โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

แก๊งลักลอบขนแรงงานกัมพูชาเข้าประเทศ ใช้ "รถโรงเรียน" ตบตาจนท. แต่ไม่รอด ถูกสกัดจับ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 14 พ.ย. 2564 เวลา 07.04 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2564 เวลา 07.04 น.

แก๊งลักลอบขนแรงงานกัมพูชาเข้าประเทศ ใช้ “รถโรงเรียน” ตบตาเจ้าหน้าที่ แต่ไม่รอด ถูกสกัดจับ

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อมฤต บุญสุยา ผบ.กองกำลังบูรพา สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารประจำกองกำลังชายแดนเข้มงวดกวดขันปัญหาการลักลอบเข้าเมืองและการนำสิ่งของผิดกฎหมายเข้า-ออก บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในช่วงสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 โดยขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน กองร้อย ฉก.ตชด.4 ภายใต้อำนวยการของ พ.ต.ท.จิรวัฒน์ รางสาตร์ ผบ.ร้อย ตชด.126/ผบ.ร้อย ฉก.ตชด.4, ร.ต.ท.สมบูรณ์ โพร้งวงษ์ ผบ.มว.ตชด.1261 พร้อมกำลังพล 2 นาย ร่วมกับ ตำรวจ สภ.โคกสูง, ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว และเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ตาพระยา กองกำลังบูรพา ออกลาดตระเวนและเฝ้าซุ่มตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ ได้ร่วมกันจับกุม นายสำฤทธิ์ บัวผัน อายุ 47 ปี ที่อยู่ 205 ม. 02 ต.โคกสูง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ,นางสาวรัสมี คำสิงห์ อายุ 49 ปี ที่อยู่ 6 ม.5 ต.โคกสูง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว คนไทยผู้นำพา 2 ราย และแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาอีก 7 ราย เป็นชาย 4 ราย หญิง 3 ราย โดยใช้รถตู้ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น HIACE DIESEL COMMUTER สีเทาหมายเลขทะเบียน นข-3462 สระแก้ว ด้านหน้าติดป้าย “รถโรงเรียน” จำนวน 1 คัน ถอดเบาะออกและให้แรงงานนอนมาภายในรถเต็มคัน ถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับได้ที่ถนนธนะวิถี ช่วงโคกสูง-อรัญประเทศ ม.14 ต.หนองม่วง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว จึงควบคุมตัวมาสอบสวน

ทั้งนี้ จากการสอบสวน ทราบว่า ขบวนการลักลอบนำพาชาวกัมพูชาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายดังกล่าว ซึ่งชาวกัมพูชาทั้งหมด ยอมรับว่า ได้เดินเท้าเข้ามาจากประเทศกัมพูชาทางช่องทางธรรมชาติ บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เพื่อมารอขึ้นรถที่กระท่อม นางหนูแดงหรือนัย ภู่รับ บริเวณท้ายหมู่บ้านกุดผือ ม.4 ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว โดยเสียเงินค่าเดินทางให้กับนายหน้าที่ปลายทางคนละ 5,000 บาท และยอมรับว่า เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจริง ไม่มีผู้ใดมีเอกสารแสดงการเข้ามาในราชอาณาจักร ส่วนนายสำฤทธิ์ฯ และนางสาวรัสมีฯ ผู้นำพา ให้การว่า ตนได้รับว่าจ้าง จากนางหนูแดงหรือนัย ภู่รับ ให้ไปรับชาวกัมพูชาที่บริเวณกระท่อมท้ายหมู่บ้านกุดผือ ม.4 ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง ให้ไปส่งที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี และกรุงเทพฯ ในราคาหัวละ 500 บาทต่อคน เพื่อไปทำงานที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่จึงแจ้งหากับคนไทยผู้นำพา 2 คน ข้อหากระทำผิดฐาน “ช่วยเหลือด้วยประการใดๆอันตนรู้ว่าเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตให้พ้นจากการจับกุม” ส่วนชาวกัมพูชาทั้ง 7 คน ถูกตั้งข้อหา กระทำผิดฐาน“เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” และแจ้งผู้ถูกจับที่ 1-9 ถูกแจ้งข้อหา กระทำผิดฐาน “ร่วมกันมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการ แพร่เชื้อโรคตามข้อกำหนดในมาตรา 9 ฉบับที่ 1 ข้อ 5 แห่ง พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548”

หลังจากนั้น ผ่านไปเพียง 2 ชม.เศษ เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าว ได้ร่วมกันจับกุม นายวีระ ดวงพร อายุ 40 ปี ที่อยู่ 47/1 ม.6 ต.ขอนแตก อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ผู้นำพาคนไทย พร้อมรถยนต์ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นพรีรันเนอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียน 1ฒว-4558 กรุงเทพฯ จำนวน 1 คัน ขณะบรรทุกแรงงานกัมพูชามาด้วย จำนวน 8 ราย เป็นชาย 4 ราย หญิง 4 ราย ที่บริเวณกระท่อมท้ายหมู่บ้านกุดผือ ม.4 ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นกระท่อมของ นางหนูแดง หรือนัย ภู่รับ เช่นกัน ขณะเตรียมขนแรงงานกัมพูชาอีกคันเข้าพื้นที่ชั้นใน จากการสอบถามชาวกัมพูชาทั้งหมด ให้การว่า พวกตนเดินเท้าเข้ามาจากประเทศกัมพูชาทางช่องทางธรรมชาติบ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เพื่อมารอขึ้นรถไปทำงานกรุงเทพฯ จ่ายค่าเดินทางให้กับนายหน้าคนละ 3,500 บาท จากการตรวจสอบไม่มีผู้ใดมีเอกสารแสดงการเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ซึ่งนายวีระฯ ให้การรับสารภาพว่า ตนมาเพื่อรอรับชาวกัมพูชาเพื่อไปส่งที่กรุงเทพฯ โดยจะเดินทางในช่วงเช้า ได้ค่าจ้างจาก นายเชน นายหน้าชาวกัมพูชา ประมาณครั้งละ 10,000 บาท แต่มาถูกจับเสียก่อน

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองโรคโควิด19 แล้ว ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.โคกสูง ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยคนไทยผู้นำพา ถูกแจ้งข้อกล่าวหา กระทำผิดฐาน “ช่วยเหลือด้วยประการใดๆ อันตนรู้ว่าเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตให้พ้นจากการจับกุม” ส่วนชาวกัมพูชาอีก 8 คน ถูกแจ้งข้อหา กระทำผิดฐาน“เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” และทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา กระทำผิดฐาน “มั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการ แพร่เชื้อโรคตามข้อกำหนดในมาตรา 9 ฉบับที่ 1 ข้อ 5 แห่ง พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548” ด้วยเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...