โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“กสิกรไทย” แยกธุรกิจลงทุน ดัน “KIV” เป็น Game Changer สร้างกำไร 5,000 ลบ.ใน 3 ปี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ส.ค. 2566 เวลา 15.02 น. • เผยแพร่ 02 ส.ค. 2566 เวลา 07.10 น.

ธนาคารกสิกรไทย ปรับโครงสร้างแยกธุรกิจลงทุน"บริษัท กสิกร อินเวสเจอร์ จำกัด" หรือ เคไอวี (KASIKORN INVESTURE: KIV) มั่นใจเป็น Game Changer สร้างรายได้ใหม่หนุนกำไรแบงก์ ส่ง"พัชร สมะลาภา" นั่ง Group Chairman คาดมีกำไร 3,000 ล้านบาทภายใน 3 ปี มูลค่าการลงทุนแตะ 60,000 ล้านบาท

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า บริษัท กสิกร อินเวสเจอร์ จำกัด หรือ เคไอวี เป็นบริษัทโฮลดิ้งภายใต้กลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย เพื่อลงทุนในบริษัทร่วมกับพันธมิตร สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของธนาคารที่มุ่งเพิ่มอำนาจให้ทุกชีวิตและธุรกิจของลูกค้า (Empower Every Customer's Life and Business) โดยเคไอวีจะมีบทบาทสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งของธนาคารและพันธมิตร เพื่อสร้างรายได้บนความเสี่ยงที่คุ้มค่า ด้วยต้นทุนที่เหมาะสม

ธนาคารได้ปรับรูปแบบการบริหารจัดการของเคไอวี โดยมี คุณพัชร สมะลาภา เข้าดำรงตำแหน่ง Group Chairman ของ เคไอวี และแยกเคไอวีออกมา เพื่อทำให้มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ ขยายความร่วมมือกับพันธมิตร ภายใต้การใช้ศักยภาพที่มีอยู่ของธนาคารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

"ธนาคารมั่นใจว่า การปรับครั้งนี้จะเป็น Game Changer เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในการให้บริการการเงินกับกลุ่มลูกค้ารายย่อย และสร้างรายได้ใหม่ให้กับธนาคาร ทำให้ธนาคารมีกำไรทางธุรกิจที่สูงกว่าธนาคารบริหารจัดการเอง รวมทั้งทำให้ธนาคารมีการเติบโตต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน"

นายพัชร สมะลาภา Group Chairman ของ บริษัท กสิกร อินเวสเจอร์ จำกัด กล่าวว่า เป้าหมายของ เคไอวี คือ เพิ่มความสามารถในการให้บริการการเงินกับกลุ่มลูกค้ารายย่อย ซึ่งมีโจทย์สำคัญคือ ต้องลดต้นทุนการดำเนินงาน (Operating Cost) และลดต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit Cost) เพื่อให้ยังคงความสามารถในการสร้างกำไรของธุรกิจ

"เป้าหมายของ KIV คือกลุ่มที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อสถาบันการเงิน หลังจากที่ทดลองทำมาหลายรูปแบบในช่วงที่ผ่านมาพบว่า กลุ่มที่ไม่มีเอกสารทางการเงินไม่ได้เสี่ยงไปมากกว่ากลุ่มที่มีเอกสารทางการเงินเลย ดังนั้นต้องหารูปแบบทำธุรกิจใหม่ที่มีต้นทุนถูกลง"

การดำเนินงานของเคไอวีอาศัยความเชี่ยวชาญของพันธมิตรในแต่ละด้าน รวมกับการใช้โครงสร้างและทรัพยากรของธนาคารกสิกรไทยที่มีอยู่แล้ว เช่น จำนวนลูกค้ากว่า 20 ล้านราย K PLUS เงินทุน ข้อมูล ไอที และสาขา เป็นต้น ซึ่งทำให้เคไอวีมีความเข้าใจลูกค้าที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น สามารถให้บริการการเงินที่ครอบคลุมความต้องการของกลุ่มครัวเรือนรายได้น้อย เจ้าของร้านค้ารายเล็ก กลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการเงินทุนเสริมสภาพคล่อง ให้สามารถใช้บริการการเงินในระบบได้มากขึ้น

"ปัจจุบัน บริษัทที่อยู่ในโครงสร้างของเคไอวี ประกอบด้วย 14 บริษัท มีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 30,000 ล้านบาทในปี 2023 และคาดจะเพิ่มเป็น 65,000 - 70,000 ล้านบาทภายใน 3 ปี ซึ่งในปีนี้เคไอวีจะสร้างกำไรได้ 900 - 1,100 ล้านบาทและจะเพิ่มเป็น 4,500 - 5,000 ล้านในปี 2026 นอกจาก 14 บริษัทที่ลงทุนอยู่จะมีการลงทุนเพิ่มเติม 3 - 4 ราย ทั้งนี้ที่จะเห็นเร็วๆนี้คือการลงทุนในธุรกิจแพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยว"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...