โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

ทำไมแซนด์วิชผลไม้ถึงได้รับความนิยมในญี่ปุ่น ?

conomi

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 11.26 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 05.00 น. • conomi.co

กระแสของอาหารหรือขนมต่าง ๆ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาไม่มีหยุด ไม่ว่าจะเป็นทีรามิสุ ชานมไข่มุก ทิมเบอร์ริง ช็อกโกแลตดูไบ ชิโอะปัง และอีกมากมาย แซนด์วิชผลไม้ก็เป็นหนึ่งในของหวานที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่นมาจนถึงปัจจุบัน การรวมกันระหว่างขนมปังกับผลไม้ที่เข้ากันมากกว่าที่คิดแถมสีสันยังสวยงามน่าทาน ทำให้ผู้คนชื่นชอบและติดใจได้ไม่ยาก แต่นอกจากรสชาติและหน้าตาแล้ว ยังมีเหตุผลเบื้องหลังอะไรบางอย่างที่ทำให้แซนด์วิชผลไม้ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น!

แซนด์วิชผลไม้พัฒนาควบคู่ไปกับ Instagram

แซนด์วิชผลไม้

แซนด์วิชผลไม้เริ่มได้รับความนิยมในช่วงปลายทศวรรษ 2010 เชื่อกันว่าเกิดจากการที่มีร้านขายแซนด์วิชผลไม้แบบ Take out เพิ่มมากขึ้น อย่างเช่นร้าน Futsuu ni Fruits ที่เปิดดำเนินการในปี 2016 ซึ่งความจริงแล้วในช่วงเวลานั้นอาหารประเภทแซนด์วิชได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะแซนด์วิชอ้วน ๆ ที่ยัดไส้ด้วยกะหล่ำปลีแน่น ๆ ก็ฮิตจนถึงจุดสูงสุด แล้วกระแสความนิยมก็ค่อย ๆ ลดน้อยลง แต่กลายเป็นว่ามีร้านแซนด์วิชผลไม้ใหม่ ๆ ผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ ไม้เว้นแม้แต่ในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 การนำเสนอแซนด์วิชที่ใส่ส้มเข้าไปทั้งลูกทางโทรทัศน์เองก็เป็นจุดที่ทำให้กระแสเพิ่มขึ้นช่นกัน

สำหรับหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้แซนด์วิชผลไม้ได้รับความนิยมอย่างมากก็คือ“หน้าตัดอันสวยงาม” ที่ดึงดูดผู้บริโภค หรือที่เรียกว่า Moedan (萌え断) คำนี้เกิดขึ้นมาในช่วงกลางทศวรรษ 2010 ที่แอปพลิเคชั่น Instagram เกิดฮิตขึ้นมาอย่างกะทันหันจนมีคำว่า Instagrammable เป็นกระแสที่ผู้คนจะนิยมถ่ายภาพสวย ๆ ลงไอจี ซึ่งแซนด์วิชที่มีหน้าตัดสวยงามน่าทานก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ผู้คนนิยมถ่ายลงเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้เอง จำนวนร้านแซนด์วิชผลไม้จึงเพิ่มมากขึ้น โดยแต่ละร้านก็ต่างพยายามสร้างสรรค์สินค้าให้ดูสวยงามเพื่อเกาะกระแสโซเชียลมีเดียในตอนนั้น จึงสามารถพูดได้ว่าแซนด์วิชผลไม้เป็นหนึ่งในอาหารที่ได้รับความนิยมไปพร้อม ๆ กับ Instagram เลยทีเดียว

จากผลไม้สดสู่น้ำผลไม้และขนมหวาน

พาร์เฟ่ต์ผลไม้

พูดถึงการใช้ผลไม้สดในขนมหวานนั้นได้รับความนิยมและมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 โดยจุดเริ่มต้นก็คาดกันว่าน่าจะมาจากร้านขายน้ำผลไม้ซึ่งเปิดดำเนินการในช่วงปี 2000 อย่างเช่นร้าน Juicer Bar ที่เปิดทำการในช่วงนั้น บริเวณโถงทางเดินของสถานี Yodoyabashi ภูมิภาคคันไซ อันเป็นพื้นที่ที่มีการบริโภคน้ำผลไม้สดสูงแถมยังเป็นเมนูหลักตามร้านกาแฟ ซึ่งการที่ผู้คนเกิดความชื่นชอบน้ำผลไม้แบบนี้ก็เกิดจากสภาพอากาศร้อนชื้นหลังฤดูฝนที่กินเวลานาน ในโตเกียวช่วงฤดูร้อนเองก็มีความร้อนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เช่นกัน นี่จึงอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ร้านขายน้ำผลไม้ได้รับความนิยมมาก

เมื่อผู้คนบริโภคน้ำผลไม้กันเป็นจำนวนมาก การใส่ผลไม้สดลงในขนมหวานจึงเริ่มมากขึ้นตามไปด้วย เราจะเห็นว่าปัจจุบันขนมหวานอย่างโรลเค้กมีทั้งไส้สตรอว์เบอร์รีและกีวีแสนน่ารักน่าทาน แต่หากย้อนไปในปี 2002 สึจิกุจิ ฮิโรโนบุ ปาติซิเยชื่อดังได้เปิดร้าน Jiyugaoka Roll Ya ในจิยูกาโอกะ หนึ่งในเมนูที่จำหน่ายเป็นหลักตอนนั้นคือโรลเค้กครีมสดบาง ๆ แต่ต่อมาก็เริ่มจำหน่ายโรลเค้กที่มีผลไม้สดหลากหลายชนิดเพิ่มมากขึ้นตามกระแสนิยม

ส่วนขนมหวานชวนสดชื่นอย่างพาร์เฟ่ต์ได้รับความนิยมในช่วงปี 2017 จากวัฒนธรรมชิเมะพาร์เฟ่ต์ของซัปโปโรที่ถูกเผยแพร่สู่โตเกียว ชิเมะพาร์เฟ่ต์หมายถึงการทานพาร์เฟ่ต์ปิดท้ายหลังมื้ออาหารหรือหลังดื่ม เมื่อก่อนจะถือเป็นขนมหวานสำหรับเด็ก แต่ตอนนี้กลับกลายมาเป็นขนมหวานหรูหราสำหรับผู้ใหญ่ที่มีส่วนผสมต่าง ๆ มากมายรวมถึงผลไม้สด

นอกจากขนมหวานของญี่ปุ่นแล้ว ขนมจากอิตาลีก็ได้รับความนิยมหลายชนิดทั้งเค้กไอศกรีม คาสซาต้า เป็นของหวานที่มีสีสันสวยงามและเต็มไปด้วยผลไม้มากมาย หรือจะเป็นเยลลี่ผลไม้ ไดฟุกุผลไม้ ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน จากกระแสของขนมหวานจากผลไม้เหล่านี้ก็ทำให้แซนด์วิชผลไม้ได้รับความสนใจไปด้วย

“ร้านขายผลไม้” หัวใจหลักของขนมหวานจากผลไม้

ผลไม้

เมื่อพูดถึงขนมหวานที่ใช้ผลไม้ ผู้ที่ถือเป็นหัวใจหลักและมีบทบาทสำคัญอย่างมากก็คือบรรดาร้านขายผลไม้ ตั้งแต่อดีตจนถึงช่วงปลายสมัยโชวะ ผลไม้ถือเป็นของฝากยอดนิยมของคนญี่ปุ่น มีร้านขายผลไม้อยู่มากมายตามย่านการค้าหน้าสถานีรถไฟ และตั้งแต่สมัยไทโชจนถึงโชวะ ร้านผลไม้เหล่านี้ก็เริ่มเปิดสิ่งที่เรียกว่า Fruit Parlor หมายถึงร้านขนมหวานจากผลไม้สดที่จะจำหน่ายขนมหวานมากมายโดยใช้ผลไม้สดของร้านเอง และแซนด์วิชผลไม้ก็เป็นหนึ่งในเมนูที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อความหลากหลาย แซนด์วิชผลไม้จึงถือเป็นเมนูมาตรฐานตามร้าน Fruit Parlor ที่เปิดดำเนินการมานาน

ตัวอย่างร้านผลไม้เก่าแก่ที่มีชื่อเสียง เช่น
– ร้าน Shinjuku Takano เปิด Fruit Parlor ในปี 1926 ซึ่งก็มีแซนด์วิชผลไม้อยู่ในเมนูของร้านด้วย
– ร้าน Ginza Sembikiya เริ่มจำหน่ายแซนด์วิชผลไม้ในช่วงต้นโชวะเช่นกัน และเป็นสินค้าขายดีที่ได้รับความนิยมตลอดกาล
– ร้าน Imano Fruit Factory เริ่มจำหน่ายแซนด์วิชผลไม้ในปี 1962
– ร้าน Sembikiya Sohonten เริ่มจำหน่ายแซนด์วิชผลไม้ในช่วงทศวรรษ 1960
– ร้าน Yaoiso ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยเมจิในเกียวโต ก็มีเมนูแซนด์วิชผลไม้ด้วยเช่นกัน
จะเห็นได้ว่าร้านขายผลไม้มีส่วนเกี่ยวข้องกับแซนด์วิชผลไม้มาก

แซนด์วิชผลไม้

แซนด์วิชผลไม้เป็นเมนูที่มีต้นกำเนิดในญี่ปุ่นและมีความเป็นญี่ปุ่นสูงมาก ชาวต่างชาติบางคนก็ไม่เข้าใจการทานขนมปังพร้อมกับผลไม้สด เพราะในช่วงยุคกลางในยุโรป ผลไม้สดถูกมองว่าไม่ดีต่อสุขภาพเนื่องจากทำให้ตัวเย็น ดังนั้น วัฒนธรรมการทานผลไม้สดจึงไม่ได้เป็นที่แพร่หลายมากนัก แต่ในทางกลับกัน ในญี่ปุ่นเองผลไม้ถือเป็นของว่างที่คนญี่ปุ่นชอบทานกันเสมอมา จึงมีวัฒนธรรมการให้ผลไม้เป็นของขวัญและเกิดการพัฒนาผลไม้ให้ได้คุณภาพที่ดี

ขนมหวานจากผลไม้ได้รับความนิยมในญี่ปุ่นเนื่องจากความชื่นชอบผลไม้สดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกัน การซื้อและบริโภคผลไม้สดก็กำลังลดน้อยลงทุกปี จากการสำรวจการบริโภคผลไม้ของสมาคม Central Fruit Association (2017) พบว่า 3 เหตุผลหลักที่ทำให้คนไม่ซื้อผลไม้ ได้แก่ ราคาสูง, เก็บไว้ได้ไม่นาน และต้องใช้ความพยายามในการปอกเปลือก (สามารถอ่านต่อเรื่องนี้ได้ที่บทความ: 5 เหตุผลว่าทำไมคนญี่ปุ่นถึงทานผลไม้น้อย) อีกทั้งในปัจจุบันก็มีขนมหวานชนิดอื่น ๆ ให้เลือกซื้อเป็นของขวัญได้มากมาย จึงเข้าใจได้ว่าทำไมผู้บริโภคถึงเลือกที่จะไม่ซื้อผลไม้สด

แซนด์วิชผลไม้และขนมหวานจากผลไม้จึงอาจจะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ เพราะเมื่อทำเป็นแซนด์วิชผลไม้ ก็ไม่ต้องกังวลกับ 3 ปัญหาที่กล่าวมา สามารถทานได้ง่ายแถมยังหน้าตาสวยงาม เบื้องหลังความนิยมนี้อาจเป็นการใช้ประโยชน์จากปัญหาของผู้บริโภคที่ต้องการทานผลไม้แต่ลังเลที่จะซื้อเนื่องด้วยข้อเสียต่าง ๆ ให้หันมาเลือกซื้อเป็นขนมหวานจากผลไม้แทน

สรุปเนื้อหาจาก news.cookpad

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...