ขึ้นแน่!!ค่าทางด่วนบูรพาวิถี-ฉลองรัช 5 บาท 1 ก.ย.นี้ ถกขอส่วนลด Easy Pass
The Bangkok Insight
อัพเดต 25 ก.ค. 2566 เวลา 04.25 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2566 เวลา 04.25 น. • The Bangkok Insightกทพ. ถกขอส่วนลดผู้ใช้ Easy Pass หลัง 1 กันยายน ปรับขึ้นค่าทางด่วนบูรพาวิถี-ฉลองรัช 5 บาท ตามเงื่อนไขสัญญาสัมปทาน
วานนี้ (24 ก.ค. 2566) นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ ประธานกรรมการ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นประธานประชุมหารือแนวทางการปรับอัตราค่าผ่านทางของทางพิเศษฉลองรัช และทางพิเศษบูรพาวิถี ปี 2566 ที่จะมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2566 ซึ่งเป็นไปตามสัญญาโอนและรับโอนสิทธิในรายได้ในส่วนที่เกี่ยวกับโครงการทางพิเศษฉลองรัช และโครงการทางพิเศษบูรพาวิถี (Revenue Transfer Agreement : RTA)
ทั้งนี้ เพื่อหาแนวทางลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้ทางพิเศษฯ และประชาชน โดยได้หารือร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ผู้แทนจากสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนจากสำนักปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้แทนจากคณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย กทพ. ผู้แทนจากอนุกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการพื้นที่ในเขตทางพิเศษ รวมถึงผู้แทนจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (กองทุนรวมฯ) (TFF) ประกอบด้วย บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)
การประชุมในวันนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาฯ แต่เพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้ทางพิเศษฯ และประชาชน กทพ. จะขอให้ทางกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย ช่วยพิจารณา หาก กทพ. จะขอให้ส่วนลดค่าผ่านทางเฉพาะผู้ใช้บัตร Easy Pass
ทั้งนี้ เพื่อลดผลกระทบจากการปรับอัตราค่าผ่านทางดังกล่าว รวมทั้งจะเป็นการส่งเสริมการใช้บัตร Easy Pass และช่วยแก้ปัญหารถติดหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางฯ อีกทางหนึ่งด้วย โดยกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย ได้รับเรื่องไปหารือกับส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ต่อไป
สำหรับการปรับขึ้นค่าผ่านทางดังกล่าว เป็นไปตามเงื่อนไขข้อตกลงกองทุน TFF ซึ่งจะมีการปรับค่าผ่านทางด่วนบูรพาวิถี และทางด่วนฉลองรัชทุก 5 ปี ซึ่งตรงกับวันที่ 1 กันยายน 2566 โดยคำนวณตามดัชนีผู้บริโภค ซึ่งปรับขึ้นประมาณ 10% หรือปรับขึ้นค่าผ่านทาง 5 บาท
นอกจากนี้ ยังเป็นสัญญาที่ กทพ. ต้องปฏิบัติตาม เพราะหากไม่ปรับค่าผ่านทางตามเงื่อนไขก็อาจเข้าข่ายการทำผิดสัญญาได้ ซึ่งที่ผ่านมา กทพ. นำเงินที่ได้จากการระดมทุนในกองทุน TFF มาใช้ลงทุนพัฒนาโครงการทางด่วน และมีข้อกำหนดต้องโอนรายได้ค่าผ่านทางเป็นผลตอบแทนให้กับกองทุน TFF
ปัจจุบันทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา -อาจณรงค์) ระยะทาง 28.2 กิโลเมตร(กม.) มีอัตราค่าผ่านทาง รถ 4 ล้อ 40 บาท, รถ 6-10 ล้อ 60 บาท และมากกว่า 10 ล้อขึ้นไป 80 บาท มีปริมาณการจราจรประมาณ 1.9 แสนคันต่อวัน
ส่วนทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) ระยะทาง 55 กม. มีอัตราค่าผ่านทางรถ 4 ล้อ เริ่มต้น 20 บาท สูงสุด 55 บาท, รถ 6-10 ล้อ เริ่มต้น 50 บาท สูงสุด 145 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อขึ้นไป เริ่มต้น 75 บาท สูงสุด 220 บาท มีปริมาณการจราจรประมาณ 1.2 แสนคันต่อวัน
อ่านข่าวเพิ่มเติม