เศรษฐินีโวย อดีตลูกจ้างแอบแซ่บกับสามี พาหนีออกจากบ้าน ผัวโต้ทุกปม ไม่ทนขอแยกทาง
เศรษฐินีโวย อดีตลูกจ้างแอบแซ่บกับสามี ลวงให้หนีออกจากบ้าน ล่าสุดผัวควงฝ่ายหญิงพบ ตร. โต้ทุกปม ขอแยกทางกับเมีย-ยกทรัพย์สินให้หมด
จากกรณี น.ส.มัลลิกา อายุ 57 ปี เศรษฐนีและนักธุรกิจ ร้องเรียนผ่านผู้สื่อข่าวว่า สามีชื่อ นายสรายุทธ อายุ 53 ปี ถูกผู้หญิง ซึ่งเชื่อว่าเป็นอดีตลูกน้องสาว ล่อลวงไปจากบ้านพักภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ถนนราชพฤกษ์-ติวานนท์ หมู่ 1 ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี โดยหายตัวไปพร้อมกับสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท, พระเลี่ยมทองหนัก 2 บาท, เงินสด 10,000 บาท และบัญชีธนาคารที่พบว่ามีการโอนเงินออกจากบัญชีไปแล้วจำนวน 6,000 บาท น่าจะมีคนเอารถมารับไป ทั้งนี้ มีเงินรางวัลให้ผู้พบเห็น จำนวน 20,000 บาท เบื้องต้นเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองปทุมธานีแล้ว
ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่ สภ.เมืองปทุมธานี นายสรายุทธ อายุ 53 ปี พร้อม น.ส.สายฝน หรือ เล็ก อายุ 44 ปี เข้าพบ พ.ต.ท.เสฏฐพงศ์ ทรงกลด รอง ผกก.สส.สภ.เมืองปทุมธานี โดยนายสรายุทธกล่าวว่า ตนเป็นคนออกมาเรียกรถแท็กซี่ให้มาส่งที่สวนพริกไทยเพื่อไปหา น.ส.สายฝน และที่ตัดสินใจออกจากบ้านเพราะเบื่อและทนไม่ไหว ถูกภรรยาด่าทุกวัน ด่า “ไอ้…(คำหยาบ) เมื่อไหร่มึงจะตายเสียที” ทรัพย์สินที่ติดตัวมาคือสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท พระเลี่ยมทอง 2 บาท ทองได้ขายไปหมดแล้ว และเหลือโทรศัพท์อีกเครื่อง
นายสรายุทธกล่าวว่า ส่วนเงิน 6,000 บาทได้โอนไปให้ญาติ น.ส.เล็กจริง แต่เป็นการเพื่อใช้หนี้ เพราะตนขอยืมเป็นค่าเดินทาง ค่ารถ โดยเดินทางไปกับ น.ส.เล็กตลอด ไม่ได้มีนัดแนะอะไรกับ น.ส.เล็ก ตอนที่ไปหาเขา เขาอยู่ที่ร้านสวนพริกไทย เขายังงงว่าทั้งหมดทั้งมวลเป็นความคิดของตนเอง ไม่มีใครชักจูง และที่หนีออกไปเพราะไม่อยากติดต่อ หรือคุยกับทางภรรยาที่อยู่กันมานานกว่าสิบปี แต่ไม่ได้มีการจดทะเบียนสมรสและไม่มีลูกด้วยกัน
“อัดอั้นตันใจ ทนมานานเกือบ 2 ปี หลังจากป่วยผมใส่เสื้อเองไม่ได้เขาก็กระชาก กระชาก เหมือนไม่เต็มใจ เหมือนว่าเราเป็นภาระให้ทางเขา มีการทำกรมธรรม์ประกันชีวิต หากผมตายด้วยอุบัติเหตุเขาจะได้เงิน 10 ล้านบาท ซึ่งภรรยาเป็นคนทำ” นายสรายุทธกล่าว
นายสรายุทธกล่าวต่อว่า ส่วนที่มาโรงพักแสดงตัวเพื่อให้ น.ส.สายฝนพ้นมลทินที่ถูกกล่าวหาว่าล่อลวงตนเองไป ซึ่งตนเองอายุ 53 ปีแล้ว น.ส.สายฝน อายุ 44 ปี เราโตแล้ว ไม่มีใครมาล่อลวงเราได้
“ขอยืนยันว่าผมทำด้วยตัวเองทั้งหมด ไม่มีใครมาล่อลวง และที่บอกว่าผมสมองครึ่งซีกความจำเสื่อม จำไม่ค่อยได้ ผมขับรถกลับจากกระบี่ได้คนเดียว จำได้ทุกอย่าง และสิ่งที่ทำคิดเองทั้งหมดและวันนี้ขอลงบันทึกประจำ ขอแยกทางกับภรรยา จะไม่ขอกลับไปคืนดีอีกแล้ว” นายสรายุทธกล่าว
นายสรายุทธระบุว่า ต่อจากนี้ไปจะไปหางานทำ ยืนยันว่าจะไม่กลับไปกับภรรยา ไม่เอาแล้ว ส่วนหลังแยกทางกับภรรยาจะไปอยู่กับ น.ส.เล็กหรือไม่ อันนี้อยู่ที่อนาคต ก็ถามเขาว่าเขาจะอยู่กับผมและเขาจะดูแลได้ไหม เรื่องที่เขามีสามีอยู่ก็ทราบ แต่ไม่ได้มีการคุยกัน
ด้าน น.ส.สายฝนกล่าวว่า ที่ผ่านมา ตน แม้แต่ลูกของตนเองถูกเขาข่มขู่คุกคาม พี่สาว พี่ชาย ถูกคุกคามหมด ทุกคนกลัวไม่ได้ทำกิน ขอให้ตำรวจตามล่า ถ้าเจอตัวจะทำร้าย ขนาดลูกของตนอายุ 8 ขวบ เขาก็ให้คนไปหาที่โรงเรียนถามหาตนเอง แล้วเด็กจะคิดยังไง เด็กไม่ได้ไปสอบเพราะขู่จะจับตัวเพื่อดึงให้แม่ออกมา
น.ส.สายฝนกล่าวว่า ส่วนนายสรายุทธตนไม่ได้คุยกัน หรือนัดแนะ แต่เฮียสรายุทธมาหาที่ร้านเอง แต่ตอนที่อยู่ทำงานตนดูแลเฮียเขา แต่ไม่เคยพูดให้เขาออกมา และตนอยู่ทำงานได้ค่าตอบแทนแค่ 2,000 บาท และที่ตนดูแลเฮียเขาก็ดูแลเหมือนลูกจ้างกับนายจ้าง คือไม่มีอะไรกัน และหาว่าตนไปพูดว่าได้สามีเป็นนายจ้างแล้ว ตนไม่เคยพูด ผู้ชายที่เอาไปพูดเขารู้กัน และตนก็ไม่มีสามี ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่สามี ลูกสาวก็เป็นของสามีเก่าที่เลิกไปแล้ว แต่เขามาใส่ร้ายหาว่าตนเอาผัวนายจ้าง ตอบแทนด้วยการเนรคุณ
น.ส.สายฝนกล่าวด้วยว่า ตอนนี้ตนกับเฮียมีความสัมพันธ์กันแล้ว แต่ตอนที่ถูกเขาใส่ร้ายยังไม่มีอะไรกัน มีความสัมพันธ์กันหลังเฮียหนีออกจากบ้าน ส่วนเขาบอกว่าเขาช่วยเหลือตนเองและให้งานทำเขาช่วยเหลือจริง
ต่อมา น.ส.มัลลิกาเดินทางมาที่สถานีตำรวจ ตรงเข้ามาด่า น.ส.สายฝนว่าเนรคุณ เลี้ยงไม่เชื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ากั้น พร้อมให้ออกไปอยู่ด้านนอกก่อน
จากนั้นได้เรียกให้ น.ส.มัลลิกาเข้ามาเจรจากับนายสรายุทธ โดยแยก น.ส.เล็กไปอยู่อีกที่ ซึ่งฝ่ายสามียืนยันและมีความประสงค์จะแยกทางกับ น.ส.มัลลิกา โดยนายสรายุทธมอบทรัพย์สินให้กับ น.ส.มัลลิกา ดังนี้
1.บ้านพร้อมที่ดิน ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.บางคูวัด อ.ปทุมธานี จ.ปทุมธานี
2.อาวุธปืนยี่ห้อคาร์ ขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอก
3.ห้องพักอาคารเอื้ออาทรบ้านฉาง ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี อาคาร 16 ชั้น 1 จำนวน 1 ห้อง
4.ห้องพักในอาคารเอื้ออาทรบางคูวัด อาคาร 5 ห้อง 4 ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี จำนวน 1 ห้อง
5.กรมธรรม์ประกันชีวิตของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด ผู้เอาประกันชื่อ น.ส.มัลลิกา จำนวน 2 กรมธรรม์
6.กรมธรรม์ประกันชีวิตของบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด ผู้เอาประกันชื่อ น.ส.มัลลิกา จำนวน 1 กรมธรรม์
คู่กรณีได้ตกลงกันด้วยดี ไม่มีผู้ใดบังคับขู่เข็ญแต่อย่างใด จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะต่างคนต่างเดินทางกันกลับ
น.ส.มัลลิกาเปิดเผยว่า เลือกทางฝ่ายนั้นแต่เท่าที่เจอเขาวันนี้เปลี่ยนเยอะ ไม่ได้เจอ 7 วัน ผู้หญิงคนนั้นจะพูดยังไงตนไม่ทราบ คุยจบกับเขายังไงคือเขาเปลี่ยนไป วันนี้ก็มีการตกลงกันกับสามีในเมื่อเขาไปทางนั้นก็แยกทางกัน วันนี้จบกันด้วยดี เขาจะไปจะโดนหลอก หรือไม่โดนหลอกก็ไม่ทราบแล้ว ถ้าจะไปจริงมาบอกกันดีๆ ส่วนทรัพย์สินได้มีการลงบันทึกว่าเขายกให้หมด
ขอบคุณ ข่าวสด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เศรษฐินีโวย อดีตลูกจ้างแอบแซ่บกับสามี พาหนีออกจากบ้าน ผัวโต้ทุกปม ไม่ทนขอแยกทาง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th