“เรือกอและ” กับ “ไก่กอและ” มีอะไรที่คล้ายกัน ทำไมชื่อเหมือนกัน?
ของขึ้นชื่อชายแดนใต้อย่าง “เรือกอและกับไก่กอและ” มีอะไรที่คล้ายกัน ทำไมชื่อเหมือนกัน?
ใครที่อาศัยอยู่ในสามจังหวัดชายแดนใต้ คำว่า “กอและ” คงเป็นคำที่คุ้นหูเป็นอย่างมาก เพราะปรากฏอยู่ในชื่ออาหารและเรือท้องถิ่น อย่าง “เรือกอและกับไก่กอและ”
แล้วเคยสงสัยไหมว่า ทำไมสองอย่างนี้ถึงชื่อเหมือนกัน ทั้งที่รูปพรรณสัณฐานแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เรือกอและ
เรือกอและเป็นยานพาหนะทางน้ำของพี่น้องชาวมุสลิมในปัตตานีและนราธิวาส ภาษามลายูเรียกว่า“ปาระฮูกอและ” หรือบางพื้นที่ก็เรียกว่า “เฟาท์กอและ”คาดว่าเพี้ยนเสียงมาจากคำก่อนหน้า มีขนาดความยาวเล็กสุดอยู่ที่ 6 ศอก ไปจนถึงใหญ่สุดคือ 25 ศอก
ชาวบ้านนิยมใช้เรือกอและในการประมง นิยมทำเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 ลำ นอกจากนี้ยังใช้สำหรับประเพณีการแข่งขันอีกด้วย
จุดเด่นของเรือคงหนีไม่พ้นการตกแต่งด้วยลวดลายสีสันฉูดฉาด ไม่ว่าจะเป็นลายไทยหรือลายมลายู แล้วแต่ผู้สร้างจะนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับเรือ
ลักษณะของเรือกอและดั้งเดิม เป็นเรือยาวที่ต่อด้วยไม้กระดาน มีส่วนหัวและท้ายสูงขึ้นจากรำเรือเพื่อให้ดูสวยงาม รูปพรรณสัณฐานเพรียว และไม่ต้านลม มีอาการโคลงเคลงเมื่อลงน้ำ เพราะลักษณะท้องเรือกลม และกราบเรือผายออก เป็นผลให้เรือล่มยากแม้จะถูกคลื่นซัดก็ตาม
สันนิษฐานว่า เรือกอและมีตั้งแต่ก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา ควบคู่กับการเข้ามาของชาวมุสลิมจากดินแดนอาหรับและเปอร์เซียสู่ภาคใต้ตอนล่างของไทย ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของชาวมลายูเป็นจำนวนมาก เนื่องจากชาวมุสลิมไม่น้อยเป็นพ่อค้านักเดินทางผู้ชำนาญการเดินเรือ ทำให้มีบทบาทสำคัญในกิจกรรมทางทะเลตลอดมา
ในหลายยุคของสยาม ชาวมุสลิมได้รับความไว้วางใจจากราชสำนักให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ โดยเฉพาะด้านการเดินเรือ เช่น ตำแหน่งเจ้ากรมท่าในกรมท่าขวา ซึ่งเป็นหลักฐานชัดเจนแสดงถึงบทบาทของพวกเขาในระบบราชการ ที่เกี่ยวข้องกับเรือ
ชาวมุสลิมส่วนใหญ่ตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ชายฝั่งทะเลทางภาคใต้ จึงพัฒนาสร้างเรือเพื่อใช้ในกิจกรรมประมงและการเดินทางในทะเล โดยเลือกใช้วัสดุที่หาง่ายและมีต้นทุนต่ำ ส่งผลให้เกิดรูปแบบเรือพื้นบ้านที่เรียกว่า“เรือกอและ”ขึ้น
เรือกอและใช้งานได้หลายโอกาส ไม่ว่าจะใช้บรรทุกสินค้า เป็นยานพาหนะในการสงคราม ทั้งการยกกองทัพเรือไปทำสงครามบริเวณแหลมมลายู รวมถึงการส่งทัพเรือขึ้นมาช่วยอยุธยาคราวศึกกับพม่า และกัมพูชา
ไม่เพียงเท่านั้นยังเป็นอิทธิพลแก่เรือพระราชพิธีในเวลาต่อมา จากการที่ทั้งแขกมัวร์และแขกเปอร์เซียต่างก็เข้ารับราชการเป็นที่ปรึกษาของพระเจ้าแผ่นดิน ราชสำนักสยามจึงน่าจะมีการสนับสนุนเครือข่ายชาวมุสลิม และรับรูปแบบการต่อเรือของแขกเหล่านี้มาใช้
ปัจจุบันเรือกอและรูปแบบดั้งเดิมที่มีส่วนหัวและท้ายยาวเท่ากันเริ่มหาได้ยาก ด้วยเหตุจากการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่อย่างเครื่องจักรกลที่อำนวยความสะดวกในการออกประมงมากกว่า ทำให้เรือต้องตัดส่วนท้ายออกเพื่อใส่เครื่องยนต์เข้าไปแทน เป็นผลให้เรือแบบดั้งเดิมเริ่มหายไป
ไก่กอและ
ไก่กอและเป็นอาหารพื้นถิ่นของพี่น้องชาวมุสลิมชายแดนใต้ มีรสชาติเข้มข้นติดหวาน สีสันจัดจ้าน นิยมกินคู่กับข้าวเหนียวร้อน ๆ หรือข้าวสวยตามแต่ต้องการ ในภาษามลายูเรียกว่า “อาแยฆอและ”ซึ่งคำว่า “อาแย” หรือ “อายัม” มีความหมายว่าไก่
นอกจากเนื้อไก่ เมนูนี้ยังสามารถใช้เนื้อสัตว์อื่นเป็นวัตถุดิบหลักได้อีกด้วย อาทิ ปลา หอย เนื้อวัว ทว่าเนื้อไก่เป็นที่นิยมมากที่สุด
การทำก็ไม่ง่ายไม่ยาก สิ่งที่ต้องเตรียมมีอยู่ 2 อย่างหลัก ๆ คือ ไก่ย่าง และเครื่องแกงที่จะใช้ราดไก่
วิธีทำเริ่มจากย่างไก่ให้หอมฉุยมีเนื้อชุ่มฉ่ำ แล้วตามด้วยปรุงเครื่องแกงซึ่งมีส่วนประกอบหลักคือน้ำกะทิ พริกชี้ฟ้า กระเทียม และน้ำตาล นำมาผสมให้เข้ากัน เคี่ยวจนข้นและขึ้นมัน จากนั้นเอาน้ำสีส้มแดงข้น ๆ มาราดบนตัวไก่เพื่อเพิ่มรสชาติ และเพื่อให้มีสีสันน่ารับประทาน
ประวัติความเป็นมาของไก่กอและไม่แน่ชัด แต่เพราะเป็นอาหารที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น จึงสันนิษฐานว่ามีอายุไม่ต่ำกว่าร้อยปี หากินได้ง่ายในจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส
อะไรคือความเชื่อมโยงระหว่างเรือกอและกับไก่กอและ
ความเชื่อมโยงระหว่าง 2 อย่างนี้ คงหนีไม่พ้นการใช้ชื่อ “กอและ”เหมือนกัน แต่อาจมีความหมายที่ต่างกันไปบ้าง
“เรือกอและ” หากเขียนโดยใช้ภาษามลายูที่เขียนด้วยตัวอักษรอังกฤษ จะเขียนว่า “Koleh”หรือ“Kolek”มีความหมายว่าโคลงเคลง พลิกไปพลิกมา ตะแคง คล้ายกับลักษณะของเรือกอและ ที่เมื่ออยู่ในน้ำจะโคลงเคลงไปมา
แต่ “ไก่กอและ” เป็นกอและหรือฆอและ ที่เขียนด้วยคำว่า “Golek”มีความหมายว่ากลิ้ง อาจหมายถึงการนำไก่ไปกลิ้งบนไฟเพื่อย่างจนสุก จึงเรียกอาหารไก่ย่างนี้ว่าไก่กอและ
หากจะมองหาความเชื่อมโยงระหว่างสองสิ่งดังกล่าว ก็คงอยู่ที่ความหมายของคำศัพท์ที่คล้ายคลึงกัน
กล่าวคือ ทั้งคำว่า “กอและ” ที่ใช้เรียกเรือ และอาหาร อาจมีรากศัพท์ที่สื่อถึงลักษณะของการกลิ้งหรือการพลิกไปมา ซึ่งใกล้เคียงกับคุณลักษณะของทั้งสองสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของเรือที่ลอยโคลงเคลงบนผิวน้ำ หรือการหมุนพลิกไก่ขณะย่างบนเตาถ่าน
จึงเป็นไปได้ว่า คำว่า “กอและ” อาจเกิดจากการเพี้ยนของภาษาถิ่นที่ดำรงอยู่ต่อเนื่องมายาวนานหลายร้อยปี
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานหรือข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดเกี่ยวกับที่มาของการตั้งชื่อนี้
แม้จะขาดคำตอบที่ชัดเจน แต่ทั้งเรือกอและกับไก่กอและต่างก็สะท้อนถึงความงดงามของวัฒนธรรมพื้นถิ่น และควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ สำรวจ และสัมผัสถึงเสน่ห์ของทั้งงานหัตถกรรมท้องถิ่น และรสชาติอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของพื้นชายแดนใต้
อ่านเพิ่มเติม :
- ข้าวเกรียบปลาทางภาคใต้ตอนล่าง “กือโป๊ะ” ใช้ปลาอะไรทำอร่อยสุด?
- ทำไม “พรานนก” ถึงเป็นแหล่งรวม “อาหารปักษ์ใต้”
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ถเกิงพล ขำยัง. (2556). การศึกษาเพื่อการกสร้างสรรค์วิถีชีวิตของชาวประมงมลายู: เรือกอและ [ปริญญานิพนธ์ปริญญาศิลปกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต, สาขาวิชาทัศนศิลป์]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
จริยา สุขจันทรา, นพรัตน์ วงศ์หิรัญเดชา, วิศิษย์ เกตุปัญญาพงศ์. (2549). ภูมิปัญญาการผลิต “ไก่ฆอและ” ของชุมชนทุ่งพลา จังหวัดปัตตานี. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, 1(1), 56-64.
ไก่กอและหรือไก่ฆอและ. (23 มกราคม 2556). เข้าถึงได้จาก ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม: www.m-culture.in.th/album/176975/ไก่กอและหรือไก่ฆอและ/
มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์. (1999). สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคใต้(เล่มที่ 1). สยามเพรส แมเนจเม้นท์.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 พฤษภาคม 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เรือกอและ” กับ “ไก่กอและ” มีอะไรที่คล้ายกัน ทำไมชื่อเหมือนกัน?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com