โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ปัญญาภิวัฒน์" เปิดวิทยาเขต EEC ปั้นบัณฑิตรองรับกลุ่ม S-Curve

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ม.ค. 2563 เวลา 10.41 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2563 เวลา 08.46 น.

ต้องยอมรับว่า สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) นับเป็นสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งที่ชูจุดขายในเรื่องของ“worked-based learning” มาก่อนสถาบันอื่น ๆ และถึงตอนนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “การเรียนรู้จากการทำงาน” กลับเป็นเทรนด์สำคัญที่สถาบันการศึกษาหลายแห่งนำไปประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอน

เพราะสามารถสร้างผลสัมฤทธิ์ได้จริงกับนักเรียน นิสิต และนักศึกษา จนทำให้พวกเขาไม่เพียงเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน หากยังทำให้มีโอกาสเรียนรู้จากประสบการณ์จริงจากเพื่อนร่วมงานในสาขาต่าง ๆ อีกด้วย

จนกระทั่งรัฐบาลภายใต้แกนนำของ “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ผลักดันนโยบายการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (S-curve) ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)ในจังหวัดฉะเชิงเทรา, ชลบุรี และระยอง

ทางสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์จึงมองเห็นโอกาสทางธุรกิจการศึกษา ด้วยการจัดตั้งสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ วิทยาเขต EEC (PIM EEC) ขึ้นบริเวณเมืองพัทยา บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ โดยจะแบ่งเป็นพื้นที่นำร่องสำหรับก่อสร้างสถาบัน และหอพักนักศึกษาก่อนประมาณ 20 ไร่ ด้วยงบประมาณทั้งหมด 1,200 ล้านบาท

“ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการบริหารสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่า หลัก ๆ เรามีความมุ่งมั่นที่จะสร้างบัณฑิตให้มีความรู้ความสามารถเพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ ตามนโยบาย Thailand 4.0 โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC และในกลุ่มอุตสาหกรรม S-curve ทั้งหมด เพียงแต่เรามาโฟกัสในสิ่งที่เราถนัดและต้องการ คือ การผลิตบุคลากรทางด้านการบริหารจัดการสำหรับธุรกิจเกี่ยวกับระบบราง เพื่อเตรียมบุคลากรมืออาชีพให้มีความพร้อมต่อการทำงานในยุคดิจิทัล

“ที่สำคัญ เราพยายามสร้างพื้นฐานของการพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเป็นต้นแบบสำหรับการสร้างคนแห่งอนาคต และด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เราเปิดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีขึ้นในพื้นที่ EEC ทั้งหมด 2 คณะ จำนวน 3 หลักสูตรในเบื้องต้น ได้แก่ คณะนวัตกรรมและเทคโนโลยี จำนวน 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอัตโนมัติ โดยหลักสูตรนี้จะเน้นการเรียนการสอนเรื่องการออกแบบ และติดตั้งระบบอัตโนมัติ, ระบบเทคโนโลยีรถไฟ, ระบบเทคโนโลยีค้าปลีก สำหรับภาคอุตสาหกรรม และการบริการสมัยใหม่โดยเฉพาะ”

“ส่วนหลักสูตรถัดมา คือ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เรียนรู้เรื่อง IOT, big data, machine learning และ AI ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติจริง โดยมีเนื้อหาครอบคลุมเทคโนโลยีดิจิทัลด้านปัญญาประดิษฐ์ และความมั่นคงของระบบเทคโนโลยีดิจิทัล ทั้ง 2 หลักสูตรมีการออกแบบห้องปฏิบัติการในการนำเครื่องมือ และเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ใช้จริงในสถานประกอบการ มาปรับใช้กับการเรียนการสอนด้วย”

“ไม่ว่าจะเป็นระบบเทคโนโลยีควบคุมอัตโนมัติสำหรับระบบแคมปัสอัจฉริยะ และระบบฟาร์มอัจฉริยะ เพื่อให้นักศึกษาได้รับความรู้ทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติงานจริง ที่สำคัญ ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม และสถานประกอบการภาคบริการทั่วประเทศ เนื่องจากเรามีสถานที่ฝึกงานของเราเอง อาทิ 7-11 และรีเทลลิงค์ ที่จะช่วยให้นักศึกษานำความรู้ไปเรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานจริงได้ นอกจากนั้น เรายังมีโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งที่เราเซ็นเอ็มโอยูร่วมกันเพื่อส่งนักศึกษาไปฝึกงานทางด้านระบบออโตเมชั่นต่าง ๆ”

“ก่อศักดิ์” กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เรายังเปิดคณะนวัตกรรมการจัดการ ในชื่อหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจดิจิทัล เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักศึกษา เพราะหลักสูตรนี้น่าจะเป็นอีกสาขาวิชาชีพหนึ่งที่เป็นความต้องการของตลาด โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC และต่อไปในอนาคตเราอาจเปิดปริญญาโท หลักสูตรดาต้า อะนาไลติกขึ้นมาอีก

“เพียงแต่ตอนนี้เราแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 เฟส โดยเฟสที่ 1 สำหรับเรื่องการก่อสร้างสถาบัน และหอพักนักศึกษา จะแล้วเสร็จประมาณเดือนพฤษภาคม หรือกรกฎาคม 2563 เพื่อรองรับนักศึกษาประมาณ 700 คน ในปีการศึกษา 2563 จากนั้นเราจะทำเฟสที่ 2-3-4 ไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึงปี 2566 ถึงตอนนั้นเราจะมีนักศึกษาประมาณ 10,000 คน โดยกลุ่มเป้าหมายที่คาดว่าจะมาเรียนที่ PIM EEC คือ นักเรียนจากภาคตะวันออกเป็นหลัก นอกนั้นก็จะมาจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล”

“สำหรับค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตร 4 ปี เราคิดเฉลี่ยอยู่ที่ 4.5 แสนบาท ส่วนค่าหอพักจะอยู่ที่ห้องละประมาณ 6-8 พันบาท/2 คน และตอนนี้เริ่มประชาสัมพันธ์ให้ทราบบ้างแล้ว ซึ่งผลตอบรับค่อนข้างดี เพราะอย่างที่ทราบในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกEEC ถือเป็นโอกาสใหม่ของคนทำงานแห่งอนาคต เพราะจากข้อมูลที่ทราบจากภาครัฐในระหว่างปี 2562-2566 มีความต้องการจ้างงานใหม่ประมาณ 475,668 อัตรา ในทุกกลุ่มธุรกิจ”

“ยิ่งเมื่อลงรายละเอียดจะพบว่า แต่ละกลุ่มธุรกิจใหม่ อาทิ กลุ่มงานด้านดิจิทัล มีความต้องการจ้างงานสัดส่วนสูงที่สุดถึง 24% คิดเป็น 116,222 อัตรา, ด้านโลจิสติกส์ 23% คิดเป็น 109,910 อัตรา, ด้านอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 12% คิดเป็น 58,228 อัตรา, ด้านยานยนต์แห่งอนาคต 11% คิดเป็น53,738 อัตรา, ด้านหุ่นยนต์ 8% คิดเป็น37,526 อัตรา, ด้านการบิน-อากาศยาน 7% คิดเป็น 32,836 อัตรา, การขนส่งระบบราง 5% คิดเป็น 24,246 อัตรา, การท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 4% คิดเป็น 16,920 อัตรา, การพาณิชย์นาวี 3% คิดเป็น 14,630 อัตรา และการแพทย์ครบวงจร 2% คิดเป็น 11,412 อัตรา”

ทั้งนั้นเมื่อดูจากข้อมูล และแนวทางการเรียนการสอนทุก ๆ หลักสูตรของ PIM EEC จึงทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่า นักศึกษาที่ถูกผลิตจนกลายเป็นบัณฑิต “worked-based learning” น่าจะเนื้อหอมสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ EEC อยู่ไม่น้อยทีเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...