โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปลุกหนังสัตว์ประหลาดไทย ขยายจักรวาลหนังไทยในระบบนิเวศของอุตสาหกรรม

นิตยสารคิด

อัพเดต 22 มิ.ย. 2565 เวลา 20.01 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2565 เวลา 20.01 น.
interview-PANU-cover

หลังประสบความสำเร็จอย่างงดงามจาก “4Kings” ภาพยนตร์แนวแก๊งสเตอร์นักเรียนอาชีวะยุค 90 ชื่อของบริษัท เนรมิตรหนัง ฟิล์ม จำกัด ก็กลายเป็นที่จับตามองทั้งคนในวงการอุตสาหกรรมเอง และนักดูหนังทั่วไป

ปลายเดือนกรกฎาคมนี้ทางบริษัทกำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่อีกครั้งด้วยภาพยนตร์ “ไลโอโคตรแย้ยักษ์” (Leio) ที่แค่ปล่อยทีเซอร์ก็เรียกยอดได้กว่า 1 ล้านวิว และกล่าวได้ว่า “แย้ยักษ์บินได้” ตนนี้คือสัตว์ประหลาดสัญชาติไทยแท้ตัวแรกก็ว่าได้

หนังไทยแนวมอนสเตอร์ที่ห่างหายจากจอใหญ่ไปนานนับ 20 ปีกำลังกลับมามีตัวตนในวงการอีกครั้ง แม้ยังไม่รู้ว่าเสียงตอบรับจะเป็นเช่นไร แต่เนรมิตหนัง ฟิล์ม ยังเดินหน้าขยายจักรวาลมอนสเตอร์ในปีนี้อีก 2 เรื่อง คือ “แสงกระสือ 2” และ “The One Hundred” โดยคุณภาณุ อารี ผู้จัดการทั่วไปและผู้อำนวยการสร้าง ได้มาบอกเล่าถึงเป้าหมายของบริษัทที่ต้องการสร้างระบบนิเวศใหม่ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย และสร้างทางเลือกใหม่ให้กับผู้ชม

ทางเลือกใหม่ของระบบนิเวศหนังไทย
ปัจจุบันนี้ หากมองถึงตลาดภาพยนตร์ไทย จะเห็นว่ายังถูกจำกัดการสร้างเพียงไม่กี่แนว เช่น แอ็กชั่น สยองขวัญ ตลกขบขัน โรแมนติก ดราม่า ขณะเดียวกันค่ายหนังที่มีแนวทางชัดเจนอย่าง GDH ที่มีความโรแมนติกคอเมดี้จนกลายเป็นภาพจำสำหรับผู้ชมก็ยังมีไม่มากนัก เนรมิตหนัง ฟิล์ม จึงตั้งใจสร้างแบรนด์ตนเองให้เป็นบริษัทผลิตภาพยนตร์แนว Genre Driven ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหนังแอ็กชั่น สยองขวัญ แฟนตาซี และการทำหนังมอนสเตอร์หรือหนังสัตว์ประหลาด ก็ทำให้แบรนด์ของเนรมิตรหนัง ฟิล์ม มีความชัดเจนในแนวทางนี้มากขึ้น

“ถ้าพูดถึง GDH ผู้ชมอาจนึกถึงภาพแนวหนัง ‘Feel Good’ ดังนั้น เมื่อพูดถึงเนรมิตรหนัง ฟิล์ม ก็จะต้องนึกถึงแนว Genre Driven ซึ่งพอประกาศตัวหนังไลโอฯ ไปก็สร้างความคึกคักให้กับวงการเลย และผมคิดว่า ไม่ว่าคนจะมองว่าหนังจะออกมาดีหรือไม่ แต่วงการก็มีหนังแนวนี้ออกมา ซึ่งเป็นเจตนาของบริษัทที่ต้องการสร้างให้ระบบนิเวศของอุตสาหกรรมมีความหลากหลายมากขึ้น”

นอกจากนี้ จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของค่ายเนรมิตรหนัง ฟิล์ม คือการเปิดโอกาสให้ผู้มีความฝันจะสร้างภาพยนตร์ในแบบที่ตัวเองชอบ แต่ไม่ได้รับการตอบสนองจากค่ายหนังทั่วไป ที่อาจมีเหตุผลจากข้อจำกัดของแนวทางหนัง ได้เข้ามานำเสนอความคิด จนก่อเกิดความร่วมมือกันในการสร้างเป็นภาพยนตร์ขึ้นมาตามความฝันนั้นได้

คุณภาณุได้ยกตัวอย่าง “ไลโอฯ” ที่เกิดจากตัวผู้กำกับคือคุณชาลิต ไกรเลิศมงคล ผู้บริหาร Fatcat Studios ซึ่งเป็นบริษัทด้านการทำคอมพิวเตอร์กราฟิก (CG) อันดับต้น ๆ ของประเทศไทย และมีผลงานสร้างชื่อจาก “นาคี” ละครฮิตในตำนานทางช่อง 3 มีโปรเจ็กต์ไลโอฯ ที่อยากทำมานาน แต่เพราะไม่มีผู้สนับสนุนและคิดว่าตลาดยังไม่พร้อม จนมีโอกาสได้เข้ามาแลกเปลี่ยนความใฝ่ฝันกับผู้บริหารของบริษัท ซึ่งมีความชอบในภาพยนตร์แนวสัตว์ประหลาดแฟนตาซีอยู่ก่อนแล้ว จึงทำให้เกิดความร่วมมือกัน จนปรากฏเป็นภาพยนตร์ไลโอฯ ที่จะออกฉายช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้

เช่นเดียวกับ “กล้าฝัน…ปล้นสนั่นเมือง” แนวแอ็กชั่นดราม่า ที่มีกำหนดออกฉายในปีหน้า ก็เกิดจากความร่วมมือในลักษณะเดียวกันนี้กับคุณสุเทพ จับสี ผู้บริหารบริษัท บ้านริก จำกัด ซึ่งมีประสบการณ์กว่า 30 ปีในการสร้างสรรค์ฉากแอ็กชั่นให้กับภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศมากกว่า 100 เรื่อง

“เราอยากส่งเสริมคนที่อยากสร้างหนังแต่ยังขาดผู้สนับสนุน เลยทำให้เราได้รู้จักกับคนที่กำลังมองหาโอกาสสานฝันให้กับตัวเอง จากความร่วมมือทั้งสองเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า ในวงการหนังไทย เรามีบุคลากรที่มีความสามารถเฉพาะตัวอยู่จริง ๆ ถ้าพวกเขาได้รับการสนับสนุนที่ดี ก็ช่วยให้ผลงานเขาสามารถเป็นที่ยอมรับ เป็นที่สนใจ และสุดท้ายจะถูกซื้อนำไปใช้ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ในที่สุด” คุณภาณุกล่าว

บทพิสูจน์หนังมอนสเตอร์ไทย
ผู้จัดการทั่วไปและผู้อำนวยการสร้างของบริษัทเนรมิตรหนัง ฟิล์ม กล่าวถึงภาพยนตร์ไลโอฯ ต่อไปว่า เป็นหนังที่ต้องใช้เทคนิคพิเศษจำนวนมาก โดยเนรมิตรหนัง ฟิล์ม เชื่อมั่นในศักยภาพของ Fatcat Studios ในการทำ CG ว่าสามารถยกระดับวงการหนังไทยทางด้านการทำเทคนิคพิเศษได้ เพราะแม้จะไม่ได้มีงบประมาณในการทำเทียบเท่าฮอลลีวูด แต่ Fatcat Studios ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า เขาสามารถทำได้ดีภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่

ที่สำคัญนอกจากความสามารถเรื่อง CG แล้ว Fatcat Studios ก็ยังมีความคิดสร้างสรรค์ที่ทำให้บริษัทมั่นใจว่าอย่างน้อยที่สุด คนไทยก็สามารถผลิตงานที่ออกมาในลักษณะคล้ายกันกับฮอลลีวูดได้ โดยดูจากผลตอบรับที่บริษัทสามารถขายลิขสิทธิ์ไลโอฯ ในอาเซียนได้ 6-7 ประเทศ รวมถึงไต้หวัน และยังได้รับความสนใจจากลูกค้าในสหรัฐอเมริกาด้วย

ทั้งนี้จากมุมมองของเขา คุณภาณุเชื่อว่าปัจจัยที่ทำให้ไลโอฯ ได้รับความสนใจและสามารถขายลิขสิทธิ์ไปได้หลายประเทศมาจาก 2 ปัจจัย คือ ความสมจริงของตัวสัตว์ประหลาด และการเป็นสัตว์ประหลาดสัญชาติไทย ที่ปกติเมื่อพูดถึงสัตว์ประหลาด ผู้คนก็มักนึกถึงแต่ที่อเมริกาหรือโตเกียว ดังนั้นเมื่อคนไทยทำหนังสัตว์ประหลาดยักษ์จึงอาจนึกไม่ถึงว่าเรามีศักยภาพในการทำอะไรแบบนี้ได้

“เราเคยมีหนังสัตว์ประหลาดเมื่อสัก 20 ปีที่แล้ว แต่ต้องยอมรับว่าเวลานั้นเทคโนโลยีหรือซอฟต์แวร์ในการสร้างเทคนิคพิเศษยังไม่สามารถเข้าถึงได้ง่ายอย่างปัจจุบัน ทำให้หนังแนวนี้ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ที่สำคัญคือบรรดานายทุนพอเห็นว่าหนังไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คิด ใช้ต้นทุนสูงเกินไป ก็ไม่มีใครอยากทำ เลยอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมหนังสัตว์ประหลาดถึงมีช่องว่างที่ยาวนานถึงประมาณ 20 ปีกว่าจะได้ทำ ตอนนี้ซอฟต์แวร์ถูกลง รสนิยมในการดูหนังของคนไทยก็เปิดกว้างขึ้น ซึ่งก็เป็นโอกาสสำหรับหนังไทยมากขึ้น”

รอจังหวะต่อยอดเทคโนโลยี
คุณภาณุยังได้พูดถึงการใช้เทคนิคพิเศษในหนังแนวสัตว์ประหลาดเพิ่มเติมว่า จะมีความแตกต่างจากที่ใช้กับหนังผี โดยหนังผีมีการนำเทคนิคพิเศษมาใช้เพียงเพื่อเสริมเรื่องให้มีความน่ากลัว ขณะที่เทคนิคพิเศษในหนังสัตว์ประหลาดจะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ตัวสัตว์ประหลาดซึ่งเป็นตัวละครสำคัญของเรื่องมีความสมบูรณ์แบบตลอดทั้งเรื่อง จึงมีทุนที่ต้องใช้สูงกว่า เพราะการใช้แค่เทคนิคธรรมดาอย่างเอาคนมาใส่หุ่นยางนั้นไม่สามารถหลอกตาผู้ชมได้

สำหรับการใช้เทคนิคพิเศษอื่น ๆ อย่าง Virtual Production ซึ่งนิยมกันมากในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้เกิดข้อจำกัดในการถ่ายทำนอกสถานที่ เพราะ Virtual Production สามารถจำลองฉากให้ดูเหมือนมีการถ่ายทำในสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างสมจริงนั้น ถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่มีประโยชน์ เพราะช่วยทำให้การถ่ายทำภาพยนตร์มีความง่ายขึ้น ย่นย่อการเดินทาง และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากถึง 40-50% แต่เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่อาจจะยังใหม่อยู่ และยังมีไม่กี่บริษัทที่ครอบครองเทคโนโลยีนี้อยู่ในเวลานี้ ก็อาจเป็นเรื่องที่วงการหนังไทยยังต้องจับตาดูและรอให้เทคโนโลยีนี้พัฒนาขึ้นอีกสัก 2-3 ปีก็อาจจะได้เห็นหนังไทยที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าว

“เทคนิคที่ไลโอฯ ใช้คือ Green Screen ในการแมตช์ภาพ แต่เราก็มีความสนใจเทคโนโลยีใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา คนไทยเองก็พร้อมเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ ๆ อยู่แล้ว ซึ่งข้อดีของยุคนี้คือเทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โซเชียลเน็ตเวิร์กทำให้คนจากซีกโลกหนึ่งสามารถเรียนรู้เทคโนโลยีจากอีกซีกโลกหนึ่งได้ในเวลาที่รวดเร็วขึ้น ผมเชื่อว่าในอนาคตเราต้องลงทุนกับมันอยู่แล้ว แต่คงไม่นำมาเพื่อทำหนังอย่างเดียว เราคงลงทุนเพื่อการรับจ้างผลิตคือการหารายได้เข้ามาด้วย เพียงแต่ว่าตอนนี้อย่างน้อยที่สุดเราเป็นพาร์ตเนอร์กับเฮ้าส์ที่ทำ CG ดีที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทยอยู่แล้ว วันข้างหน้าเราก็น่าจะมีโอกาสร่วมลงทุนกันเพื่อจะต่อยอดการผลิตคอนเทนต์ในอนาคต”

ฝ่าความท้าทายของหนังมอนสเตอร์
เมื่อบทสนทนามาถึงมุมมองต่อภาพยนตร์แฟนตาซีสัตว์ประหลาดในปัจจุบัน ผู้จัดการทั่วไปและผู้อำนวยการสร้างแห่งเนรมิตรหนัง ฟิล์ม ก็ได้แสดงทัศนะว่า หนังสัตว์ประหลาดเกิดขึ้นยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งเป็นช่วงที่โลกเพิ่งผ่านพ้นวันเวลาที่เลวร้ายที่สุดมา และกำลังเข้าสู่สงครามเย็นที่ผู้คนต้องการหนีจากความเป็นจริงเป็นโหดร้าย และหนึ่งในภาพยนตร์ที่จะพาคนดูหนีจากความจริงได้ก็คือภาพยนตร์แฟนตาซีที่พาคนดูไปอีกโลกหนึ่งที่ไม่มีปรากฏในโลกความเป็นจริง โดยสัตว์ประหลาดก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งของภาพยนตร์แฟนตาซีที่พาทุกคนไปสู่โลกแห่งจินตนาการ เมื่อแนวแฟนตาซีได้รับความนิยมต่อเนื่อง หนังแนวสัตว์ประหลาดก็ถูกผลิตออกมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

อย่างไรก็ตามในยุคที่คอนเทนต์ท่วมท้นอย่างในปัจจุบัน และผู้คนก็มีสิทธิ์เปรียบเทียบกับประสบการณ์ในการชมภาพยนตร์ที่ผ่าน ๆ มา การทำไลโอฯ จึงเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง เพราะแค่ปล่อยตัวอย่างหนังในแต่ละครั้ง ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กลับมาด้วยเสมอ แต่เขาเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ต้องพิสูจน์ตัวเองว่าจะสร้างความน่าสนใจให้กับคนดูได้มากเพียงใด

“สิ่งที่ผมมองจริง ๆ คือประเด็นที่ว่า เราควรทำอะไรให้กับวงการหนังไทย เพราะหนังไทยช่วงหนึ่งซบเซา คนรู้สึกว่าหนังไทยไม่มีอะไรดู เพราะมีแค่หนังไม่กี่ประเภท แต่ตอนนี้เรากำลังสร้างทางเลือกให้กับคนดู กำลังสร้างระบบนิเวศให้กับอุตสาหกรรมหนังไทยให้มีความหลากหลายมากขึ้น ก็คงต้องรอดูว่ามันจะทำสำเร็จไหม ถ้าไม่สำเร็จก็ถือว่าอย่างน้อยที่สุดเราก็ได้ทำแล้ว หนังแนวนี้ในเมืองไทยอาจจะยังไม่พร้อม แต่ก็ไม่คิดเลิกทำ เราจะทำต่อไป เพียงแต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ เรียนรู้ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น แล้วปรับให้ดีขึ้น”

แนวร่วมช่วยสร้างการเติบโต
คุณภาณุกล่าวต่อไปว่า ปัญหาหนึ่งที่หนังไทยพบเจอมาตลอดคือ คนไม่ศรัทธาต่อหนังไทยเท่ากับหนังต่างประเทศอย่างฮอลลีวูดหรือหนังเกาหลี มักเกิดความรู้สึกไม่แน่ใจว่าทำไมจะต้องเสียเงิน 250 บาทเพื่อดูหนังไทย บริษัทจึงพยายามสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้น ซึ่งทั้งหมดต้องให้ตัวหนังพิสูจน์ในเรื่องนี้

“เราตั้งใจทำไลโอฯ ให้เป็นหนังที่ดูได้ทุกเพศทุกวัย และพยายามเลี้ยงความสนใจให้มีความต่อเนื่อง ทำให้คนดูรู้สึกว่าหนังที่กำลังจะเข้าฉายในอีกเดือนหนึ่งอยู่รอบ ๆ ชีวิตเขา แม้เราจะกังวลอยู่บ้างเพราะเข้าฉายวันเดียวกับ ‘บุพเพสันนิวาส 2’ แต่ผมคิดว่าภาวะเช่นนี้มันดีสำหรับผู้ชมที่จะมีตัวเลือกมากขึ้น”

ในตอนท้ายคุณภาณุยังกล่าวด้วยว่า แม้กลุ่มผู้สร้างหนังจะพยายามสร้างทางเลือกใหม่ ๆ ให้กับวงการภาพยนตร์ไทย แต่ปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมนี้คือการสนับสนุนจากภาครัฐที่อาจแบ่งได้เป็น 2 ส่วนคือ ส่วนการผลิต เช่น การลดภาษีนำเข้าอุปกรณ์ด้านการผลิตที่อาจรวมถึงกล้อง ซอฟต์แวร์ เป็นต้น และส่วนการจัดจำหน่ายที่ภาครัฐโดยกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ทำดีอยู่แล้ว ในการพาผู้จัดจำหน่ายหนังไทยไปร่วมงานเทศกาลหนังสำคัญ ๆ แต่ก็อยากให้เพิ่มการจัดโรดโชว์ในลักษณะเดียวกันกับที่นำธุรกิจอาหารไทยไปจัดสัปดาห์อาหารไทยในประเทศต่าง ๆ เข้าไปด้วย

“ทุกวันนี้หนังไทยที่ประสบความสำเร็จในตลาดต่างประเทศส่วนใหญ่มาจากคอนเนกชันส่วนตัว แต่ถ้ามีการจัดโรดโชว์แบบเดียวกับที่พาอาหารไทยไปจัดงานที่นั่นที่นี่ มันก็จะทำให้บริษัทอย่างผมรู้จักลูกค้าอื่น ๆ นอกจากนี้ ถ้ารัฐสามารถสร้างฐานข้อมูลขึ้นมาโดยทำรีเสิร์ชว่าขณะนี้โลกกำลังสนใจอะไร ไทยควรทำหนังแนวไหน ขณะที่กรมส่งเสริมการส่งออกก็นำหนังไทยไปร่วมจัดโรดโชว์แบบเดียวกับอาหารไทย ผมคิดว่ามันก็จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย หรือที่ CEA (สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์) มีแนวคิดที่ว่าภาครัฐจะให้การสนับสนุนหนังที่ไปตีตลาดต่างประเทศโดยการยกเว้นภาษีองค์กร ผมก็คิดว่ามันจะยิ่งเป็นการส่งเสริมการส่งออกที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น และช่วยให้อุตสาหกรรมหนังเกิดการตื่นตัว บริษัทต่าง ๆ ต้องใส่ใจกับคุณภาพในการผลิตคอนเทนต์มากขึ้น ถ้าทำได้ ก็จะดีมาก” คุณภาณุกล่าวสนับสนุนด้วยความหวังอย่างเต็มเปี่ยม

เรื่อง : กองบรรณาธิการ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

“พิธีเจ้าเซ็น” ร่องรอยอิหร่านในสยาม แห่รำลึกอิหม่ามของชาวมุสลิมชีอะห์

ศิลปวัฒนธรรม

เรือโบราณพนม-สุรินทร์ "เก่าแก่ที่สุดในไทยและอุษาคเนย์" อายุพันกว่าปีมาแล้ว

ศิลปวัฒนธรรม

"เพลงยาวพยากรณ์" แต่งโดย "พระเจ้าเสือ" เครื่องมือรัฐประหาร "พระนารายณ์" !?

ศิลปวัฒนธรรม

12 มีนาคม 1930 คานธี นำชาวอินเดียทำสัตยาเคราะห์เกลือ "ดื้อแพ่ง" ดังทั่วโลก

ศิลปวัฒนธรรม

‘VP เวียดนามปทุม’ อาหารเวียดนาม-อีสาน ขายมา 33 ปี ที่ 'ปทุมธานี'

กรุงเทพธุรกิจ

บอลวันนี้ โปรแกรมบอล ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันพฤหัสบดีที่ 12 มี.ค. 69

PostToday
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...