึงที่หมายแล้ว แต่ความจริงยังอยู่ที่เดิม (ตปท.)

สยามนิวส์

เผยแพร่ 24 ก.ค. 2567 เวลา 07.24 น. • สยามนิวส์
งงซิครับ! หนุ่มขึ้นเครื่องบินหลับไป 2 ชม. ตื่นมาจอดบนรันเวย์ นึกว่าถึงที่หมายแล้ว แต่ความจริงยังอยู่ที่เดิม (ตปท.)

ไม่รู้ว่าจะขำหรือว่าสงสารกันดี หลังจากสำนักข่าวต่างประเทศ New York Post ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวของผู้โดยสารหญิงรายหนึ่ง ซึ่งเธอมีชื่อว่า ฟิโอนา ไวซ์แมน กำลังเดินทางโดยเครื่องบินจากลอนดอน ประเทศอังกฤษ ไปยังประเทศโครเอเชีย ด้วยเที่ยวบินของสายการบิน easyJet

ซึ่งผู้โดยสารชายที่นั่งข้าง ๆ เธอ เผลอหลับไปอย่างรวดเร็วทันทีที่ขึ้นเครื่องบิน และนอนหลับยาวถึง 2 ชั่วโมง เมื่อเขาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็รีบหันไปมองออกไปนอกหน้าต่าง พบเครื่องบินจอดอยู่บนรันเวย์ก็คิดว่ามาถึงที่หมายแล้ว และตั้งท่าจะลุกขึ้นเพื่อลงจากเครื่องบิน แต่ความจริงแล้วนั่นไม่ใช่อย่างที่คิด

เพราะเครื่องบินยังคงจอดอยู่ที่สนามบินต้นทางที่ลอนดอน เนื่องจากปัญหาทางวิศวกรรมจึงยังไม่สามารถขึ้นบินได้ เมื่อผู้โดยสารชายทราบความจริง เขาก็ออกอาการตกตะลึงและเขินอายเล็กน้อย ในขณะที่ฟิโอนาก็อดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์ออกมาบันทึกคลิปตลก ๆ นี้ไว้ ก่อนโพสต์วิดีโอลง TikTok @fionaweizman ซึ่งมีผู้เข้ามาชมมากถึง 9.1 ล้านครั้งเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คลิปดังกล่าวกลายเป็นไวรัล ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์แชร์ประสบการณ์ของตัวเอง อาทิเช่น ฉันเคยนอนหลับไป 45 นาที ตื่นมาพบว่าตัวเองยังคงอยู่ที่เท็กซัส, ฉันก็ยังอยู่บนพื้นถนนหลังจากนอนหลับไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว , เคยบินจากบาร์เซโลนาไปลิสบอนและรอบนเครื่องบินเป็นเวลา 3 ชั่วโมง , ความผิดหวังของเขามันสมจริงมาก , ฉันทั้งอยากร้องไห้และหัวเราะ เป็นต้น

ข้อมูล New York Post

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...