ครอบครัวหญิงท้องตกแอร์พอร์ตลิงค์จ่อฟ้องค่าเสียหาย
ผู้บังคับการตำรวจรถไฟตั้งคณะพนักงานสอบสวนเหตุสาวท้องพลัดตกรางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์เสียชีวิต
วันนี้ (22 มิ.ย. 60) ครอบครัวและญาตินำศพของนางสาวรสรินทร์ เปลี่ยนหล้า อายุ 31 ปี ที่เสียชีวิตจากเหตุตกรางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์สถานีบ้านทับช้างกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดในตำบลไหล่น่าน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เมื่อวานนี้ (21 มิ.ย.) โดยพ่อแม่และสามีของนางสาวรสรินทร์เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุ แต่ยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก โดยขอจัดงานศพให้เรียบร้อยก่อนแล้วจะหารือถึงการดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายอีกครั้ง
ด้านนายใหม่ นาทุม อายุ 58 ปี ผู้ใหญ่บ้านนาสาที่เดินทางไปรับศพและเชิญดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุได้เห็นถึงความไม่ปลอดภัยของสถานีรถไฟฟ้าที่ไม่มีราวกั้น จึงอยากให้หน่วยงานให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้บริการโดยเฉพาะเด็กคนชราและหญิงตั้งครรภ์
ขณะที่ความคืบหน้าทางคดี พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้บังคับการตำรวจรถไฟเปิดเผยว่า ได้ตั้งคณะพนักงานขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เน้นการตรวจกล้องวงจรปิดตั้งแต่ผู้เสียชีวิตเข้ามาใช้บริการว่ามีความผิดปกติอย่างไร รวมทั้งตรวจสอบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยว่ากระทำการประมาทหรือไม่ เบื้องต้น ได้สอบปากคำพยานไปแล้ว 6 ปากได้แก่ สามีผู้เสียชีวิต,เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 3คน,พยาน 1 คน,คนขับรถไฟฟ้าอีก 1 คน และจะเรียกผู้เชี่ยวชาญกับผู้ดูแลระบบมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกด้วย
ด้าน นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตว่า ได้สั่งการให้ สปส.กรุงเทพมหานครเขต4 ตรวจสอบว่าทายาทผู้เสียชีวิตมีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากกองทุนประกันสังคมหรือไม่ ซึ่งจะได้รับเงินค่าทำศพ 40,000 บาท เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต30,000 บาท และเงินชราภาพอีก 78,549 บาท รวมทั้งสิ้น 148,549 บาท ซึ่ง สปส.จะเร่งประสานให้ทายาทผู้ประกันตนที่เสียชีวิตติดต่อรับผลประโยชน์ที่ สปส.สาขาสะดวกที่สุด