ลูกเป็นเด็กขี้เกียจ ? : ทฤษฎี 21 วัน เปลี่ยนเด็กขี้เกียจเป็นเด็กขยันแบบไม่ต้องฝืน
Mood of the Motherhood
อัพเดต 03 พ.ค. 2567 เวลา 00.59 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2567 เวลา 00.57 น. • Featuresเมื่อลูกเข้าสู่วัยเรียน คุณพ่อคุณแม่ก็มักจะเริ่มเห็นว่าลูกชอบทำตัวอืดอาด ทำอะไรเชื่องช้า หรืองอแงไม่ยอมทำหน้าที่ของตัวเอง เช่น ไม่อยากทำการบ้าน ไม่อยากลุกมากินอาหารเช้า หรือไม่ยอมให้ความร่วมมือเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ขอความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆนานวันเข้าคุณพ่อคุณแม่ก็จะเริ่มหนักใจ ไม่อยากให้ ลูกเป็นเด็กขี้เกียจ และขาดความรับผิดชอบ แต่ยิ่งพูดยิ่งเตือน ลูกกลับยิ่งมีพฤติกรรมต่อต้านมากขึ้นทำไม ลูกเป็นเด็กขี้เกียจ ?
ความขี้เกียจของลูกนั้นมีที่มาจากหลายปัจจัย และหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ก็มาจากวิธีการเลี้ยงดูของคุณพ่อคุณแม่ตอนที่ลูกยังเล็กนั่นเองพญ. พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้อธิบายว่า ช่วงวัย 3-4 ขวบของเด็ก คือวัยแห่งความกระตือรือร้น ชอบเรียนรู้และเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่ เช่น เห็นคุณแม่กวาดบ้านก็อยากทำตาม แต่หากคุณแม่เห็นว่าลูกยังเด็กเกินไป จึงปฏิเสธและห้ามไม่ให้ลูกทำ เมื่อลูกถูกปฏิเสธบ่อยๆ ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ลูกไม่อยากทำอะไร เคยชินกับการอยู่เฉยๆ และนำไปสู่นิสัยการเป็นเด็กขี้เกียจอย่างที่คุณพ่อคุณแม่กังวลได้แล้วจะทำให้ลูกกลับมาเป็นเด็กขยันได้ไหม?
นักวิจัยเผยว่า ทฤษฎี 21 วันที่หลายคนคุ้นเคย สามารถช่วยปลุกนิสัยกระตือรือร้นในตัวลูกให้ตื่นขึ้นได้ เนื่องจากเด็กมีการเรียนรู้ไว จึงซึมซับและปรับตัวสู่สิ่งใหม่ได้ดี แม้ว่าทฤษฎี 21 วันจะไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมได้แบบหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ลูกเริ่มตระหนักรู้และซึมซับสิ่งต่างๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ฝึกฝนให้ โดยไม่ต้องฝืนอีกต่อไป1. เปลี่ยนบรรยากาศที่น่าเบื่อให้น่าสนุก
คุณพ่อคุณแม่ที่กลัวว่าลูกจะเป็นเด็กขี้เกียจ อาจคิดว่าการมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบให้ลูกมากขึ้น จะทำให้ลูกกระตือรือร้น หรือกดดันให้ลูกต้องทำอะไรมากขึ้น ในขณะที่คุณพ่อคุณแม่บางคนก็พยายามบังคับให้ลูกทำสิ่งต่างๆ แต่ผลที่ออกมากลับตรงกันข้าม ลูกยิ่งต่อต้าน ไม่อยากทำและไม่ยอมทำมากขึ้นสิ่งที่ควรทำก็คือการทำให้ลูกรู้สึกสนุกกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมากขึ้น เช่น เปลี่ยนการทำงานบ้านที่น่าเบื่อให้เป็นเกมแสนสนุก ด้วยการมีคุณพ่อคุณแม่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม เพื่อกระตุ้นให้ลูกรู้สึกอยากทำกิจกรรมนั้นมากขึ้น2. มีเวลาให้ลูกได้ทำอะไรตามใจบ้าง
หากคุณพ่อคุณแม่เข้มงวดกับการให้ลูกทำตามทฤษฎี 21 วัน โดยไม่ปล่อยให้ลูกได้ทำงานอดิเรกหรือกิจกรรมที่ตัวเองชื่นชอบเลย ก็จะทำให้ลูกรู้สึกเครียดและเบื่อหน่ายกับหน้าที่ของตัวเองมากขึ้นได้ดังนั้น ถึงจะอยู่ในช่วงแห่งการฝึก คุณพ่อคุณแม่ก็ควรมีเวลาให้ลูกได้เล่นหรือพักผ่อนอย่างเต็มที่ แล้วค่อยนำลูกกลับเข้าหลักสูตรฝึกเด็กขยันอีกครั้ง เมื่อลูกอารมณ์ดีพร้อมต่อการเรียนรู้3. ชื่นชมทุกครั้งที่ลูกทำได้ดี
คำชื่นชมจากคุณพ่อคุณแม่เป็นแรงผลักดันชั้นยอดที่จะทำให้ลูกมีกำลังใจทำสิ่งต่างๆ ต่อไป ในทางตรงกันข้าม เมื่อลูกทำผิดพลาดคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรตำหนิ เพราะอาจทำให้ลูกหมดกำลังใจ ไม่อยากทำต่อ และนิสัยขี้เกียจของลูกก็จะยังคงอยู่ต่อไป—อ่านบทความ: ลูกไม่ได้ขี้เกียจ แต่อาจเป็นโรคบกพร่องทางการเรียนรู้อ้างอิงMediumEmpoweringparentsRajanukol