ราคาน้ำมันโลก พุ่งกว่า 1 ดอลลาร์/บาร์เรล หลัง OPEC+ เพิ่มกำลังการผลิตเดือน ก.ค.
ราคาน้ำมันโลก พุ่งกว่า 1 ดอลลาร์/บาร์เรล หลัง OPEC+ เพิ่มกำลังการผลิตเดือน ก.ค. นักลงทุนจับตาความต้องการใช้น้ำมันสหรัฐพุ่งแรงก่อนฤดูขับขี่
วันที่ 2 มิถุนายน 2568 เวลา 07.50 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ขยับขึ้น 1.19 ดอลลาร์ หรือ 1.9% มาอยู่ที่ 63.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 00.44 GMT หลังจากร่วงลง 0.9% เมื่อวันศุกร์ ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐอยู่ที่ 62.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.30 ดอลลาร์ หรือ 2.14% หลังจากลดลง 0.3% ในวันก่อนหน้า โดยทั้งสองสัญญายังปรับลดลงมากกว่า 1% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) และพันธมิตร (OPEC+) ตัดสินใจเมื่อวันเสาร์ว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตในเดือนกรกฎาคมอีก 411,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันที่กลุ่มเพิ่มกำลังการผลิตในปริมาณเท่าเดิม โดยมีเป้าหมายเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดกลับมาและลงโทษประเทศที่ผลิตน้ำมันเกินโควตาเดิมตลาดคาดว่า OPEC+ อาจหารือเรื่องการเพิ่มกำลังการผลิตมากกว่านี้
“ถ้าพวกเขาเพิ่มกำลังการผลิตแบบเซอร์ไพรส์มากกว่านี้ ราคาน้ำมันช่วงเปิดตลาดวันจันทร์คงร่วงหนักทีเดียว” แฮร์รี ทชิลิงกูเรียน นักวิเคราะห์จาก Onyx Capital Group กล่าว และเสริมว่า การเพิ่มกำลังผลิต 411,000 บาร์เรลต่อวันนั้น ถูกสะท้อนอยู่ในราคาน้ำมันล่วงหน้า Brent และ WTI ไปแล้ว
ขณะที่ปริมาณน้ำมันสำรองในสหรัฐอยู่ในระดับต่ำ ทำให้เกิดความกังวลด้านอุปทาน โดยเฉพาะเมื่อคาดว่าจะมีฤดูเฮอริเคนที่รุนแรงกว่าค่าเฉลี่ยตามฤดูกาล
นักวิเคราะห์จาก ANZ กล่าวว่า“สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ ความต้องการใช้น้ำมันเบนซิน (gasoline implied demand) ที่พุ่งสูงมาก ก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูขับขี่ของสหรัฐ”
โดยการเพิ่มขึ้นเกือบ 1 ล้านบาร์เรลต่อวันของดีมานด์นี้ ถือเป็นระดับเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์ที่สูงเป็นอันดับ 3 ในรอบ 3 ปี เทรดเดอร์ยังจับตาอย่างใกล้ชิดถึงผลกระทบของราคาน้ำมันที่ต่ำลงต่อการผลิตในสหรัฐ ซึ่งเคยแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 13.49 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมีนาคม
สัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมัน (oil rigs) ในสหรัฐลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 5 โดยลดลงอีก 4 แท่น เหลือ 461 แท่น ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564
อ้างอิง : reuters.com