โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

5 วิธีการวัดความสำเร็จของการทำ Content Marketing

Marketing Oops

อัพเดต 25 มี.ค. 2561 เวลา 01.16 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. 2561 เวลา 10.00 น. • Molek

การจะทำการตลาดใด ๆ ในยุคนี้ สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือการที่ต้องวัดผลของการกระทำนั้น ๆ ได้ว่าทำแล้วดีหรือไม่ แล้วมีอะไรที่ต้องปรับปรุง หรือถึงเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่  ซึ่งการทำ Content Marketing ก็เช่นกันว่า เมื่อทำ Content ออกไปแล้วก็ต้องมีการวัดผลออกมาว่า Content นั้นให้ประสิทธิภาพอย่างไรในการทำงาน ส่งผลกลับมาในแง่ของเป้าหมายทางการตลาดแค่ไหน

การวัดผลนั้นมีตั้งแต่การวัดเชิง Vanity Metric ที่ให้คุณรู้ค่าที่ทำให้คุณอุ่นใจในตัวเลข แต่ตัวเลขไม่รู้เอาไปใช้อะไรต่อได้ หรือไม่รู้ว่ามันมีค่าต่อธุรกิจต่อไปอย่างไร ไม่ว่าจะเป็น Like, Followers หรืออื่น ๆ มาถึงค่าของ Engagement Metric ตัวอย่างเช่น Share, Comment และสุดท้ายค่า Metric ที่ส่งผลต่อธุรกิจขึ้นมาไม่ว่าจะเป็น ยอดขาย หรืออื่น ๆ ขึ้นมา ทั้งนี้การทำ Content Marketing ก็เช่นกัน โดยเฉพาะการทำ Branded Content ที่ออกมาจากแบรนด์เอง ที่ต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ในการสร้างเนื้องานขึ้นมา ต้องมีการวัดผลเพื่อที่จะเอาไปปรับปรุงการทำงานต่อไป ทั้งนี้การวัดผลต่าง ๆ ในแบบเชิงลึกกว่าค่าทั่ว ๆ ไป จึงมีความจำเป็นอย่างมากที่จะทำให้รู้ว่าสิ่งที่ทำมาให้ผลอย่างไร ซึ่งนี้คือ 5 วิธีการวัด Content Marketing ของคุณในเชิงลึกว่าประสบความสำเร็จแค่ไหนออกมา

1. Content Performance : ประสิทธิภาพของ Content ที่ทำขึ้นนั้นจะอิงกับ Content ชิ้นนั้น ๆ ที่ทำว่าให้คุณค่าต่อคนอ่านมากเท่าไหร่ บน Platform ที่ปล่อยออกไป ทั้งนี้ตัว Platform นั้นจะรายงานค่าต่าง ๆ มากมาย แต่หลาย ๆ คนจะสนใจอยู่ที่ค่า Engagement, Reach, share แต่ในความจริงแล้ว นักการตลาดที่ทำ Content ที่ดีต้องเริ่มสนใจในค่าที่ลึกขึ้นอย่าง Complete rate หรือ Engagement ออกมาในแนวทางไหน และ share ออกไปว่าอย่างไร ซึ่งเมื่อเข้าไปดูค่าเหล่านี้ก็ลองเปลี่ยนค่าต่าง ๆ ที่ Platform ให้ออกมา มาเป็นค่าที่แปลผลง่าย ๆ

Digital-Marketing-Framework

ตัวอย่างเช่น การให้เกรด Content ที่ทำ และ What’s next จะช่วยทำให้รู้ได้ว่า Content ที่ทำให้เป็นอย่างไร เช่น C คือปานกลาง A คือดีมาก F คือสอบตก พร้อมให้รายละเอียดว่า ทำไมถึงได้ค่านี้และจะปรับปรุงหรือใช้ประโยชน์ต่อจากการวัดผลนี้ได้อย่างไร

2. Audience Feedback : สิ่งที่น่าสนใจของการทำ Content บน Digital นั้นคือการสามารถรับ Feedback ต่าง ๆ ได้อย่างทันทีเลย และมีความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา ความเห็นเหล่านี้ ถ้าเอามารวบรวมกันเป็นค่าต่าง ๆ ที่ใช้ในการวัดแล้ว จะพบว่าเนื้อหาที่ทำนั้นสะท้อนถึงความเห็นต่าง ๆ อย่างไร และความคิดเห็นเหล่านั้นตกกลับมายังที่แบรนด์หรือสินค้าหรือไม่ ซึ่งถ้าไม่ได้ก่อให้เกิดความสนใจในแบรนด์และสินค้าเลย อาจจะไม่ได้ประโยชน์ในการทำ Content นั้นเลยก็ได้

customer-feedback-survey-email-e1502984774927

นักการตลาดควรมีเครื่องมือในการเก็บความคิดเห็นต่าง ๆ เหล่านี้เอาไว้ และเอาความคิดเห็นเหล่านี้มาวิเคราะห์ว่าทำไมเนื้อหาถึงได้ก่อให้เกิด comment ที่ได้รับความเห็นเหล่านี้ เพื่อเอามาใช้เป็นบทเรียนต่อไป

3. Production Values : ไม่ว่าจะวิทยาศาสตร์หรือวางแผนมาดีแค่ไหน สุดท้ายก็อยู่ที่วิธีการที่จะนำเสนอออกมา ซึ่งนี้เองที่ศาสตร์แห่งศิลปะจะมาช่วยในการสร้างความน่าสนใจ หรือสร้างการเล่าเรื่องที่มีคุณค่าออกมา ทั้งนี้การสร้างเนื้อหาที่สามารถส่งผลต่ออารมณ์ได้ นั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งทำให้การสร้าง Value ทางด้าน อารมณ์นั้น เป็นส่วนที่ต้องใส่ใจในการทำ Content ออกมา ว่าเนื้อหานี้กำลังจะสื่อสารให้เกิดอารมณ์แบบไหน ที่จะทำให้คนอ่านนั้นสามารถเชื่อมต่อ หรือ รู้สึกถึงสารที่กำลังสื่อสารออกมาได้ออกมา

Chart_04

การสร้างอารมณ์ทำให้ผู้อ่านนั้นสามารถจดจำ และนำไปบอกต่อหรือมีความประทับใจจนกลายมาเป็นลูกค้าได้ การรู้ว่าอารมณ์แบบไหน จะต้องใช้ตอนไหน หรือก่อให้เกิดผลอย่างไรนั้นจึงสำคัญ

4. Campaign Objectives : สิ่งหนึ่งที่ควรจะวัดได้ว่าการทำ Content นั้นดีหรือไม่ดี คือการที่รู้ได้ว่าสิ่งที่ทำนั้นตรงกับสิ่งที่ต้องการในจุดสูงสุดของการทาำการตลาดหรือไม่ หรือเป้าหมายของการทำ Content นั้นได้ถูกตอบโดยชิ้นงาน Content นั้นรึยังเช่น อยากได้ยอด lead จาก Content แต่ปรากฏว่า Content สร้างแต่ reach ไม่ได้มี lead เลย ทั้งนี้นี่ก็ผิดวัตถุประสงค์ของการทำ Content ไปอย่างมาก

objectives

5. Client Satisfaction  : การทำการตลาดนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือความพึงพอใจของลูกค้า ดังนั้นการวัดว่าเนื้อหาที่ทำออกไปนั้น ก่อให้เกิดประสบการณ์ที่ดีมากแค่ไหนในแต่ละ consumer journey จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก การเข้าไปวัดประสบการณ์และความพึงพอใจเหล่านี้จะช่วยทำให้นักการตลาดสามารถมีบทเรียนหรือสามารถสร้างลูกค้าได้ง่ายขึ้นอย่างมาก

customer-ex1

ลองดูเนือ้หาที่ทำออกมาว่าให้ประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้าหรือไม่ หรือตอบสิ่งที่ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายกำลังหาอยู่รึเปล่า เพื่อให้ Content นั้นแสดงประสิทธิภาพสูงสุดออกมา

อ่านบทความทั้งหมด ที่ MarketingOops.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...