โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รู้จักอาชีพ สัปเหร่อ รายได้ไม่ธรรมดา ทั้งในไทยและต่างประเทศ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 28 ต.ค. 2566 เวลา 01.43 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
รู้จักอาชีพ สัปเหร่อ รายได้ไม่ธรรมดา ทั้งในไทยและต่างประเทศ

กระแสความนิยมของภาพยนตร์ "สัปเหร่อ" หนึ่งในจักรวาลไทยบ้านเดอะซีรีส์ของ "ธิติ ศรีนวล" ทำให้หลายฝ่ายจับตาไปที่รายได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าจะสร้างสถิติใหม่ในวงการหนังไทยหรือไม่ อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นประเด็นน่าสนใจคือ เมื่อพูดถึงสัปเหร่อ ไม่เพียงแต่ตัวละครอย่าง "เจิด" ที่รู้สึกขนพองสยองเกล้า เมื่อทราบว่าจะต้องมาช่วยงานพ่อที่เป็นสัปเหร่อเท่านั้น คนทั่ว ๆ ไปก็คงมีความรู้สึกไม่ต่างกัน แต่คุณทราบหรือไม่ว่า "สัปเหร่อ" ถือว่าเป็นอาชีพที่เก่าแก่ที่สุดอาชีพหนึ่ง อาชีพนี้มีเรื่องราวที่น่าสนใจหลายอย่าง บีบีซีรวมรวมมาเล่าให้ฟัง

รายได้ของอาชีพสัปเหร่อ ในต่างประเทศ สัปเหร่อ ถูกเรียกด้วยคำที่หลากหลาย บ้างก็เรียกว่า undertaker บ้างก็เรียกว่า funeral director แต่การจัดงานศพในต่างประเทศ โดยเฉพาะในชาติตะวันตก มีลักษณะเป็น บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการจัดการศพแบบครบวงจร ตั้งแต่งานเอกสาร จัดเตรียมสถานที่ เตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายในการเผาหรือฝังศพ ครอบครัวของผู้วายชนม์อาจจะมีหน้าที่เพียงจ่ายเงินค่าบริการ แล้วก็เตรียมตัวร่วมงานเท่านั้น โดยแทบไม่ต้องดำเนินการใด ๆ ด้วยตัวเอง

แม้ว่าจะเป็นงานที่ดูแปลกและไม่น่าพึ่งประสงค์ เพราะต้องจัดการกับร่างผู้เสียชีวิต แต่งานสัปเหร่อถือว่าเป็นงานที่มีรายได้ไม่น้อยในต่างประเทศ ข้อมูลจากเว็บไซต์บริการอาชีพแห่งชาติของอังกฤษ National Careers Service ได้ให้ข้อมูลว่า สัปเหร่อมีรายได้ระหว่าง 20,000-27,000 ปอนด์ ต่อปี หรือราว 8.7 แสน - 1.1 ล้านบาทต่อปี

เว็บไซต์สื่อแคนาดาอย่าง เดอะ โกลบ แอนด์ เมล์ เคยรายงานเมื่อปี 2014 ว่า งานบริการงานศพ มีรายได้ราว 45,000-50,000 ดอลลาร์แคนาดา หรือราว 1.1-1.3 ล้านบาทต่อปี แต่หากเป็นผู้มีประสบการณ์จะได้รับรายได้สูงกว่านี้ ส่วนในไทย รายได้ของสัปเหร่ออาจจะไม่มากนัก ข้อมูลที่ปรากฏตามสื่อมวลชนที่เคยรายงานข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ระบุว่า สัปเหร่อชาวไทยจะมีรายได้แบบต่อครั้ง เนื่องจากมีลักษณะรับจ้างเป็นครั้งคราว มากกว่าที่จะเป็นรูปแบบองค์กร โดยราคาค่าบริการต่อครั้งจะอยู่ที่ราว 1,000-1,300 บาท นอกจากสัปเหร่อรูปแบบดั้งเดิมแบบที่ปฏิธารทำแล้ว ในไทยยังมีธุรกิจจัดการงานศพแบบมืออาชีพเหมือนกับในต่างประเทศ แต่ส่วนมากจะเป็นบริการสำหรับผู้มีรายได้สูง รวมทั้งชาวต่างชาติที่พักอาศัยในประเทศไทย

อะไรคือสิ่งที่ต้องแลกมา กับการทำหน้าที่สัปเหร่อ สัปเหร่อเป็นอาชีพที่ต้องอยู่กับการจากลา ความโศกเศร้า และคราบน้ำตาของครอบครัวผู้วายชนม์อยู่ทุกวัน ซึ่งอาจจะไม่ใช่สิ่งที่จรรโลงใจนัก ดังนั้น ผู้ที่จะมาทำอาชีพนี้จึงต้องเตรียมความพร้อมและแลกบางสิ่งบางอย่างไปเพื่อมาประกอบอาชีพนี้ด้วย

ที่มาของสัปเหร่อในไทย "ผู้ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการศพตั้งแต่ทำพิธีมัดตราสัง จนกระทั่งนำศพไปฝังหรือเผา" คือความหมายของคำว่า "สัปเหร่อ" ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 อาชีพนี้ถือว่าผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทยมาตั้งแต่อดีต รวมทั้งยังเป็นอาชีพที่เคียงคู่วัฒนธรรมไทยมาอย่างยาวนาน แต่ในปัจจุบันต้องนับว่าสัปเหร่อเป็นอาชีพที่ขาดแคลนมากขึ้นเพราะมีคนสนใจประกอบอาชีพนี้น้อยลง

ปดิวลดา บวรศักดิ์ เขียนอธิบายที่มาของคำ ๆ นี้ ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรมที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 18 ต.ค. โดยสันนิษฐานตามหนังสือ “ประเพณีเนื่องในการตาย” ของ เสฐียรโกเศศ (พระยาอนุมานราชธน) ว่าน่าจะมีรากศัพท์จากภาษาเขมรที่รับมาจากภาษาบาลีมา คือคำว่า "สัปเรอ" ต่อมายังมีบันทึกปรากฏในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ระบุถึงผู้ที่ทำหน้าที่ปลงศพและจัดการความสยดสยองของบุคคลที่สิ้นลมหายใจให้เป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น ซึ่งรวมถึงศพของคนไร้บ้าน แม้ว่าจะไม่ระบุที่มาของคำ แต่ในครั้งนั้น "สัปเหร่อ" ถูกกล่าวถึงด้วยคำว่า "ขุนกะเฬวราก" หรือบางก็ว่า "นายป่าช้า" ต่อมาอาชีพสัปเหร่อได้รับการจัดที่จัดทางเป็นกิจลักษณะมากขึ้นภายหลังจากทางการในสมัยที่ยังคงเป็นสยาม ได้ประกาศใช้ "กฎหมายเสนาบดีกระทรวงนครบาลว่าด้วยป่าช้าแลนายป่าช้า" เมื่อ พ.ศ. 2460 หรือ ราว 100 กว่าปีที่แล้ว จึงมีผลให้ "นายป่าช้า" มีหน้าที่จัดการเกี่ยวกับศพอย่างเป็นทางการ

ขอบคุณ ข้อมูลจาก bbc.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...