โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ไนกี้" เดิมพันความเสี่ยง แคมเปญ 30 ปี กระแทกใจคนรุ่นใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 20 ก.ย 2561 เวลา 15.00 น.
(Photo by Angela Weiss / AFP)

คอลัมน์ Market Move

ลูกค้าถือเป็นหัวใจสำคัญของทุกธุรกิจ แต่บางครั้งการพยายามเอาใจลูกค้าทุกคนอาจไม่ใช่กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเสมอไป สะท้อนจากกลยุทธ์การตลาดล่าสุดของ “ไนกี้” (Nike) ยักษ์สินค้ากีฬา

จากอเมริกา ที่ตัดสินใจดึง “โคลิน เคเปอร์นิก” นักกีฬาอเมริกันฟุตบอลผิวสี ซึ่งโด่งดังจากการเป็นผู้นำการประท้วงต่อต้านความรุนแรงต่อคนผิวสี ด้วยการคุกเข่าขณะเคารพเพลงชาติ มาเป็นนายแบบของแคมเปญฉลองครบรอบ 30 ปี

จุดกระแสทั้งต่อต้านและสนับสนุนให้ปะทุขึ้นทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา โดยฝ่ายที่ไม่พอใจออกมาทำลายสินค้าที่มีอยู่และโฟสต์ภาพ-วีดีโอลงโซเชียล พร้อมประกาศไม่เผาผีกันอีก ทำให้ราคาหุ้นตก 3.2%

ในขณะที่ฝ่ายสนับสนุนเดินหน้าช่วยซื้อสินค้าจนยอดขายบนออนไลน์ช่วงวันที่ 2-5 ก.ย. พุ่งขึ้น 27-31% ด้านสื่อ บริษัทวิจัย และนักวิเคราะห์การลงทุน ต่างไม่พลาดโอกาสเกาะกระแสเดินหน้าทำโพลสำรวจความคิดเห็น ซึ่งผลโพลที่ออกมานับว่าน่าสนใจในเชิงธุรกิจและการตลาด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แคมเปญครบรอบ 30 ปีนี้อาจเป็นความพยายามของยักษ์สินค้ากีฬาที่จะกระชับความสัมพันธ์กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นฐานลูกค้าหลัก และตัดกลุ่มอื่น ๆ ออกไป โดยอ้างผลสำรวจของบริษัทวิจัย “แฮริส” ซึ่งเก็บข้อมูลจากชาวอเมริกัน 2,026 คน

พบว่า 29% ของผู้บริโภคชายวัยรุ่น-วัยเริ่มทำงาน อายุ 18-29 ปี ที่เป็นเป้าหมายของไนกี้ และ 19% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดยืนยันว่า จะซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นอีก ในขณะที่มีเพียง 21% ของกลุ่มตัวอย่างที่ยืนยันว่า จะไม่ซื้อสินค้าไนกี้อีกต่อไปรวมถึงยังเพิ่มความพึงพอใจและเชื่อมั่นต่อแบรนด์ของกลุ่มลูกค้า

เป้าหมายให้สูงขึ้นถึง 6% เมื่อเทียบกับเมื่อ 9 เดือนก่อน จนขึ้นมาใกล้เคียงกับอาดิดาส และอันเดอร์ อาร์เมอร์ ไปในทิศทางเดียวกับโพลอื่น ๆ อาทิ เอสเอสอาร์เอส ซึ่งเก็บข้อมูลจากผู้บริโภค 1,008 คน พบว่า 37% สนับสนุนแคมเปญและคัดค้าน 41% โดยกลุ่มสนับสนุนส่วนใหญ่มีอายุ 18-44 ปี เป็นผู้มีการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยและกลุ่มชาติพันธุ์แอฟริกัน-อเมริกัน

“จอนห์ เจอซีมา” ซีอีโอของบริษัทวิจัยแฮริส โพล วิเคราะห์ว่า แคมเปญนี้เป็นกลยุทธ์ยอมเสียฐานผู้บริโภคส่วนน้อยแลกกับการมัดใจกลุ่มลูกค้าหลัก พร้อมเน้นย้ำจุดยืนของแบรนด์ให้

เด่นชัดยิ่งขึ้น ช่วยดึงดูดลูกค้าและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง เนื่องจากเจนซี (อายุ 13-22 ปี) และมิลเลนเนียล (อายุ 22-34 ปี) มีแนวโน้มชื่นชอบแบรนด์ที่เข้าไปมีส่วนร่วมกับเรื่องราวในสังคม และครั้งนี้ถือว่าผู้บริโภคทั้ง 2 กลุ่มยอมรับการตัดสินใจของไนกี้

สอดคล้องกับความเห็นของ “คามิโล ลีออน” นักวิเคราะห์การลงทุนจากบริษัทคานัคคอด ที่กล่าวว่า แคมเปญนี้นอกจากจะถูกใจกลุ่มลูกค้าหลักแล้ว ยังจะช่วยยกระดับความสัมพันธ์ของแบรนด์กับนักกีฬาดังหลายรายที่เป็นสปอนเซอร์อยู่ อาทิ “เลอบรอน เจมส์” “เซเรน่า วิลเลียมส์”

ทั้งนี้ ยังต้องรอดูผลประกอบการของไนกี้ ซึ่งมีกำหนดประกาศสู่สาธารณะช่วงปลายเดือน ก.ย.นี้ว่า แคมเปญครบรอบ 30 ปีนี้จะได้ผลดีอย่างที่บรรดานักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้หรือไม่ และจะส่งผลกับยอดขายมากน้อยแค่ไหน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...