โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สิ้นลม เซียนอู๋ ตำนานนัก "ต่อสู้" วงการมวย ป่วย มะเร็งตับ นานกว่า 14 ปี

Khaosod

อัพเดต 29 ก.ย 2563 เวลา 09.51 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2563 เวลา 09.51 น.

สิ้นตำนานเซียนวิจารณ์มวยมือหนึ่งเมืองไทย "เซียนอู๋ ข่าวสด" งักอู๋ แซ่ลิ้ม ด้วยโรคมะเร็งตับหลังป่วยมายาวนานกว่า 14 ปี ก่อนสิ้นลมอย่างสงบ กำหนดฌาปนกิจ วัดเสมียนนารี วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 63 เวลาหกโมงเย็น

"เซียนอู๋ ข่าวสด" นายงักอู๋ แซ่ลิ้ม นักวิจารณ์มวยชื่อดังหนังสือพิมพ์ ข่าวสด ดีกรีระดับแชมเปี้ยนประเทศไทย 5 สมัย ผู้ไต่เต้าขึ้นมาจากศูนย์ แต่ส่งเสียทายาทจบการศึกษาปริญญาทุกคน สร้างฐานะจนกลายเป็นเศรษฐีย่อมๆ เจ้าของรายการมวยทางโทรทัศน์ ที่สำคัญยังเคยทำรายได้จาก "มวยหู" ยุคเฟื่องฟูตกเดือนละเกือบล้านบาท

เซียนอู๋ เกิดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2488 มีพี่น้องรวมทั้งสิ้น 5 คนเป็นบุตรคนสุดท้อง เชื้อสายจีนเกิดย่านตลาดพลู กรุงเทพ กำพร้าบิดาตั้งแต่อายุได้เพียงขวบเดียว มีมารดาเลี้ยงดูลูกๆตามลำพังมาตั้งแต่เด็ก จบการศึกษาชั้น ป.4 ใช้ชีวิตต่อสู้ปากกัดตีนถีบมาตั้งแต่เยาว์วัย รับจ้างขายของสารพัด รวมทั้งรวมตัวกับเพื่อนๆตั้งคณะเชิดสิงโต "เพชรน้อย" ที่มีอายุน้อยเพียงแค่ 7-8 ขวบ ตระเวณรับจ้างตามงานมหสพทั่วไปในย่านนั้น

เมื่อเติบโตขึ้น เซียนอู๋ เป็นนักพนันตัวยงที่มีความจำเป็นเลิศ เข้าดูมวยเล่นได้เสียและได้เขียนวิจารณ์มวยลงในหนังสือมวย "นักชก 10 ทิศ" จากนั้นได้รับเชิญไปร่วมแข่งขัน เซียนมวยวิจารณ์ของเวทีมวยราชดำเนิน เวทีมาตรฐานของเมืองไทย ซึ่งจัดแข่งขันเป็นรายปี มีการนับคะแนนวิจารณ์ถูกผิดจากการแข่งขันทุกนัด จนเซียนอู๋ชนะเลิศได้แชมป์ประจำปี ซึ่งยกระดับเป็น "แชมป์นักวิจารณ์มวยของประเทศไทยถึง 5 สมัย"

สร้างชื่อเสียง ได้เครดิตเป็นที่แพร่หลาย ทำรายได้มากมาย จนสามารถส่งเสียลูกๆชายหญิงรวม 4 คน จนจบการศึกษาระดับปริญญาโทสองคน และปริญญาตรีอีกสองคน ซึ่งลูกๆสามารถใช้วิชาที่ร่ำเรียนกลับมาช่วยพ่อตนเอง เก็บรวบรวมเป็นข้อมูลใส่คอมพิวเตอร์แล้วต่อยอดพิมพ์ออกมา จำหน่ายเป็นใบวิจารณ์มวยขายหน้าเวทีในแต่ละวันถือเป็นรายแรกๆของเมืองไทย

"โอ๋ เซียนอู๋" นายนฤชัย แซ่ลิ้ม ลูกชายเพียงคนเดียวของเซียนอู๋หนึ่งในสี่ทายาท กล่าวถึงบิดาตนเองว่า "ในช่วงยุคทองของวงการมวยเมืองไทยเมื่อยี่สิบปีที่ผ่านมา ยุคที่มวยหู 1900 เริ่มเจริญเติบโตแพร่หลาย มีการส่งซิกราคาต่อรองทางโทรศัพท์มือถือให้แก่สมาชิก ถือเป็นรายแรกๆของเมืองไทย สมัยนั้นสามารถทำรายได้สูงถึงเดือนละ 7-8 แสนบาทเลยทีเดียว สร้างฐานะให้ครอบครัว จนป๋าสามารถทำเงิน มาจัดรายการทีวีวิจารณ์มวยเป็นของตัวเอง ทางช่อง ไทยทีวี และช่อง 8 ซึ่งยุคนั้นสามารถซื้อ รถโมบาย(ถ่ายทอดสด) ราคากว่า 2 ล้านบาทเป็นของตนเองได้ด้วย เพียงแต่จัดได้เพียงครึ่งปีก็ยกเลิกไป"

จากความเชื่อถือของลูกค้าแฟนมวย เซียนอู๋ ยังได้ทำหน้าที่ นักวิจารณ์มวยไทยให้กับ หนังสือพิมพ์ ดาวสยาม สยามกีฬา ฯลฯ และ ข่าวสด เป็นระยะเวลายาวนานมากว่า 20 ปีอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น เซียนอู๋ ยังเป็นประธานชมรม "เพื่อน 19" ซึ่งเป็นการรวมตัวของคนวงการมวย ทั้งนักมวยเก่า นักข่าว โปรโมเตอร์ ไปจนถึง เซียนมวย รวบรวมเงินชมรม รวมทั้งเงินส่วนตัวช่วยเหลือบรรดาสมาชิกบุคคลที่เจ็บป่วยและเสียชีวิต โดยเป็นประธานชมรมฯมานานตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ.2539 ก่อนจะวางมือไปเมื่อราวๆห้าปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาสุขภาพและภายหลังเกิดชมรมฯมวยต่างๆขึ้นมากมายอีกด้วย

กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 09.25 น. เช้าวันอังคารที่ 29 กันยายน 2563 นายงักอู๋ แซ่ลิ้ม จึงถึงแก่กรรม ที่หมู่บ้านเมืองเอก รังสิต จ.ปทุมธานี ด้วยวัย 75 ปี หลังป่วยด้วยโรคมะเร็งตับมานานถึง 14 ปี จนถึงการรักษาระยะสุดท้าย แพทย์โรงพยาบาลรามาจึงแนะนำให้กลับมาพักที่บ้าน

และล่าสุดต้องนอนติดเตียงมาแล้ว 7 วัน ก่อนจะสิ้นลมจากไปอย่างสงบต่อหน้าครอบครัวอันเป็นที่รักของตนเอง ทิ้งไว้เพียงเรื่องราวตำนานของ ชายธรรมดาสู้ชีวิตคนหนึ่ง ที่เจ้าตัวมักบอกต่อใครว่า "ชีวิตของเขานั้นเริ่มต้นขึ้นมาจากศูนย์ ที่ไม่มีอะไรสักอย่าง แต่สายลมแห่งโชคชะตานั้นพลิกผัน จากคนยากจนย่านตลาดพลู จนกลายเป็นเศรษฐีย่อยๆ ที่ทำรายได้จากธุรกิจหมัดมวย และกลายมาเป็น เซียนมวยอันดับ 1 ของเมืองไทย"

กำหนดสวดพระอภิธรรม
นายงักอู๋ แซ่ลิ้ม (เซียนอู๋)
วัดเสมียนนารี เขตจตุจักร กทม. ศาลา 6
รดน้ำศพ วันอังคารที่ 29 กันยายน 2563 เวลา 17.00 น.
สวดพระอภิธรรม เวลา 18.00 น. ตั้งแต่ถึงวันเสาร์ที่ 3 ต.ค.63
(เว้นงดสวด วันศุกร์ที่ 2 ต.ค.)
ฌาปนกิจ วันอาทิตย์ที่ 4 ต.ค.63 เวลา 17.00 น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...