โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

ลูกเป็นอินโทรเวิร์ต (introvert): 4 วิธีสานสัมพันธ์กับลูกโลกส่วนตัวสูง

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 20 ต.ค. 2565 เวลา 13.23 น. • Features

คุณพ่อคุณแม่คงรู้จักและคุ้นเคยกับคำว่า Extrovert และ Introvort กันเป็นอย่างดี แต่เมื่อลองเอาคุณลักษณะของทั้งสองบุคลิกภาพมาพิจารณาแล้ว คุณพ่อคุณแม่ที่คิดว่าลูกมีความเป็น Extrovert น่าจะรู้สึกสบายใจกว่าคุณพ่อคุณแม่ที่ ลูกเป็นอินโทรเวิร์ตเพราะโดยธรรมชาติแล้ว บุคลิกของเอ็กโทรเวิร์ตโดยเฉพาะเมื่อแสดงออกให้เห็นชัดตั้งแต่วัยเด็ก ก็จะทำให้เด็กมีลักษณะกล้าพูด กล้าคุย กล้าแสดงออก ชอบเข้าสังคม และปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ดี ในขณะที่ อินโทรเวิร์ตคือบุคลิกภาพของคนที่รู้สึกสบายใจและปลอดภัยเมื่อได้จดจ่ออยู่กับตัวเอง ไม่ชอบความวุ่นวาย มักจะถูกมองว่าเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง รวมถึงถูกเหมารวมและเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กไม่กล้าแสดงออก ไม่ชอบเข้าสังคม ขี้อาย และกลายเป็นบุคลิกที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่เป็นกังวลมากกว่านั่นเองCarl Jung นักจิตวิทยาผู้คิดค้นทฤษฎีเอ็กโทรเวิร์ตและอินโทรเวิร์ตได้กล่าวไว้ ว่า การจดจ่ออยู่กับความคิดและความรู้สึกของผู้ที่มีบุคลิกอินโทรเวิร์ต ไม่ใช่การตัดขาดจากโลกภายนอก หรือต้องการอยู่คนเดียวตลอดเวลา พวกเขาเพียงแค่ต้องการอยู่กับคนที่เข้าใจและรู้ใจจริงๆ เท่านั้นดังนั้น สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังรู้สึกว่า ลูกเป็นอินโทรเวิร์ต จึงไม่จำเป็นต้องพยายามเปลี่ยนแปลงตัวตนและบุคลิกภาพของลูก แต่ควรหาวิธีสร้างความเข้าใจและปรับตัวให้เข้ากับลูก เพื่อสานสัมพันธ์และไม่ปล่อยให้โลกส่วนตัวของลูกกลายเป็นโลกที่พ่อแม่อย่างเราเข้าไม่ถึงกันดีกว่าค่ะ1. เข้าใจในความเป็นอินโทรเวิร์ตของลูก

การเคารพและเข้าใจความเป็นตัวตนของลูกเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะลูกที่มีบุคลิกภาพอินโทรเวิร์ต มักจะยอมเปิดใจ พูดคุย และเป็นตัวของตัวเองกับคนที่ทำให้รู้สึกสบายใจจริงๆ เท่านั้นดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรพยายามกดดันให้ลูกพยายามหรือฝืนธรรมชาติของตัวเองเกินไป เช่น พาลูกไปอยู่กับคนแปลกหน้า หรือปล่อยให้ลูกทำความรู้จักเพื่อนใหม่ตามลำพัง เพราะถึงแม้ว่า การฝึกทักษะการเข้าสังคมให้ลูกจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่คุณพ่อคุณแม่ควรให้เวลา ค่อยๆ แนะนำวิธีเข้าสังคม โดยไม่ทำให้ลูกรู้สึกอึดอัดและกังวลกับสถานการณ์ที่คุณพ่อคุณแม่หยิบยื่นให้2. ชวนคุยเรื่องที่ลูกสนใจ

การที่เด็กอินโทรเวิร์ต ไม่ค่อยพูดคุยกับคนอื่น ไม่ได้เป็นเพราะความเขินอาย หรือไม่กล้าแสดงออกเสมอไป แต่อาจเป็นเพราะอินโทรเวิร์ตมักจะคิดทบทวนสิ่งที่จะตามมาหลังจากนั้น เช่น ไม่อยากคุยกับเพื่อน เพราะรู้ว่าเพื่อนไม่ได้สนใจเรื่องนั้น แล้วจะกลายเป็นคุยกันไม่สนุก หรือไม่อยากคุยกับคุณพ่อคุณแม่ เพราะคิดว่าคุณพ่อคุณแม่จะไม่เข้าใจหรือมองว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญดังนั้น การเข้าหาลูกอินโทรเวิร์ต คุณพ่อคุณแม่อาจต้องทำตัวเป็นผู้เริ่มบทสนทนา โดยเริ่มจากหัวข้อง่ายๆ อิงจากความสนใจของลูก ดังที่งานวิจัยเกี่ยวกับจิตวิทยาเด็ก อธิบายไว้ว่า เด็กที่มีบุคลิกภาพอินโทรเวิร์ต จะแสดงความคิดเห็นและพูดคุยในหัวข้อที่ตัวเองชื่นชอบในแง่มุมที่แตกต่างออกไปจากเด็กที่มีบุคลิกแบบเอ็กโทรเวิร์ต ยิ่งไปกว่านั้นการเปิดประเด็นที่พวกเขาสนใจจะทำให้คุณพ่อคุณแม่เข้าถึงลูกได้ง่ายยิ่งขึ้น และยังทำให้ลูกรู้สึกเพลิดเพลินสามารถพูดคุยในหัวข้ออื่นๆ ต่อไปได้อย่างลื่นไหลอีกด้วย3. เลือกเวลาพูดคุยที่เหมาะสม

อินโทรเวิร์ตมักจะรู้สึกว่าการออกไปเจอผู้คนนอกบ้าน เป็นกิจกรรมที่ใช้พลังงานและสร้างความเหนื่อยล้าให้เป็นอย่างมาก การชวนอินโทรเวิร์ตพูดคุย จึงต้องอาศัยการเลือกจังหวะและเวลาที่เหมาะสม เช่น คุณพ่อคุณแม่พยายามชวนลูกคุยเล่นหลังกลับจากโรงเรียนทันที แต่นั่นอาจเป็นเวลาที่ลูกกำลังต้องการความสงบ อยากอยู่เงียบๆ หลังจากที่ต้องทำตัวร่าเริงกับคนอื่นมาทั้งวันแล้วก็เป็นได้ดังนั้น การเข้าหาลูกอินโทรเวิร์ต จึงต้องรอจังหวะเวลาที่ลูกกำลังผ่อนคลาย หรือได้ชาร์จพลังงานชีวิตกลับมาเป็นตัวของตัวเองเต็มที่แล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็จะได้รับการต้อนรับจากลูกอินโทรเวิร์ตเป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ4. หมั่นสังเกตสีหน้าแววตาลูก

คนที่มีโลกส่วนตัวสูงมักจะไม่ค่อยพูดหรือแสดงความรู้สึกออกมาให้คนอื่นรับรู้ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ถึงแม้จะอยากพูดหรืออธิบายความรู้สึกของตัวเอง ก็อาจทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้ยิ่งไม่อยากแสดงออกหรืออธิบายความรู้สึกนึกคิดของตัวเองออกมาให้ใครรับรู้สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำก็คือ ต้องหมั่นสังเกตพฤติกรรม และการแสดงออกทางภาษากายของลูก เช่น ลูกเก็บตัวมากขึ้น หรือลูกมีสีหน้าแววตา ที่กังวลมากเป็นพิเศษเมื่อต้องทำอะไร เพราะการสังเกตและใส่ใจของคุณพ่อคุณแม่จะช่วยคาดเดาและลดขั้นตอนที่ลูกจะต้องอธิบายหรือบอกเล่ารายละเอียดด้วยตัวเอง และนำไปสู่การแก้ปัญหาที่รวดเร็วยิ่งขึ้นได้— อ่านบทความ: สังเกตลักษณะของเด็ก Extrovert และ Introvert แตกต่างกันอย่างไรอ้างอิงWebMDCornerstone Learning CentersheknowsWe Have Kids

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...