โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

QLT ผู้อยู่เบื้องหลังความปลอดภัย ธุรกิจพลังงานรายใหญ่ของไทย

Share2Trade

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 06.11 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 04.00 น. • Share2Trade

รู้หรือไม่ว่า! บริษัท ควอลลีเทค จำกัด (มหาชน) หรือ QLT คือผู้อยู่เบื้องหลังมาตรฐานความปลอดภัยในอุตสาหกรรมพลังงาน และปิโตรเคมีโครงการใหญ่ระดับประเทศ โดยมีกลุ่มลูกค้าเป็นบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของไทย และต่างประเทศ ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มบริษัทในเครือปตท. และกลุ่มบริษัทเชฟรอน

QLT หน้าปกเว็บไซต์.jpg

โดย QLT หรือ ควอลลีเทค ก่อตั้งมาแล้วกว่า 34 ปี และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอกว่า 16 ปี ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมาไม่นาน QLT ได้มีการปรับรูปแบบโครงสร้างธุรกิจ ด้วยการเตรียมความพร้อมที่มุ่งเน้น และหาโอกาสการเติบโตให้กับบริษัทเพิ่มมากขึ้น โดยการมองหาศึกษา และจะลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ

สำหรับเรื่องราวของการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆเพื่อต่อยอดสร้างการเติบโตของ QLT จะเป็นอย่างไร และโครงสร้างลักษณะธุรกิจเดิมของ QLT คืออะไร ฐานะทางการเงินอยู่ในระดับไหน เราจะพาไปหาคำตอบ

โดย QLT หรือ “ควอลลีเทค” ดำเนินธุรกิจวิศวกรรมความปลอดภัย ด้านงานบริการทดสอบโดยไม่ทำลาย (Non-Destructive-Testing) การทดสอบแบบทำลาย (Destructive Testing) ด้วยการทดสอบคุณสมบัติทางกลและโลหะวิทยา (Mechanical and Metallurgical Testing) และการตรวจสอบและรับรองผล ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ QLT ก่อตั้งมาแล้วกว่า 34 ปี และเป็นสมาชิกในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ มาแล้ว 16 ปี ซึ่งให้บริการแก่ลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โดยลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัทคือ กลุ่มบริษัทในอุตสาหกรรมพลังงานรายใหญ่ของประเทศที่ให้ความไว้วางใจให้ QLT เข้าไปตรวจสอบความปลอดภัยทดสอบระบบ ได้แก่ กลุ่มบริษัทในเครือปตท.แทบจะเกือบทุกบริษัท และกลุ่มบริษัทบางจาก รวมไปถึงบริษัทปูนซีเมนต์ไทย

สำหรับผลประกอบการของ QLT ย้อนหลังในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จะมีกำไรสุทธิแค่ในปี 64-65 และจากนั้นผลประกอบการพลิกเป็นขาดทุน โดยผู้บริหารคุณกุลนิษฐ์ สารภาพ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน QLT เล่าให้เราฟังว่า

ส่วนหนึ่งที่ผลประกอบการมีผลขาดทุนนั้นเป็นเพราะว่าบรัทได้มีการใช้เงินลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีความชำนาญ แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้หยุดดำเนินธุรกิจดังกล่าวเป๋นที่เรียบร้อยแล้ว หรือเรียกง่ายๆว่าตัดหยุดผลขาดทุนจากธุรกิจดังกล่าวไปแล้ว

และคุณกุลนิษฐ์ ยังได้ฉายภาพให้เห็นว่า ในอนาคตบริษัทมีแผนว่าจะเติบโต และมีความตั้งใจว่าจะเติบโตได้จากธุรกิจเดิมที่แข็งแรง และขยายให้แข็งแกร่งมากขึ้น จากการที่ QLT มีควาเชี่ยวชาญด้านวิศกรรมตรวจสอบไม่ทำลาย ที่ได้ขยายไปการให้บริการอื่นๆ

รวมไปถึงการนำนวัตกรรมใหม่ และ AI หรือ ระบบปัญญาประดิษฐ์ เข้ามาช่วยในการให้บริการกับลูกค้า ซึ่งคุณกุลนิษฐ์ ยืนยันว่า จะได้เห็นในช่วง 3-5 ปีข้างหน้าอย่างแน่นอน

ขณะเดียวกันคุณกุลนิษฐ์ เล่าต่อว่า บริษัทมีความตั้งใจที่จะกระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจใหม่ ซึ่งเน้นย้ำว่าบริษัทจะต้องทำการศึกษาลงลึกในรายละเอียดให้ชัดเจนก่อนที่จะตัดสินใจการลงทุน ซึ่งหากเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของ QLT อยู่แล้วนั้นก็มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งดำเนินการ

แต่หากเป็นธุรกิจใหม่ที่ทาง QLT ไม่มีความเชี่ยวชาญชำนาญพอ ก็มีความจำเป็นที่จะต้องหาพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุน โดยคุณกุลนิษฐ์ ระบุว่า ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้านักลงทุนจะได้เห็นการลงทุนในธุรกิจใหม่ของ QLT อย่างแน่นอน

สำหรับจุดแข็งของ QLT ที่ถือเป็น DNA ซึ่งเป็นวัฒนธรรมขององค์กรที่ทำให้ QLT ประสบความสำเร็จ และทำให้ลูกค้าเลือกใช้บริการ QLT มาถึงทุกวันนี้คือ

1.ยึดมั่นในหลักของความถูกต้อง ก็คือให้ผลของการตรวจที่ถูกต้องกับลูกค้า 2.ความปลอดภัย โดยการทำงานของ QLT จะต้องปลอดภัยทุกขั้นตอน และ3.ใส่ใจอย่างมีคุณภาพ ก็คือการทำงานอย่างมีคุณภาพ

จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น คงจะพอทำให้เราเห็นภาพในอนาคตของ QLT ได้มากขึ้นว่าต่อจากนี้ไป QLT จะกลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้ง ภายใต้กลยุทธ์การบริหารงานแบบใหม่ในธุรกิจเดิมที่มีความเชี่ยวชาญ ภายใต้จุดแข็งที่บริษัทมี

รวมไปถึงการแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่ช่วยสร้างการเติบโตร่วมกับพันธมิตร อีกทั้งการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยต่อยอดการมูลค่า และโอกาสการเติบโตในธุรกิจเดิมที่มีความเชี่ยวชาญ

64921.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...