โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สวยหรูละมุนตาด้วยเมคอัพโทนสีนู้ด

OK Magazine Thailand

เผยแพร่ 24 ม.ค. 2563 เวลา 06.48 น.
สวยหรูละมุนตาด้วยเมคอัพโทนสีนู้ด

สาว ๆ หลายคนมักจะสงสัยว่า การแต่งหน้าโทนสีนู้ดนั้นเป็นอย่างไร แต่งหน้าน้อย ๆ ใช้เครื่องสำอางเพียงนิดเดียวหรือใช่การแต่งหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติหรือเปล่า ซึ่งจริง ๆ แล้วการแต่งหน้าโทนนู้ดนั้น ขั้นตอนการแต่งก็เหมือนกับการแต่งหน้าปกติทั่วไป เพียงแต่คีย์สำคัญของลุคนี้อยู่ที่การ‘โชว์ผิวสวย’ เพราะฉะนั้นขั้นตอนการเตรียมผิวจึงสำคัญมากที่สุด ด้วยโทนสีของอายแชโดว์ บลัชออน และลิปสติกที่ใช้แต่งเติมหลังจากการเตรียมผิวนั้น จะเป็นโทนสีนู้ดเบจซะส่วนใหญ่ ปัญหาที่สาว ๆ กังวลกับการแต่งหน้าลุคนี้จึงเป็นเรื่องของการกลัวแต่งออกมาแล้วหน้าดูจืด กลัวแต่งแล้วจะไม่สวยเด่นเหมือนไม่ได้แต่งหน้า อีกหนึ่งคีย์ลุคสำคัญของการแต่งหน้าลุคนี้จึงอยู่ที่การแต่งเรียวคิ้วให้สวยได้รูป แต่งแต้มระบายเปลือกตาให้ดูเป็นประกายด้วยอายแชโดว์โทนสีเบจหรือน้ำตาล คอมพลีทลุคนี้ให้ดูมีสีสันขึ้นด้วยพวงแก้มและริมฝีปากสีนู้ดเบจ และที่เห็นสาว ๆ ฮอลลีวูด มักจะให้เมคอัพอาร์ติสท์รังสรรค์ใบหน้าของพวงเธอด้วยเมคอัพโทนสีนู้ด นั่นก็เพราะว่าเมคอัพโทนสีนู้ดนอกจากจะโชว์ความสวยเปล่งปลั่งของผิวแล้ว ยังสามารถแมตช์ได้กับทุกชุดและทุกโอกาส ไม่ว่าจะเดินพรมแดงหรู หรือแค่เดินออกไปช้อปปิ้งรอปาปารัสซี่แอบถ่าย


Perfect Complexion
* เติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ จากนั้นเพิ่มเกราะป้องกันให้ผิวจากแสงแดดและมลภาวะด้วยการทาครีมกันแดดทั่วใบหน้าและลำคอ
* เริ่มขั้นตอนของการรังสรรค์ผิวสวยเพอร์เฟ็คท์ด้วยการแต้มไพรเมอร์และใช้ปลายนิ้วค่อย ๆ เกลี่ย เริ่มจากหน้าผากเกลี่ยขึ้นไปด้านบนไรผม จมูกเกลี่ยให้ทั่วถึงร่องจมูกด้วย แก้มทั้งสองข้างเกลี่ยออกไปด้านข้างใบหู และเกลี่ยบริเวณคางลงปลายคาง (สำหรับสาวที่มีปัญหาสิวอุดอันอาจจะข้ามขั้นตอนของการลงไพรเมอร์ไป เพราะการทำงานของไพรเมอร์นั้นจะเคลือบบนผิว อาจทำให้เกิดการอุดตัน ถ้าล้างทำความสะอาดผิวหน้าไม่สะอาด)
* จากนั้นก็ถึงขั้นตอนของการลงเมคอัพเบส โดยทาเมคอัพเบสเพียงบาง ๆ พอค่ะ เพราะถ้าขืนทาเยอะ มีหวังหน้าได้ขาวลอยเป็นคราบแน่ ๆ
* เลือกรองพื้นให้ตรงกับสภาพผิวและความต้องการปกปิดของแต่ละคน จากนั้นใช้แปรงสำหรับทารองพื้น แตะเนื้อรองพื้น แล้วทาลงบนผิวหน้าทีละส่วนหน้าผาก จมูก แก้ม และคาง โดยค่อย ๆ ทาบาง ๆ ทีละนิด ถ้าต้องการเพิ่มการปกปิดที่มากขึ้นก็ค่อยทาเน้นเฉพาะจุด (อย่าลืมทาเลยลงมาที่ช่วงปลายคางและช่วงกรามเพื่อให้สีผิวดูกลมกลืนกับลำคอ)
* เก็บรายละเอียดให้เรียบร้อยด้วยคอนซีลเลอร์โดยใช้ นิ้วมือวอร์มเนื้อคอนซีลเลอร์บนฝ่ามือ แล้วแตะเพียง เล็กน้อยแต้มบริเวณที่ยังเห็นริ้วรอย รอยแผลเป็น สิว รวมถึงรอยคล้ำบริเวณใต้ตา แตะ ๆ กด ๆ ให้ดูเนียนกลมกลืนกับสีรองพื้น
* เซ็ตอัพทุกสิ่งอย่างให้ติดทนอยู่บนใบหน้าโดยใช้แปรงหัวใหญ่สำหรับปัดแป้ง แตะแป้งฝุ่นเล็กน้อย เคาะแป้ง ส่วนเกินออก แล้วปัดไล้วนเบา ๆ ทั่วใบหน้า สำหรับสาวผิวมัน แนะนำให้ใช้เป็นพัฟฟ์ชนิดผ้าขนปุยแตะเนื้อแป้งเล็กน้อยแล้วค่อย ๆ กดซับทั่วใบหน้า และเน้นบริเวณทีโซน
** ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่จำเป็นต้องประโคมทุกสิ่งอย่างลงไปบนใบหน้า ถ้าคุณไม่ได้มีปัญหาผิวอะไรมากมายที่ต้องการจะปกปิด ให้เลือกใช้แค่ตัวที่คุณต้องการคุณสมบัติของแต่ละตัว แล้วมาแต่งแต้มให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด


Beauty Spot on the Eyes
* อย่างที่บอกค่ะว่าลุคนี้ต้องแต่งเน้นเรียวคิ้วให้ดูสวยคมชัด คุณสาว ๆ สามารถเลือกใช้อุปกรณ์ในการแต่งคิ้วได้ตามความถนัด ตั้งแต่เนื้อเจลครีมกับแปรง ชนิดดินสอเขียนง่ายที่มาพร้อมแปรงปัดสำหรับแต่งคิ้วให้ได้รูป หรือจะเลือกใช้แบบหัวแปรงปัดมาสคาร่า ปัดให้ได้รูปสำหรับคนที่มีขนคิ้วเยอะอยู่แล้ว
* แต่งระบายเปลือกตาด้วยอายแชโดว์ เนื้อชิมเมอร์โทนสีเบจ หรือจะเลือกใช้อายแชโดว์เนื้อแมตต์ในโทนสีน้ำตาลหลากเฉด
* เสร็จแล้วไม่ลืมที่จะปัดมาสคาร่าเพิ่มเสน่ห์ให้ดวงตาเป็นประกาย


Lovely Cheeks
* แต่งเติมสีสันบนพวงแก้มไม่ให้ใบหน้าดูจืดชืดจนเกินไปด้วยบลัชออนโทนสีนู้ดเบจที่เจือความสดใสของสีชมพูและสีพีช โดยเลือกเนื้อบลัชออนแบบประกายชิมเมอร์ เพราะจะช่วยให้พวงแก้มดูสวยระเรื่อ และช่วยขับผิวให้ดูเปล่งปลั่งมากยิ่งขึ้น


Smooth Lips
* คอมพลีทลุคโดยรวมให้ดูสวยหรูด้วยลิปสติกโทนสีนู้ดเบจ โดยเลือกลิปสติกเฉดสีเดียวกับสีของบลัชออนแล้วทาให้เต็มริมฝีปาก
* สำหรับคนที่มีริมฝีปากค่อนข้างคล้ำ การทาลิปสติกสีเบจลงบนริมฝีปากโดยตรงอาจจะทำให้เห็นสีไม่ชัดเจน เพราะฉะนั้นควรใช้คอนซีลเลอร์แต้มเบา ๆ ทั่วริมฝีปากก่อน จากนั้นค่อยทาตามด้วยลิปสติก
ติดตาม OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่
Website : www.okmagazine-thai.com
Instagram : @okmagazinethailand
Facebook : OK! Magazine Thailand
Twitter : @okthailand

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...