โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สาวเผยเบื้องหลัง พ่อช่วยเขียนป้ายประท้วง รวมพลังคนสองรุ่น ต้านเผด็จการ

Khaosod

อัพเดต 12 ก.พ. 2564 เวลา 05.48 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. 2564 เวลา 05.48 น.

หลังจากเกิดเหตุการณ์การรัฐประหารในประเทศเมียนมาไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา จนนำมาสู่การชุมนุมของชาวเมียนมาทั่วประเทศ ตั้งแต่การอารยะขัดขืน จนถึงการออกมาร่วมเดินขบวนประท้วง เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริง

อาจเป็นรูปภาพของ 3 คน, ผู้คนกำลังยืน, ผู้คนกำลังนั่ง และกลางแจ้ง

หนึ่งในนั้นก็มี Mi Cho Hset สาวชาวเมียนมา ที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร และต้องการที่จะเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ชุมที่ออกไปท้วงร่วมกับเพื่อนร่วมอาชีพ และชาวเมียนมานับแสนเธอได้โพสต์ภาพถึงเบื้องหลังก่อนที่เธอจะออกไปประท้วง

ซึ่งในภาพจะพบว่าพ่อของเธอได้สนับสนุนลูกสาวของเขาอย่างเต็มที่ ตั้งแต่การเขียนป้ายประท้วง รวมไปถึงการช่วยลูกสาวแต่งตัว โดยป้ายที่พ่อของเธอนั้นเป็นการเรียกร้องให้ชาวเมียนมาร่วมกันแสดงอารยะขัดขืนต่อต้านเผด็จการ เพื่อกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสถานภาพทางการเมือง

ภาพดังกล่าวจึงกลายเป็นไวรัลทั่วเมียนมาทันที เนื่องจากการกระทำดังกล่าวแสดงให้เห็นว่านอกจากคนรุ่นใหม่จะออกมาต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยแล้ว พวกเขาก็ได้รับการสนับสนุนจากคนรุ่นเก่าด้วยเช่นกัน เพราะคนทั้งสองรุ่นที่อาศัยอยู่ในเมียนมาก็ต่างมีอุดมการการณ์เดียวกัน และต้องการที่จะเห็นเมียนมาดีขึ้นกว่าที่เคยเป็น

เธอได้กล่าวว่าเธอนั้นจะไม่เพิกเฉยต่อการเมืองที่อยุติธรรมนี้เธอต้องการแสดงอารยะขัดขืนและยืนหยัดต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง เพื่ออนาคตของลูกหลานที่สดใส ทั้งยังเชิญชวนให้ชาวเมียนมาแสดงอารยะขัดขืน แสดงความกล้าเพื่ออนาคตของประเทศ เธอเป็นชนชั้นกลาง และเธอจะไม่ยอมอยู่ใต้ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการที่ไม่ยุติธรรม

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน, กำลังยืน, ท้องฟ้า และข้อความพูดว่า “ကပး ရုံးမတက်နဲ့ ရုန်းထွက်”

ที่มา : Mi Cho Hset

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...