โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดโผ 15 จังหวัด พัฒนาที่อยู่อาศัย มากที่สุดในประเทศไทย

The Bangkok Insight

อัพเดต 15 เม.ย. 2568 เวลา 02.22 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. 2568 เวลา 02.22 น. • The Bangkok Insight

นอกจากในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลแล้ว มีจังหวัดใดที่มีศักยภาพในการพัฒนาที่อยู่อาศัยสูงมากบ้าง มาดูผลการสำรวจ 15 จังหวัดหลักที่เป็นความหวังสำคัญของประเทศ

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (AREA) สำรวจตลาดที่อยู่อาศัยในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2537 จนถึง 2567 รวม 31 ปี จังหวัดหลัก ๆ สำคัญที่ควรลงทุนมีอะไรบ้าง โดย ดร.โสภณ สำรวจไว้ทั้งหมด 40 จังหวัดทั่วประเทศ และได้คัด 15 จังหวัดหลักที่มีการพัฒนาที่อยู่อาศัยมาเพื่อประโยชน์ในการลงทุน

อันดับหนึ่ง เมื่อไม่นับ 6 จังหวัดในเขต กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และบางส่วนของนครปฐม) ตามด้วย จังหวัดชลบุรี ที่ ณ ปี 2567 ยังมีหน่วยขายรอผู้มาซื้ออยู่ 45,470 หน่วย หรือเหลืออยู่ 15% มีมูลค่ารวม 159,738 ล้านบาท หรือ 4,698 ล้านดอลลาร์ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 3.513 บาท หรือ 103,325 ดอลลาร์

การที่ชลบุรีเติบโตเป็นอันดับที่สองรองจากกรุงเทพมหานคร ก็เพราะเป็นจังหวัดหลักในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก จังหวัดนี้มีการลงทุนมากเป็นพิเศษ

อันดับที่สอง ก็ยังอยู่ในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกคือ จังหวัดระยอง ซึ่งยังมีหน่วยที่อยู่อาศัยรอขายอยู่ 23,092 หน่วย หรือ 25% ของที่อยู่อาศัยทั้งหมด รวมมูลค่า 58,563 ล้านบาท หรือ 1,722 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 2.536 ล้านบาท หรือ 74,590 ดอลลาร์

ในจังหวัดนี้ มีการลงทุนด้านอุตสาหกรรมเป็นอันมากเช่นเดียวกับชลบุรี ยิ่งกว่านั้นยังมีแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ไล่มาจากชลบุรี เช่น บางแสน พัทยา สัตหีบ บ้านฉาง บ้านเพ แกลง กล่ำ เป็นต้น รวมทั้งยังมีรีสอร์ตตามพื้นที่เนินเขาต่างๆ อีกด้วย

อันดับที่สาม ก็คือ จังหวัดเชียงใหม่ ที่ขณะนี้ยังมีหน่วยขายรอขายอยู่ 11,900 หน่วย ถือเป็นเพียง 14% ของหน่วยขายทั้งหมด (แสดงว่าขายได้เร็วพอสมควร) โดยมีมูลค่ารวมกัน 54,218 ล้านบาท หรือ 1,595 ล้านดอลลาร์ ราคาเฉลี่ยของที่อยู่อาศัยในเชียงใหม่อยู่ที่ 4.556 ล้านบาท หรือ 134,004 ดอลลาร์ ต่อหน่วย ที่เชียงใหม่เป็นจังหวัดอันดับสาม เพราะจังหวัดนี้เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยว และเป็นเมืองหลวงของภาคเหนืออีกด้วย

อันดับที่สี่ คือ ภูเก็ต ซึ่งก็เป็นจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญระดับโลก จังหวัดนี้เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก มีนักท่องเที่ยวมากกว่าบาหลีของอินโดนีเซีย มีหน่วยที่อยู่อาศัยรอขายอยู่ 11,607 หน่วย คิดเป็น 15% ของอุปทานทั้งหมด รวมมูลค่าสูงถึง 142,796 ล้านบาท หรือ 4,200 ล้านดอลลาร์ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 12.303 ล้านบาท หรือ 361,840 ดอลลาร์

ที่อยู่อาศัยในภูเก็ตขายในราคาที่สูงกว่าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่ขายในราคา 5.293 ล้านบาท หรือ 155,676 ดอลลาร์ มูลค่าสินค้ารอขายอยู่นี้ถือเป็นอันดับที่สองรองจากจังหวัดชลบุรีเท่านั้น

โดยรวมแล้วใน 15 อันดับแรกของจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดนั้น อยู่ในภาคเหนือเพียง 2 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงรายและพิษณุโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด คือนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และอุบลราชธานี ภาคกลาง 2 จังหวัดคือ อยุธยา และพื้นที่ชะอำ-หัวหิน ภาคใต้ 3 จังหวัดคือ ภูเก็ต หาดใหญ่และสุราษฎร์ธานี และระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกมี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง

จับตาการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

1. ที่อยู่อาศัยสำหรับคนทำงานหรือผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกจะลดลง เนื่องจากโรงงานญี่ปุ่นและเกาหลีคงทะยอยย้ายออก ส่วนโรงงานจีน อาจไม่ได้ใช้แรงงานมากนัก (อาจใช้หุ่นยนต์เป็นหลัก) ส่วนในภาคการท่องเที่ยวก็คงยังเติบโตเหมือนเดิม

2. ในทำนองเดียวกัน ที่อยู่อาศัยในเขตตัวเมืองจังหวัดภูเก็ตก็อาจไม่เติบโตมากนัก ที่เติบโตจริง ๆ คือที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติที่อยู่ตามริมหาดหรือตามไหล่เขามากกว่า โดยอาจเป็นพูลวิลลาและรีสอร์ตสำหรับการพักผ่อน ส่วนที่หาดใหญ่ก็น่าจะเติบโตอีกมากหากปัญหาความไม่สงบเบาบางลง และที่สุราษฎร์ธานี (สมุย) ก็มีโอกาสเติบโตสูงมากเช่นกัน

3. ภาคเหนือยังเติบโตต่อเนื่อง แต่เนื่องจากปัญหาเรื่องฝุ่นควัน ก็อาจทำให้การเติบโตช้ากว่าปกติ

4. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือการเติบโตค่อนข้างช้า ยกเว้นจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็น เมืองหลวง ของภาคนี้ที่ยังเติบโตมากกว่าจังหวัดอื่นมาก

5. เมืองชายแดน เช่น แม่สาย แม่สอด หนองคาย มุกดาหาร สระแก้ว ก็ยังเติบโตไม่มาก โครงการพัฒนาเมืองชายแดนยังไม่มีผลมากนัก การลงทุนก็น้อย

โอกาสที่เมืองท่องเที่ยวโดยเฉพาะภูเก็ต สมุย พัทยา ชะอำ-หัวหิน จะมีการพัฒนาที่อยู่อาศัยและเติบโตมากกว่าจังหวัดภูมิภาคอื่น ๆ เพราะอานิสงส์จากการท่องเที่ยวนั่นเอง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...