แม่นายของชาวเน็ต ดัง พันกร รันโซเชียลไปทุกวงการ เปิดใจ 46 ปีไม่เคยมีแฟน
แม่นายของชาวเน็ต ‘ดัง พันกร’ รันโซเชียลไปทุกวงการ เปิดใจ 46 ปีไม่เคยมีแฟน
ขึ้นแท่นขวัญใจชาวเน็ต GEN Z ไปแล้ว สำหรับนักร้องดังยุค 90 อย่าง ดัง พันกร ที่ไม่ว่าจะโพสต์อะไรก็ถูกใจชาวเน็ตไปทุกเรื่อง เรียกว่าทันโลกทันข่าวทันกระแสแบบสุดๆ ล่าสุดเจ้าตัวมาเป็นแขกรับเชิญในรายการ คุยแซ่บ Show ก็ได้อัพเดตชีวิตหลังห่างหายไปจากวงการนานหลายปี พร้อมเผยถึงเรื่องหัวใจ หลังใช้ชีวิตโสดมานานกว่า 46 ปี
ขึ้นแท่นขวัญใจ GEN Z ไปแล้ว เกิดอะไรขึ้นทำไมอยู่ดีๆ เราก็คึกคักกับวัยรุ่นยุคใหม่ ?
“จริงๆ แล้วก็เปลี่ยนไปตามยุค ตามสมัย เขาเล่นโซเชียล เราก็ลองเล่นโซเชียลดูบ้าง”
แล้วทำไมโซเชียลเรายอดติดตามขึ้นดีมากเลย?
“คือมันเริ่มมาจากที่ดังเป็นคนสนุกสนาน อารมณ์ดี และคือถ้าเรามีเพจก็เหมือนเราคุยกับแฟนเพลง ที่สมัยก่อนต้องเขียนจดหมายหากัน อันนี้มันก็ว่าไดเรกต์ตรง เวลาเรามีอะไรเราก็ไม่อยากขำคนเดียวอยู่บ้าน หรือกับเพื่อน ก็เอามาขำด้วยกันแล้วกัน”
แต่ว่าทันกระแสหมดเลยนะ?
“ใช่ครับ เพราะแอดมินเราเยอะ (หัวเราะ) แต่ก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้น คนก็จะแซวว่าเรามีแอดมิน 200 คน ก็เล่นกันไป น้องๆ ก็เล่นกันด้วย”
ล่าสุดรันวงการฟุตบอลแล้ว?
“ปกติเราก็จะนั่งกันอยู่ที่หน้าจอ ก็เลยจะทันทุกกระแส ก็ดูว่าสังคมเขาเป็นยังไงบ้าง เขาพูดอะไรกันทำอะไรกัน”
อย่างล่าสุดกับ “ลิซ่า” ก็เหมือนกันที่ได้ร่วมงานกับ Maroon5 ?
“มันเป็นมุกเลี่ยนๆ ที่เราก็เสิร์ฟให้กับคนดู ก็จะมีทั้งมุกเลี่ยน มุกเสี่ยว คละกันไปเรื่อยๆ แต่มุกก็จะมีน้องๆ แอดมิน ดูอยู่ ก็ร่วมด้วยช่วยกัน เราจะมีการคุยกันและเห็นความต้องการร่วมกัน คิดไปทางเดียวกันพูดไปทางเดียวกัน สนุกสนาน”
มันก็มีทั้งคนที่สนุกกับเรา และมองไปในทางที่สร้างกระแส?
“จริงๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องปกติ ที่มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ แต่ส่วนใหญ่ของเราจะไม่ค่อยมีในทางลบ ดังเลยมองว่ามันเป็นอีกที่หนึ่งที่คลายเครียด เครียดจากงาน มารถติดก็ทำให้ยิ้มได้ หัวเราะได้จุดประสงค์ก็แค่นั้นเอง”
เราเป็นคนอินโทรเวิร์ตไหม?
“คือเมื่อก่อนกันก็จะเป็นคนที่เงียบๆ ของดัง แต่ดังก็เป็นคนที่สนุกสนานแบบนี้มานานแล้ว ไม่ได้อินโทรเวิร์ตแบบนั้นหรอกครับ และเมื่อก่อนก็ไม่ได้มีโซเชียลอะไรแบบนี้เราก็จะอยู่กับเพื่อนเราซะส่วนใหญ่ แต่ตอนนี้เราก็จะมีเพื่อนมากขึ้นเพื่อนในเพจมาคอมเมนต์กันไปมาก็สนุกดี บางทีเรา เหงาๆ ตอนกลางคืน ก็มานั่งดูเขาตอบกันมาเราก็ขำไปด้วยยิ้มไปด้วย มันก็เหมือนมีเพื่อน”
ณ.ปัจจุบันมีเพื่อนเพิ่มขึ้นกี่คนแล้ว?
“น่าจะประมาณ 500,000 กว่า ใครที่อยากรับความบันเทิงจากพวกเราติดตามเพจได้นะครับ”
ฉายาแม่นายมาจากไหน?
“จริงๆ มาจากพี่ๆ นักข่าวตั้งให้ แล้วก็เลยเถิดมาถึงทุกวันนี้ จริงๆ สรรพนามมีมาโดยตลอด แต่อยากจะเรียกอะไรน้องก็ยินดี ขอให้เขาเรียก แต่เขารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เพราะเราบังคับคนอื่นไม่ได้ ฉายาล่าสุดก็แม่นาย โอเคก็ได้”
ก่อนหน้านี้จะมีช่วงที่หายไป หลังจากที่อยู่ในวงการมา 20 ปี?
“ช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่ได้อยู่กับตัวเองจริงๆ ได้พักจริงๆ เวลาที่ออกอัลบั้มออกเทปมา คือไม่ได้หยุดเลย ทำเพลงออกคอนเสิร์ตเตรียมงานใหม่มันก็จะเป็นแบบนี้มาตลอด เรียกว่าพักดูแลตัวเอง ดูแลร่างกาย”
วงในเมาธ์มาว่าหยุดทำงานพักใช้เงิน ?
“จริงๆ แล้วเป็นช่วงที่อยู่กับตัวเอง ช้อปปิ้งก็เป็นงานอดิเรกอยู่แล้ว เหมือนจะพักแต่ก็ไม่ได้พัก เพราะว่าเรารักในงานเพลง ก็คิดงานเพลงใหม่ๆ มาเรื่อยๆ ก็ทำงานโปรเจกต์ใหม่อยู่ ซึ่งก็จะเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่จะมอบให้กับแฟนเพลงของดังเลยที่อยู่ด้วยกันมาตลอด ตั้งแต่เริ่มแรกเลยก็น่าจะมีอะไรให้ชมกันประมาณปลายปีนี้”
ถ้าย้อนกลับไปสมัยก่อนก็ล้านตลับตลอด กี่อัลบั้มที่ออกมา?
“ไม่ได้นับ (หัวเราะ) แต่น่าจะหลายอัลบั้ม เพราะมันมีอัลบั้มพิเศษด้วยเพราะมานับตอนนี้ก็หลายอัลบั้มอยู่นะครับ”
เวลาไปคอนเสิร์ตมีสาวๆ ที่แบบมาต่อแถวชอบเราบ้างไหม?
“ตอนนั้นอาร์เอสเขาคุมเข้มครับ ก็จะอยู่กับ AR แล้วก็การ์ด จะไม่ค่อยได้ไปไหนเหมือนอยู่ในความควบคุมตลอดเวลา แต่เวลาไปไหนมาไหนก็จะมีน้องๆ แฟนคลับมาหาตลอดเวลา อย่างที่คอนเสิร์ตสนามบินบางทีน้องๆ มาหาจนเอารถออกจากสนามบินไม่ได้ จะต้องไปรับกันที่ลานสนามบินเลย เพราะเวลาบินกลับไปเรียนทีนึงก็จะมีน้องๆ มาส่งเยอะมาก เพราะเป็นอีกฟีลหนึ่งที่ต่างจากสมัยนี้ เพราะจะได้เจอศิลปินก็ถือว่ายาก”
เคยเป็นคู่จิ้นกับ “โดม ปกรณ์ ลัม” มาก่อน ?
“จริงๆ โดมกับดังก็สนิทกัน เพราะอยู่ค่ายเดียวกัน ไม่ใช่คู่จิ้น ก็ด้วยความที่สนิทกันอยู่ค่ายเดียวกัน ก็จะมีเล่นกันบ้างบ้างบางทีก็เล่นกันไปกันมา ก็เป็นความสนิท มิตรภาพที่ดีมากกว่า ส่วนที่โพสต์กันไปกันมาก็เหมือนเล่นกันในเพจ พูดคุยกับแฟนคลับให้ลูกเพจได้มีความสนุกสนาน”
คนเข้าใจว่าเปลี่ยนชื่อ ?
“จริงๆคนเข้าใจว่าดังเปลี่ยนชื่อ แต่นั่นมันคือชื่ออัลบั้ม มันเป็นชื่อที่พระอาจารย์ที่นั่งวิปัสสนาตั้งให้ และเอามาลิงค์กับเพลง เพราะมันเป็นอัลบั้มใหม่ก็เอามาลิงค์กัน ตอนนั้นก็ปล่อยออกมาเพลงนึง ในอัลบั้มก็หยุดทำเพราะเปลี่ยนไอเดีย และช่วงโควิดด้วย”
ตอนนั้นเทเงินไปเท่าไหร่ ?
“ก็ไม่เท่าไหร่ครับ มันคือช่วงระหว่างการทำด้วยยังทำไม่เสร็จสิ้น แต่ก็โชคดีที่ช่วงโควิดคนก็ไม่พร้อมจะรับอะไรทั้งสิ้นเราก็เลยโอเค แล้วก็มีไอเดียใหม่ขึ้นมาด้วยก็เลยเกิดสิ่งใหม่ขึ้นอย่างต่อเนื่องกันไปครับผม”
ตอนเล่นคอนเสิร์ตมีเรื่องราวเฉียดตายด้วย ?
“อ๋อ.. แต่ก่อนเราเล่นคอนเสิร์ตทุกครั้งแล้วมันก็จะมีต่างจังหวัดก็จะมีตีกัน ร้องอยู่บางทีก็ขวดปาบ้าง แก้วแตกบ้าง ตอนนั้นหน้าที่เราก็คือต้องวิ่งเข้าหลังเวที แต่เราก็ยืนถือไมค์แล้วบอกให้ใจเย็นๆนะพี่ ส่วนทีมงานก็ต้องมาลากเราเข้าไปในหลังเวที แล้วก็ขับออกจากสถานที่แล้วก็ไปเข้าห้องน้ำที่ปั๊มน้ำมัน ซึ่งเขาก็ยังสู้กันอยู่ สักพักก็มีเสียงปิ้วเหมือนเป็นลูกกระสุน แล้วมันไปโดนที่ถังขยะ เฉียดเลยสัมผัสได้ถึงลมก็เลยรีบเข้าห้องน้ำและขึ้นรถตู้กลับบ้าน ตอนนั้นก็จิตตกแต่โชคดีที่ไม่โดนเรา เวลาเราขึ้นคอนเสิร์ตแต่ละทีเราไม่ได้รู้สึกกลัวอะไรเลย เพราะเรารู้สึกว่าเรามามอบความสุข ไม่ได้คาดคิดว่าคนจะตีกัน หน้าที่เราเป็นนักร้องพร้อมขึ้นเวทีแล้ว มอบความสุขความสนุกให้กับคนบนเวที เพราะฉะนั้นเรื่องหน้างานมันไม่ได้คาดคิด”
คนส่วนใหญ่เขารู้ว่าบ้านเราคุณพ่อเป็นตำรวจ?
“ก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ก็น่าจะพอทราบกันบ้างแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะถึงวินาทีนั้นก็ชุลมุน อยู่งานๆ นึงเป็นทัวร์ใหญ่ของบริษัทอาร์เอส ดังขึ้นคนสุดท้าย เขาล้อมรั้วแบบจริงจังยกเวทีจากกรุงเทพไปเลย มีนักร้องประมาณ 12 คน คอนเสิร์ตเริ่มแล้วเราแต่งหน้าทำผมพร้อมแล้วอยู่หลังเวที พอคนที่ 11 ขึ้นดันตีกันซะก่อน กลายเป็นว่าศิลปินทุกคนก็ต้องเกณฑ์กันขึ้นรถบัส คอนเสิร์ตก็ยกเลิกเราก็กลับบ้าน เราก็เสียฟีลเหมือนกันเพราะเรายังไม่ได้ขึ้นเลย แต่งตัวไปเก้อเลย ก็คือเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่จะไม่ลืมเลย เพราะมันเป็นงานใหญ่และงานของค่ายด้วย”
เห็นแบบนี้เห็นว่าเป็นสายมูตัวแม่ ?
“ก็ไม่เชิงขนาดนั้น เมื่อก่อนเคยเลี้ยงลูกเทพ เลี้ยงแก้เหงาตามประสาคนโสดอยู่คนเดียว ตอนนั้นเขาฮิตกัน เราก็เลยเอากับเขาด้วย ถามว่ามีอะไรตอนกลางคืนมั้ย คือมองสองด้านเป็นความเชื่อส่วนตัวเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ คือตอนแรกดังก็เป็นคนกลัวผีอยู่แล้วคือลูกเทพเราก็จะนึกถึงกุมารทอง ตอนกลางวันเราก็ไม่ได้กลัวอะไรหรอก แต่พอปิดไฟแล้วเริ่มอยู่คนเดียวแล้วก็เอ๊ะยังไง จะมีอะไรอยู่ในบ้านเราหรือเปล่าก็ลองนอนดูสักพักพักก็แบบเราคิดไปเองหรือเปล่า เพราะพื้นไม้เหมือนมีอะไรก๊อปแก๊ปแล้วก็แบบเหมือนมีคนเดินหรือเปล่าตอนนั้นก็ขนหัวลุกเหมือนกัน ตอนนั้นนอนไม่หลับทั้งคืนตอนเช้าก็เลยแบบทำยังไงดีกลัว เรื่องแบบนี้เราจัดการเองไม่ได้ก็เลยโทรหาพระอาจารย์ที่เชียงใหม่ แล้วก็เปิดลำโพงบอกให้พระอาจารย์เทศน์บอกเค้าหน่อยว่าอย่ามาหลอกกันนะ (หัวเราะ) แต่สุดท้ายก็กลับมามีสติได้ด้วยตัวเอง ว่าจิตใต้สำนึกของเราเองมากกว่าว่าเรากลัวหรือเราไม่มั่นใจถ้าเราไม่นิ่งสิ่งเหล่านั้นเกิดได้คือมโนภาพ จริงๆเป็นเสียงธรรมชาติอยู่แล้ว”
ตอนเลี้ยงมีขออะไรบ้างไหม ?
“ก็มีขอบ้างตามไบเบิ้ลเขาเลย จริงๆก็ขอ แต่การขอของดังคือถ้าขอแสดงว่าเราตั้งใจทำสิ่งๆ นั้นอยู่แล้ว บางทีความตั้งใจของเรามันก็ขอให้เกิดความสำเร็จได้ ดังก็มองสองอย่างไม่ให้มันงมงายเกินไป ตอนนี้ก็ส่งน้องกลับบ้านไปแล้ว”
46 ปีแล้วทำไมไม่เคยมีใครเห็นแฟนเลย?
“ก็อาจจะเป็นเพราะว่ามันไม่มีก็ได้นะครับ ไม่ได้ปิดข่าวหรืออะไรนะครับแต่ว่ามันไม่มี”
ทำไมถึงไม่มีแฟนเลย?
“นั่นน่ะสิก็เป็นคำถามที่ถามตัวเองเหมือนกัน ตลอดระยะเวลา 46 ปี ไม่เคยมีแฟนเลยจริงๆ ครับ คือถ้ามองย้อนกลับไปน่าจะมีคนมาจีบ แต่ขณะขนาดนั้นคือเราเป็นนักร้อง คือเราไม่ได้คิดอะไรกับทุกคนมองว่าเขาชอบในผลงานของเรา แต่ว่าตอนนี้คิดว่าตัวเองต้องมีล่ะ ยินดีถ้าคนเข้ามาจีบ ไม่มีสเปก ขอให้เราถูกใจเขาและเขาถูกใจเราด้วย ซึ่งมันก็ยากเหมือนกัน แต่คงไม่ยากเกินความสามารถ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่นายของชาวเน็ต ดัง พันกร รันโซเชียลไปทุกวงการ เปิดใจ 46 ปีไม่เคยมีแฟน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th