โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Crash Landing on You ความอยากรวมชาติเกาหลีที่คลออยู่หลังเรื่องรักโรแมนติก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 เม.ย. 2564 เวลา 05.16 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. 2563 เวลา 13.17 น.

Rungnapa : เรื่อง

อาจจะช้าที่เขียนถึงซีรีส์เกาหลี Crash Landing on You ในตอนนี้ เพราะซีรีส์ออกอากาศตอนจบไปแล้ว แต่ก็มั่นใจว่ายังไม่ช้าเกินไป เพราะกระแสที่แรงต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปีใหม่ยังไม่สร่างซาลงเลยในตอนนี้ สาวน้อยสาวใหญ่ต่างบอกว่า “ยังมูฟออนจากสหายผู้กองไม่ได้เลย” ฝั่งหนุ่ม ๆ ก็ยังคงไม่มูฟออนจากสหายเซรีและสหายซอดันเช่นกัน การจัดอันดับใน Netflix ซีรีส์เรื่องนี้ก็ยังคงอยู่อันดับ 1 ของคอนเทนต์ยอดนิยมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ยืนยันถึงกระแสความนิยมได้เป็นอย่างดี

ก่อนจะพูดถึงประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับซีรีส์เรื่องนี้ ขอสรุปข้อมูลที่ควรรู้สั้น ๆ ว่า “Crash Landing on You” ชื่อไทยว่า “ปักหมุดรักฉุกเฉิน” เป็นซีรีส์เกาหลีใต้ที่เกิดจากความร่วมมือของสถานีโทรทัศน์ tvN ของเกาหลีใต้ และ Netflix เนื้อเรื่องเกี่ยวกับลูกสาวมหาเศรษฐีสาวชาวเกาหลีใต้ที่เล่นร่มร่อนแล้วเกิดอุบัติเหตุเจอพายุพัดให้เธอไปตกลงในฝั่งเกาหลีเหนือ เรื่องวุ่น ๆ จึงเกิดขึ้น และนำไปสู่ความรักของสาวใต้กับผู้กองหนุ่มหล่อชาวเหนือ พร้อมกับมิตรภาพระหว่างสาวคนนี้กับบรรดาทหารลูกน้องผู้กองด้วย

สหายผู้กองที่กล่าวถึงในย่อหน้าแรก คือ พระเอกของเรื่องชื่อ รีจองฮยอก รับบทโดย ฮยอน บิน (Hyun Bin) สหายเซรี คือ นางเอก รับบทโดย ซน เย จิน (Son Ye-jin) และ สหายซอดัน รับบทโดย ซอ จี ฮเย (Seo Ji-hye) คือ สาวสวยลูกมหาเศรษฐีชาวเกาหลีเหนือที่เป็นคู่หมั้นของพระเอก

Crash Landing on You มีความน่าสนใจที่น่าพูดถึงหลายด้าน หนึ่งในนั้นคือด้านความนิยม-ความสำเร็จ เป็นซีรีส์ที่ทำเรตติ้งสูงสุดในประวัติศาสตร์ของช่อง tvN และสูงเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ซีรีส์เกาหลีใต้ทั้งหมด

ซีรีส์เรื่องนี้ฉายภาพชีวิตความเป็นอยู่ สังคมเกาหลีเหนือ ทั้งระดับชาวบ้านทั่วไปในหมู่บ้านทหาร และสังคมระดับสูง อย่างครอบครัวของพระเอกและครอบครัวของคู่หมั้นพระเอก ซึ่งการที่ทีมงานได้คว้าตัวอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการรักษาความปลอดภัยผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือที่แปรพักตร์มาอยู่ในทีมเขียนบท ช่วยให้ซีรีส์เรื่องนี้สมจริงมากขึ้น ทั้งการสร้างฉาก สภาพแวดล้อม วิถีชีวิต ไปจนถึงข้อมูลลึก ๆ อย่างเช่น วิธีการการทุจริต วิธีการที่ทหารเกาหลีเหนือยศสูง ๆ ใช้ตำแหน่งของตัวเองหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ ซึ่งถ้ามีเพียงคนเกาหลีใต้เขียนบทกันเองอาจจะไม่ทราบข้อมูลเหล่านั้น หรือรายละเอียดไม่สมจริงมากเท่าที่เห็น

ความน่าสนใจมากที่สุดของซีรีส์เรื่องนี้ ในมุมมองของผู้เขียน ก็คือเนื้อหาที่สื่อสารเรื่องการพลัดพรากและการรวมชาติของเกาหลีใต้กับเกาหลีเหนือ โดยเล่าผ่านความรักและมิตรภาพของนางเอกกับแก๊งทหารเกาหลีเหนือ ซึ่งใจความสำคัญที่อยู่ข้างหลังความโรแมนติกระหว่างนางเอกกับพระเอกและสหายนายทหาร นั่นคือ ความรู้สึกอยากรวมชาติของตัวละครชาวเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือในเรื่อง

ในความเป็นจริงเราไม่ทราบว่าชาวเกาหลีใต้กับเกาหลีเหนือเขาอยากรวมชาติกันมากน้อยแค่ไหน เคยมีข้อมูลการสำรวจโดยมหาวิทยาลัยแห่งชาติกรุงโซลที่เปิดเผยเมื่อปี 2014 ว่าร้อยละ 44.3 ของกลุ่มตัวอย่างชาวเกาหลีใต้ไม่อยากรับภาระทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการรวมชาติ ถึงแม้ว่าเป็นจำนวนน้อยกว่าครึ่ง แต่ตัวเลข 44.3 ก็เป็นสัดส่วนที่มากและน่าจะมีนัยสำคัญต่อการรวมชาติแน่ ๆ

อย่างไรก็ตาม ซีรีส์เรื่องนี้พูดในฐานะตัวแทนของคนที่อยากให้มีการรวมชาติอย่างชัดเจน โดยแสดงออกผ่านไดอะล็อกและความคิดของตัวละคร โดยเฉพาะนางเอกชาวเกาหลีใต้ ที่พูดว่า “ถ้ามีการรวมชาติ…” หรือ “ถ้ารวมชาติกันเมื่อไหร่…” ในหลายเหตุการณ์หลายบริบท ถ้านับดูดี ๆ คือมีอยู่ในแทบทุกตอนของซีรีส์

ยกตัวอย่างเช่น ในตอนที่ 1 เพียงแป๊บเดียวหลังจากที่พระเอกกับนางเอกเจอกัน นางเอกก็พูดว่า “หน้าตาคุณตรงสเป็กฉันเลย ถ้าคิดเหมือนกัน เจอกันใหม่ตอนประเทศรวมกันแล้วก็คงดีนะคะ”

ในตอน 3 วันที่พระเอกจะส่งนางเอกกลับครั้งแรก สาวเกาหลีใต้จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรให้แก่แก๊งทหาร ซึ่งฉากนี้แสดงให้เห็นถึงความคิดของทหารเกาหลีเหนือที่มองความเป็นไปได้ของการรวมชาติได้เป็นอย่างดี

พลทหารคนแรกได้รับรางวัลความใจดี นางเอกบอกว่ารางวัลที่จะมอบให้มีสองแบบ คือ แบบที่ได้หลังรวมประเทศกับแบบที่สามารถรับได้เลยทันที รางวัลแบบที่ได้หลังรวมประเทศคือเงินหนึ่งร้อยล้านวอน (ประมาณ 2.6 ล้านบาท) ส่วนรางวัลที่รับได้เลยทันทีคือข้าวโพดหนึ่งมัด ซึ่งพลทหารคนซื่อคนนั้นคิดว่าการรวมชาติไม่มีทางเป็นไปได้ จึงเลือกข้าวโพดหนึ่งมัดที่จะได้กินทันทีในตอนนั้น

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีบางคนที่มีความหวังว่า “วันนั้น” จะมาถึง ทหารคนถัดมาซึ่งชื่นชอบซีรีส์เกาหลีใต้ ได้รับข้อเสนอรางวัลที่รับได้เลยทันทีเป็นทีวีหนึ่งเครื่อง ซึ่งถือเป็นของหรูหรามากในเกาหลีเหนือ กับรางวัลที่จะได้รับหลังรวมชาติคือ ได้ทานข้าวกับนักแสดงชาวเกาหลีใต้ที่เขาชื่นชอบ พลทหารคนนี้เลือกรางวัลหลังการรวมชาติ พร้อมกำชับว่า “ต้องรักษาสัญญานะครับ”

เมสเสจที่ว่า ชาวเกาหลีอยากรวมชาติกัน ถูกขับเน้นด้วยความรักและมิตรภาพที่เกิดขึ้น ซึ่งถ้าโดยทั่วไปแล้วรักและมิตรภาพต่างสัญชาติเป็นเรื่องปกติของโลกนี้ แต่มันกลับไม่ปกติเมื่อเกิดขึ้นกับคนที่อยู่คนละฝั่งของเส้นขนานที่ 38 องศาเหนือ ซีรีส์ทำให้คนดูเห็นว่าความรักที่เป็นไปไม่ได้ช่างน่าเศร้าและน่าเห็นใจเหลือเกิน และนั่นแหละที่ขับเน้นว่า “ถ้ารวมชาติกันได้จะดีมากเลย” เพราะนอกจากคู่รักจะได้สมหวังกันแล้ว ครอบครัวที่พลัดพรากกันตั้งแต่ 70 ปีก่อนก็จะได้กลับมาพบเจอกัน ไปมาหาสู่กันได้

แม้ว่าซีรีส์จะพูดเรื่องความรักของพระเอกกับนางเอกและความพยายามส่งนางเอกกลับบ้านเป็นหลัก ไม่ได้พูดประเด็นการพลัดพรากของครอบครัวคนทั่วไปที่อยู่เหนือกับใต้เท่าไหร่นัก แต่เพียงฉากเดียวที่พูดเรื่องนี้ก็ทำได้เสียดแทงความรู้สึกดี นั่นก็คือฉากบนเรือที่พระเอกกำลังจะส่งนางเอกกลับเกาหลีใต้ สองคนแนะนำตัวบอกชื่อจริงกันครั้งแรก “ฉันชื่อยุนเซรีค่ะ” ฝ่ายหญิงเริ่มก่อน “รีจองฮยอกครับ” พระเอกตอบ “จริงสิ ตระกูลยุน เมืองแฮจูค่ะ เมืองแฮจูอยู่เกาหลีเหนือใช่ไหม” สาวชาวใต้ถาม “ส่วนผม ตระกูลรีจากชอนจูครับ” ผู้กองไฮโซแห่งเกาหลีเหนือตอบ (เมืองชอนจูอยู่ในเกาหลีใต้) แล้วทั้งสองคนก็ยิ้มเบา ๆ และหัวเราะขื่น ๆ

อีกครั้งหนึ่งที่ผู้เขียนบทได้ขับเน้น “ความเป็นหนึ่งเดียวกัน” ให้เด่นชัดขึ้น โดยการนำเอา “ศัตรูร่วม” เข้ามาช่วยสร้างสำนึกความเป็นหนึ่งเดียวกันของเกาหลีเหนือและใต้ ก็คือตอนที่แก๊งทหารเกาหลีเหนือเข้าไปร้านอาหารแล้วชาวเกาหลีใต้กำลังเชียร์ฟุตบอล มีคนหนึ่งในแก๊งพูดทำนองว่า รำคาญที่เชียร์ฟุตบอลกันเสียงดังหนวกหู แต่พออีกคนหนึ่งบอกว่า “เกาหลีเจอญี่ปุ่นครับ” เท่านั้นแหละ สีหน้า แววตา และอากัปกิริยาของทุกคนในกลุ่มก็เปลี่ยนไป แล้วพวกเขาก็ร่วมเชียร์ฟุตบอลฝั่งเกาหลีด้วยความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับทุกคนในร้าน

ที่เป็นอย่างนั้น ก็เพราะแม้ว่าเกาหลีเหนือกับใต้จะทะเลาะกันอย่างไร แต่เมื่อมองย้อนกลับไปในอดีตก่อนจะมีคำว่า “เกาหลีเหนือ” และ “เกาหลีใต้” เกาหลีทั้งหมดทั้งมวลล้วนเคยถูกญี่ปุ่นปกครองและกดขี่อยู่เป็นเวลานานถึง 35 ปี และก่อนหน้านั้นก็โดนรุกรานมาตลอดทุกยุคสมัยอาณาจักรต่าง ๆ บนคาบสมุทรเกาหลี  

ดังนั้น ความรู้สึกที่อยากเอาชนะหรือล้างแค้นญี่ปุ่นจึงไม่ใช่แค่ความรู้สึกของชาวเกาหลีเหนือหรือชาวเกาหลีใต้ แต่เป็นความรู้สึกร่วมกันทั้งหมด ฉากกินข้าวในร้านอาหารนับว่าเป็นฉากธรรมดา แต่ผู้เขียนบทก็สร้าง “ความหมาย” ให้มันได้อย่างลงตัว ถูกที่ ถูกเวลา

ตั้งแต่ต้นจนจบ Crash Landing on You ทำหน้าที่ได้ดีมาก ทั้งหน้าที่การเป็นซีรีส์รักโรแมนติกที่ทำให้คนดูยิ้ม เอาใจช่วย และเคลิ้มตามความรักของพระเอกกับนางเอกที่แม้ว่าไม่ได้หวานเยิ้ม แต่อบอุ่นหัวใจมาก ๆ ขณะเดียวกัน ก็ทำหน้าที่ส่งเมสเสจว่า การแบ่งเขตแดนซึ่งพรากคนรักและครอบครัวออกจากกัน เป็นสิ่งที่โหดร้าย ไม่มีใครปรารถนา และบอกซ้ำ ๆ ว่า “การรวมชาติ” ยังเป็นความหวังของคนทั้งสองฝั่ง แม้ว่าจะเป็นไปได้ยากแค่ไหนก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...