โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ช้างพระเศวตฯ” ช้างเผือกคู่พระบารมีเพียงหนึ่งเดียว ล้มหลังรัชกาลที่ 7 สวรรคตได้ไม่นาน

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 13 มี.ค. 2568 เวลา 11.15 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. 2568 เวลา 05.30 น.
“พระเศวตคชเดชน์ดิลก” ช้างเผือกในรัชกาลที่ 7 (ภาพ : Wikimedia Commons)

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 มีช้างสำคัญคู่พระบารมีช้างเดียวคือ “ช้างพระเศวตฯ” หรือ พระเศวตคชเดชน์ดิลกขึ้นระวางสมโภชและยืนโรง ณ โรงช้างต้นสวนจิตรลดาใน พ.ศ. 2470

ที่มาของช้างพระเศวตฯ นี้ เกิดขึ้นหลังเสร็จงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 7 ไม่นาน เมื่อบริษัทบอมเบย์เบอม่าส่งโทรเลขมากราบทูลว่า ช้างลากไม้ของบริษัทตกลูกออกมาเป็นสีประหลาด จึงโปรดเกล้าฯ ให้กรมคชบาลขึ้นไปดูที่เมืองเชียงใหม่

หลังกรมคชบาลไปตรวจสอบก็ได้ความว่าเป็นช้างเผือกตัวผู้ ตรงตามลักษณะคชลักษณ์ จึงโปรดให้เลี้ยงไว้ที่เมืองเชียงใหม่ก่อน เพราะหากนำมาสมโภชตามประเพณีทันที ทรงเกรงว่าลูกช้างอาจเจ็บป่วยเพราะการเดินทางไกล

เมื่อรัชกาลที่ 7 เสด็จพระราชดำเนินเลียบมณฑลพายัพ พ.ศ. 2469 ลูกช้างเผือกมีอายุราว 1 ปีแล้ว ขณะเสด็จไปทอดพระเนตรช้างคู่บารมีนั้น ลูกช้างก็ตรงมาหารัชกาลที่ 7 แล้วยกงวงขึ้นแตะหัวเป็นลักษณะการไหว้ ปีต่อมาพระองค์จึงโปรดให้นำมาสมโภชขึ้นระวางเป็นช้างพระที่นั่งที่กรุงเทพฯ พระราชทานนามว่า พระเศวตคชเดชน์ดิลก

วันหนึ่ง ได้เกิดลางร้ายแก่ช้างพระเศวตฯ แล้วยังสอดคล้องกับความเป็นไปของบ้านเมืองในช่วงเวลานั้นอย่างน่าประหลาด หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุลบันทึกไว้ว่า

“ถึงคืนวันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ พระเศวตคชเดชน์ดิลกไม่ยอมนอน ร้องครวญครางอยู่ตลอดคืน, จนคนเลี้ยงมาแต่เกิดก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร

พอรุ่งเช้าก็พอดีเอะอะเรื่องเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันที่ ๒๔ ในสถานที่ใกล้ ๆ โรงช้างนั่นเอง”

สายสัมพันธ์บางอย่างระหว่างรัชกาลที่ 7 กับช้างสำคัญคู่พระบารมียังเชื่อมโยงถึงกัน แม้พระองค์จะสละราชสมบัติ และเสด็จฯ ไปประทับที่อังกฤษกระทั่งเสด็จสวรรคตที่นั่น ดังที่หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัยเล่าว่า

“ต่อมาพระเศวตฯ โตขึ้นมีงา ๆ คู่นี้ก็แปลกที่เกิดงอกออกไปไขว้กัน

วันหนึ่งใกล้ ๆ เวลาที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จสวรรคตในเมืองอังกฤษ ทางนี้พระเศวตฯ เกิดยกงวงขึ้นไปติดอยู่บนงาแล้วเอาลงไม่ได้, เจ็บปวดครวญครางอยู่หลายวัน, ลงท้ายไม่มีทางจะแก้ไขอย่างอื่นได้ นอกจากเลื่อยเอางาออกทั้ง ๒ ข้าง, จึงกลายเป็นข้างทุพลภาพและอยู่ได้มาอีกปีเศษก็ตาย

จะเรียกว่าเผอิญก็แปลกอยู่”

สมัยก่อนเชื่อกันว่า หากช้างสำคัญในรัชกาลล้ม (ตาย) เป็นเรื่องไม่มงคล ดังจะพบบันทึก “ช้างล้ม” ก่อนหรือหลังการสวรรคตของพระเจ้าแผ่นดินในอดีตบางพระองค์จากพงศาวดารหลาย ๆ ฉบับ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์. (2537).ช้างไทย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : มติชน.

พูนพิศมัย ดิศกุล, ม.จ. (2551). สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น ประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 มีนาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ช้างพระเศวตฯ” ช้างเผือกคู่พระบารมีเพียงหนึ่งเดียว ล้มหลังรัชกาลที่ 7 สวรรคตได้ไม่นาน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...