[รีวิว] “61 Cozy Garden Bistro” ร้านน่านั่งสังสรรค์สไตล์สวน ย่านสายไหม
ชิลล์ให้สุดแล้วหยุดที่เที่ยงคืน! “61 Cozy Garden Bistro” ร้านน่านั่งสังสรรค์บรรยากาศดี พร้อมหลากหลายเมนูพิเศษให้กินกันแบบเต็มอิ่ม เคล้าดนตรีสดสุดชิลล์ทุกวัน
#วงในบอกมา
ชาวสายไหมเตรียมเฮเลยจ้า! เพราะวันนี้แพรมีร้านน่านั่งสังสรรค์ที่สามารถมาได้ทุกโอกาส แถมยังครบครันทั้งอาหาร และดนตรีสด ไม่ต้องฝ่ารถติดเข้าเมืองก็ได้ Getaway มานั่งชิลล์กลางสวนสไตล์อังกฤษแบบฟิน ๆ ซึ่งนั่นคือร้านน่านั่งสังสรรค์ “61 Cozy Garden Bistro” ร้านอาหารสายไหมนั่นเองค่ะ พร้อมแล้วก็เตรียมตัว ไปนั่งชิลล์และดื่มด่ำบรรยากาศสุดพิเศษ พร้อมอาหารรสชาติเด็ดฝีมือคุณแม่กันเลยดีกว่า :)
ร้านน่านั่งสังสรรค์ “61 Cozy Garden Bistro” ย่านสายไหมแห่งนี้ ตกแต่งด้วยคอนเซปต์สวนสไตล์อังกฤษ ก้าวเข้าร้านมาราวกับเดินอยู่ในสวน ด้วยการประดับประดาของต้นไม้นานาชนิด อีกทั้งบ่อน้ำพุขนาดใหญ่ทางด้านขวาของทางร้าน หากใครชอบนั่งตากลมแบบชิลล์ ๆ แล้วล่ะก็ จะต้องหลงรักร้านนั่งชิลล์แห่งนี้แน่ ๆ เพราะร้านเป็นโซน Outdoor ทั้งหมด แต่ไม่ต้องกังวลในช่วงฤดูฝนไปค่ะ เพราะหากฝนตกทางร้านก็มีหลังคาสุดแน่นหนาคอยบริการให้ด้วย
สำหรับใครที่ชื่นชอบการฟังดนตรีสด ทางร้านน่านั่งสังสรรค์ “61 Cozy Garden Bistro” แห่งนี้ มีบริการดนตรีสดทุกวัน จันทร์ - พฤหัส เวลา 19:30 - 23:00 น. และ วันศุกร์-อาทิตย์ 19:30 - 23:30 น. เลยค่ะ นั่งเคล้าเสียงดนตรี พร้อมกินอาหารสูตรคุณแม่ บอกเลยว่าฟินสุด ๆ ทางร้านแอบกระซิบมาด้วยล่ะค่ะ ว่าแม้จะมีเชฟภายในร้านถึง 4 คน แต่วัตถุดิบต่าง ๆ คุณแม่เจ้าของร้านเป็นคนเลือกซื้อเอง อีกทั้งยังนำสูตรของตนมาประยุกต์รวมกันกับเชฟเพื่อให้ได้รสชาติอาหารที่ดีที่สุดด้วยล่ะ ฟังแบบนี้แล้วอดใจไม่ไหว ขอจัดหนักมื้อนี้แบบด่วน!
เริ่มกันที่เมนูยอดฮิตอย่าง “กุ้งทอดราดซอสมะขาม” (300 บาท) แค่เห็นขนาดจานตอนมาเสิร์ฟเป็นต้องร้องว้าว! เพราะกุ้งไซส์ใหญ่จนล้นเลยล่ะค่ะ แว่วมาว่าทางเจ้าของร้านเป็นคนไปเลือกซื้อกุ้ง และจ่ายตลาดเองทุกวันด้วยล่ะ คุณภาพและมาตรฐานจึงไม่เคยตกหล่น เมื่อนำมาปรุงด้วยสูตรลับเฉพาะของซอสมะขามแล้วล่ะก็ กินคู่กันมีความลงตัวสุด ๆ เลยล่ะค่ะ ทั้งรสชาติหวานนำกำลังดี และความเด้งของเนื้อกุ้ง
ต่อด้วย “หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ผัดฉ่า” (250 บาท) หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ไซส์ใหญ่ เนื้อเน้น ๆ ผัดมากับพริกและเครื่องสูตรเฉพาะ แค่ยกมาเสิร์ฟก็หอมชวนกิน ยิ่งพอได้ลิ้มลองรสชาติแซ่บ ๆ แล้ว บอกเลยค่ะว่าติดใจสุด ๆ “ยำสามกรอบ” (150 บาท) อีกเมนูที่แพรชอบมากค่ะ โดยจานนี้ประกอบไปด้วยหมูแผ่นที่ทางร้านส่งตรงจากนครปฐม เม็ดมะม่วงหิมพานต์ กุ้งแก้ว กระเพาะปลาและทางร้านมีสูตรเฉพาะโดยการใส่แอปเปิลลงไปด้วยค่ะ เพื่อเพิ่มความเปรี้ยวอมหวานให้กินกันเพลิน ๆ
อีกเมนูขายดีที่ต้องลอง “ปลากะพงทอดน้ำปลา” (350 บาท) ทางร้านเสิร์ฟมาแบบกินง่าย โดยทำการเลาะก้างออกทั้งหมด อีกทั้งแผ่ก่อนนำไปทอดเพื่อให้กินง่าย ราดด้วยน้ำปลาที่เคี่ยวและปรุงเองจนได้รสชาติเค็มปนหวานและกลมกล่อมจนได้ที่ ไม่แปลกใจเลยล่ะค่ะว่าทำไมแทบทุกโต๊ะถึงสั่งเมนูนี้กันเกือบหมด
มากันที่เมนูเอาใจสายเนื้อ “เนื้อย่างจิ้มแจ่ว” (180 บาท) ที่จะกินเป็นกับแกล้มก็ดี หรือกินกับข้าวก็เหมาะ เพราะเมนูนี้ทางร้านใช้เนื้อโคขุนที่หมักเองด้วยสูตรของคุณแม่ รับประกันความเปื่อยนุ่ม ที่สำคัญน้ำจิ้มเเจ่วของทางร้านแซ่บสะเดิดมากค่ะ ถึงพริก ถึงข้าวคั่วสุด ๆ กินคู่กันเข้ากันดีจนอยากสั่งเพิ่มเลยล่ะ
ปิดท้ายมื้อนี้ด้วย “ปลาหมึกไข่นึ่งมะนาว” (280 บาท) เสิร์ฟมาเป็นหม้อใหญ่ ที่สำคัญปลาหมึกไข่ตัวโต และไข่ปลาหมึกเน้น ๆ ให้มาแบบไม่กั๊ก ปรุงมาแบบแซ่บกำลังดี และที่สำคัญทางร้านใช้มะนาวสดในการทำ จึงทำให้ได้รสชาติที่เปรี้ยว และหอมมะนาวสุด ๆ กินแล้วเป็นต้องติดใจกันทุกราย
สำหรับมื้อนี้เรียกได้ว่าเต็มอิ่มทั้งรสชาติอาหาร บรรยากาศ รวมไปถึงการบริการอย่างเป็นกันเองที่ประทับใจมาก ๆ เลยล่ะค่ะ กินมาเสียเยอะขนาดนี้เห็นทีต้องนั่งย่อยฟังดนตรีสดต่อสักหน่อย เพราะแต่ละเพลงนี่ไพเราะและโดนใจเหลือเกิน สำหรับใครที่เป็นสายชิลล์หรืออยากมานั่งกินอาหารในร้านอาหารบรรยากาศดีแบบนี้ สามารถมากันได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17:00 - 00:00 น.เลยค่า :)
การเดินทาง
หากใครมีโอกาสพิเศษ หรืออยากมานั่งชิลล์ ๆ ผ่อนคลายฟังดนตรีสด สามารถมากันได้เลยค่ะที่ร้านน่านั่งสังสรรค์ หรือร้านอาหารสายไหม “61 Cozy Garden Bistro” แห่งนี้ โดยสามารถเดินทางได้โดยรถยนต์ส่วนตัว โดยร้านตั้งอยู่ที่สายไหม ซอย 61/1 กรุงเทพฯ เยื้องหมู่บ้านศรีวิมล สังเกตทางด้านซ้ายมือแล้วเลี้ยวได้เลยค่ะ ที่สำคัญทางร้านยังมีบริการที่จอดรถสุดกว้างขวางคอยบริการฟรีอีกด้วย แบบนี้ต้องหาเวลามาจัดสักมื้อแล้วล่ะ