โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ชูธีม “Multi Asset”...เน้นจัดพอร์ตกระจายเสี่ยงเลี่ยงผันผวน!!!

Wealthy Thai

อัพเดต 14 ก.ย 2563 เวลา 09.03 น. • เผยแพร่ 14 ก.ย 2563 เวลา 09.03 น. • wealthythai
ในช่วง “วิกฤติ COVID-19” ส่งผลกระทบในวงกว้างรวมถึงอุตสาหกรรมกองทุนด้วยเช่นกัน ซึ่งสินทรัพย์มีการปรับตัวลดลงในภาพรวม

ในช่วง “วิกฤติ COVID-19” ส่งผลกระทบในวงกว้างรวมถึงอุตสาหกรรมกองทุนด้วยเช่นกัน ซึ่งสินทรัพย์มีการปรับตัวลดลงในภาพรวม

           

อย่างไรก็ตาม สำหรับ “บลจ.กสิกรไทย” ยังคงมีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเป็น ‘บวก’ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบริษัทได้เป็นอย่างดี

           

ซึ่งไม่ใช่ทุกบลจ.ในภาวะเช่นนี้ จะมีเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิ ซึ่งทางบริษัทเองมั่นใจว่าจะสามารถรักษาการเติบโตในปีนี้ไว้ได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมแน่นอน

           

วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับ ‘บลจ.กสิกรไทย’ มาฝากกัน

 

                     

         

 

“ตลาดกองทุน”…ยังเปิดกว้างสำหรับการมาของกลุ่มทุนใหม่

         

“วศิน วณิชย์วรนันต์” ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย จำกัด มองว่า ในช่วงที่ผ่านมาสินทรัพย์สุทธิของอุตสาหกรรมกองทุนในภาพรวมปรับตัวลดลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นผลจากวิกฤติ ‘COVID-19’ โดยลดลงประมาณ 5 แสนล้านบาท ในจำนวนนั้นประมาณ 3 แสนล้านบาท มาจากการหายไปของการปิด 4 กองทุน ของบางบลจ. ในส่วนของธุรกิจ ‘กองทุนส่วนบุคคล’ ก็มีเงินบางส่วนที่ถูกถอนเงินกลับไป ด้าน ‘กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ’ เองนั้น ก็มีบริษัทและลูกจ้างบางส่วนที่ไม่สามารถนำส่งเงินได้ แต่หลังวิกฤติ ‘COVID-19’ เม็ดเงินลงทุนเริ่มไหลกลับเข้ามาในธุรกิจกองทุนอีกครั้ง จึงเป็นการสะดุดเพียงชั่วคราวเท่านั้น ความน่าสนใจของธุรกิจกองทุนยังคงมีอยู่และหลังจากนี้น่าจะมีเม็ดเงินลงทุนไหลกลับเข้ามาอีก

 

 

    

 

“หลังจากนี้ธุรกิจกองทุนจากนี้ น่าจะมีการเจาะตลาดใหม่มากขึ้น มี ‘ผู้เล่นใหม่’ มากขึ้นจากบลจ.กลุ่มประกัน ซึ่งจะมีช่องทางการเจาะตลาดในกลุ่มใหม่ เช่น ตัวแทนขาย Unit Link, Fintech รวมทั้งการยกร่างพ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับ ซึ่งยังมีความจำเป็นอยู่ จะเป็นปัจจัยผลักดันให้ธุรกิจกองทุนเติบโตได้”

 

การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจากสถานการณ์ ‘COVID -19’ ในช่วงที่ผ่านมาว่ามีลักษณะการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะเดียวกันความผันผวนของตลาดเงินตลาดทุนในระยะสั้นยังคงมีอยู่ ประกอบกับผู้ลงทุนยังมีความกังวลต่อสถานการณ์จึงเลือกถือครองกองทุนตราสารหนี้เป็นส่วนใหญ่ ทำให้ได้รับผลตอบแทนอย่างจำกัด อย่างไรก็ดี คาดการณ์ว่าไทยจะสามารถผลิตวัคซีน 'COVID-19’ ได้เองในปี 2022 ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้ลงทุนบริหารพอร์ตโดยการกระจายลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก (Multi Asset) ผ่านกองทุนแนะนำของบริษัท เพื่อเพิ่มโอกาสรับตอบแทนในระยะยาวภายหลังจากที่สถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย

 

ต้องตอบโจทย์การลงทุนด้วย… ‘การจัดสรรเงินลงทุน’

         

“สุรเดช เกียรติธนากร” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย จำกัด บอกว่า โครงสร้างเงินลงทุนของนักลงทุนไทยที่ให้น้ำหนักการลงทุนใน ตราสารหนี้ ค่อนข้างมาก ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป และดอกเบี้ยเงินฝากที่ต่ำ จะเป็นแรงผลักดันให้นักลงทุนต้องขยับไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่ามากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม กองทุนรวมที่ไปลงทุนต่างประเทศ (FIF)’ น่าจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นหลังจากนี้ สำหรับกลยุทธ์การจัดพอร์ตให้มีประสิทธิภาพควรกระจายลงทุนทั้งในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงและสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เพื่อสร้างผลตอบแทนในภาวะตลาดที่แตกต่างกันและช่วยลดความผันผวนได้

 

                    

สุรเดช เกียรติธนากร

 

“ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถแบ่งสัดส่วนของพอร์ตออกเป็นพอร์ตหลัก (Core Portfolio) ซึ่งแนะนำให้มีน้ำหนักมากกว่า 50% ของพอร์ต ส่วนที่เหลือเป็นพอร์ตเสริม (Satellite Portfolio) เพื่อไปหาผลตอบแทนส่วนเพิ่มให้กับพอร์ตการลงทุนของตัวเองนั่นเอง”

 

โดยบริษัทแนะนำ ‘กองทุนเปิดเค โกลบอล อินคัม (K-GINCOME)’ เป็นพอร์ตหลัก ซึ่งมีนโยบายที่เน้นกระจายสินทรัพย์หลากหลายประเภทกว่า 2,500 สินทรัพย์ทั่วโลก ผ่านกลยุทธ์การบริหารที่ยืดหยุ่นและปรับพอร์ตให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของภาวะตลาดได้

 

 

สำหรับพอร์ตเสริมขอแนะนำ 3 กองทุน ได้แก่

 

-‘กองทุนเปิดเค ไชน่า คอนโทรล โวลาติลิตี้ (K-CCTV)’ ที่เน้นลงทุนในตลาดหุ้นจีน A-Shares ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตสูง โดยกองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นติดอันดับ Top Quartile อย่างสม่ำเสมอนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน

-‘กองทุนเปิดเค พอสซิทีฟ เชนจ์ หุ้นทุน (K-CHANGE)’ ที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่มีอัตราการเติบโตสูง (Growth Stock) และสร้างผลเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยกองทุนมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 52.60% ต่อปี สามารถเอาชนะดัชนีชี้วัด MSCI ALL Country World ซึ่งอยู่ที่ 2.88% ต่อปี (ข้อมูล ณ 31 ก.ค. 20)

-‘กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ โปรแอคทีฟ (K-FIXEDPRO)’ ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีระดับ Investment Grade ทั้งไทยและต่างประเทศโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย โดยมุ่งหวังผลตอบแทนที่มากกว่ากองทุนตราสารหนี้ทั่วไป

 

ปัจจุบัน “บลจ.กสิกรไทย” มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) อยู่ที่ 1.36 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจกองทุนรวม 1.00 ล้านล้านบาท ธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 1.88 แสนล้านบาท และธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล 1.68 แสนล้านบาท ซึ่งคิดเป็นส่วนแบ่งตลาดจำแนกตามธุรกิจอยู่ที่ 21.4%, 15.5% และ 15.3% ตามลำดับ โดยยังคงครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมกองทุนรวม (ข้อมูลจาก AIMC ณ 31 ก.ค. 20)

 

สำหรับ “บลจ.กสิกรไทย” ลั่น ไม่ขอแค่ AUM เน้นคุณภาพ ประโยชน์ของ ‘ผู้ถือหน่วยลงทุน’ สำคัญ ทำธุรกิจไม่ใช่ทำฟรี เรายังมีผู้เกี่ยวข้องอีกหลายฝ่าย การเข้ามของ ‘ผู้เล่นใหม่’ เป็นเรื่องที่ดี และเราพร้อมที่จะแข่งขันเพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...