TMB เปลี่ยนชื่อเป็น`ธนาคารทหารไทยธนชาต(TTB)`เปิดตัว 7 พ.ค.นี้
TMB เปลี่ยนชื่อเป็นธนาคารทหารไทยธนชาต(TTB)เปิดตัว 7 พ.ค.นี้
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -26 เม.ย. 64 9:21: น.
ผู้ถือหุ้น TMB ไฟเขียวเปลี่ยนชื่อธนาคารใหม่หลังรวมกิจการกับธนาคารธนชาต เป็น “ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB)” พร้อมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ 7 พ.ค.นี้ ยืนยันการควบรวมธนาคารธนชาต แล้วเสร็จสมูบรณ์ตามแผน ก.ค.นี้
ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานกรรมการ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 64 เมื่อวันที่ 23 เม.ย.64 มีมติอนุมัติการเปลี่ยนชื่อธนาคารท เป็นธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) และชื่อภาษาอังกฤษเป็น TMBThanachart Bank Public Company Limited เพื่อให้สอดคล้องตามกลยุทธ์การปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์ (Rebranding) ธนาคารจะใช้ชื่อทางการค้า ว่า “ทีเอ็มบีธนชาต” หรือ “TMBThanachart” โดยมีชื่อย่อคือ "ttb" ซึ่งสื่อความหมายถึงการรวมพลังของสองธนาคารเป็นหนึ่งเดียว รวมทั้งจะมีการเปลี่ยนชื่อย่อหลักทรัพย์จดทะเบียน เป็น TTB ต่อไป
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TMB กล่าวว่า พนักงานของทั้งทีเอ็มบีและธนชาตได้รวมกันเป็น ONE Team ที่แข็งแกร่ง และพร้อมที่จะร่วมกันนำพาองค์กรไปในทิศทางเดียวกันตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยหลังจากการรวมกิจการธนาคารเสร็จสมบูรณ์ในเดือนก.ค.นี้ ธนาคารมีเป้าหมายในการสร้างชีวิตทางการเงิน (Financial Well-being) ที่ดีให้กับคนไทย เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างที่ต้องการ
โดยตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค.64 เป็นต้นไป ธนาคารมีแผนการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “ทีเอ็มบีธนชาต” (ttb) ซึ่งจะเริ่มดำเนินการเปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่ ทั้งในส่วนของสื่อการตลาดและช่องทางการบริการ ได้แก่ สาขาธนาคาร แอปพลิเคชัน เอทีเอ็ม รวมไปถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินใหม่ ๆ ที่จะทยอยออกมาสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีให้กับลูกค้าและคนไทยทั้งประเทศ
ทั้งนี้ ลูกค้าของทีเอ็มบีสามารถใช้ผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ได้เช่นเดิมภายใต้แบรนด์ใหม่ คือ ทีเอ็มบีธนชาต ด้านลูกค้าของธนชาต ธนาคารขอให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะนำไปสู่การยกระดับประสบการณ์ทางการเงินที่ดียิ่งขึ้น โดยธนาคารจะทำการสื่อสารแจ้งรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้า รวมทั้งขั้นตอนที่แนะนำให้ลูกค้าปฏิบัติเพื่อความต่อเนื่องในการใช้บริการของ ทีเอ็มบีธนชาต ต่อไป
ลักษณะธุรกิจของ TMB
ดำเนินธุรกิจธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบแก่ลูกค้า 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ลูกค้าเอสเอ็มอี และลูกค้ารายย่อย โดยมีกลุ่ม ไอเอ็นจี สถาบันการเงินของประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นพันธมิตรทางธุรกิจและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ร่วมกับกระทรวงการคลัง
เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ