โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้เท่าทัน โรคปอดอักเสบ – การอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณเนื้อปอด ถุงลม และเนื้อเยี่อข้างเคียง

Campus Star

เผยแพร่ 15 ม.ค. 2563 เวลา 07.37 น.
โรคปอดอักเสบ โรคที่พบได้ค่อนข้างบ่อย และอาจรุนแรงถึงชีวิตได้ ขึ้นอยู่กับอายุ โรคประจำตัว เกิดได้จากการติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ

จากสถานการณ์พบผู้ป่วยปอดอักเสบติดเชื้อในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ณ วันที่ 11/1/63 จากการสืบสวนโรคเบื้องต้นทางการจีนพบว่า ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งทำงานอยู่ที่ตลาดสดเมืองอู่ฮั่น ซึ่งขายสัตว์ทะเล สัตว์ปีก และสัตว์ป่า จึงสั่งปิดตลาดดังกล่าว เพื่อทำความสะอาด จากการตรวจหาเชื้อ ที่เป็นสาเหตุของการระบาดของโรคปอดอักเสบติดเชื้อในครั้งนี้ พบว่าเป็นเชื้อไวรัสชื่อ โคโรน่าไวรัส coronavirus (CoV) แต่เป็นสายพันธุ์ใหม่ : บทความ โรคปอดอักเสบ

รู้เท่าทัน โรคปอดอักเสบ

ข้อมูล ณ วันที่ 11/1/63 พบผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้วทั้งหมด 41 คน เสียชีวิต 1 คน โคโรน่าไวรัสเป็นเชื้อไวรัสที่พบได้ทั้งในสัตว์และคน มีด้วยกันหลายสายพันธุ์ บางสายพันธุ์ก่อโรคในสัตว์ บางสายพันธ์ก่อโรคในคน โดยคนที่ติดเชื้อโคโรน่าไวรัสมีอาการได้ตั้งแต่เป็นไข้หวัดธรรมดาไปจนถึงปอดอักเสบติดเชื้อ รวมถึงโรคปอดอักเสบรุนแรงซึ่งเคยระบาดในปี 2002 นั่นคือเชื้อไวรัสซาร์ส (SARS-CoV) ซึ่งมีผู้ติดเชื้อสูงถึง 8,000 คน ใน 26 ประเทศทั่วโลก และมีผู้เสียชีวิตกว่า 600 คน

และอีกครั้งในปี 2012 จากเชื้อไวรัสเมอร์ส ( MERS-CoV) ซึ่งมีผู้ติดเชื้อกว่า 2500 คน ใน 27 ประเทศทั่วโลก และมีผู้เสียชีวิตกว่า 858 คน จึงมีความสำคัญของการที่ต้องมีการสืบสวน เฝ้าระวังและกักกันโรคก่อนที่จะระบาดไปทั่วโลกเหมือนในอดีต

พญ.มัณฑนา สันดุษฎี แพทย์ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า โรคปอดอักเสบ(pneumonia) คือ การอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณเนื้อปอด ถุงลม และเนื้อเยี่อข้างเคียง เป็นโรคที่พบได้ค่อนข้างบ่อย และอาจรุนแรงถึงชีวิตได้ ขึ้นอยู่กับอายุ โรคประจำตัว เกิดได้จากการติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ โดยทั่วไปมักจะพบปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อมากกว่า

โดยสามารถแบ่งชนิดของปอดอักเสบติดเชื้อได้หลายแบบ ปัจจุบันนิยมแบ่งตามสภาพแวดล้อมที่เกิดปอดอักเสบ ได้แก่ ปอดอักเสบในชุมชน (Community acquired pneumonia, CAP) หรือปอดอักเสบในโรงพยาบาล (Hospital acquired pneumonia, HAP) เพื่อประโยชน์ในการรักษาที่เหมาะสม ในทีนี้จะกล่าวถึงปอดอักเสบในชุมชน

ลักษณะอาการ ปอดอักเสบติดเชื้อ ที่พบได้บ่อย

ลักษณะอาการของปอดอักเสบติดเชื้อที่พบได้บ่อย ได้แก่ มีไข้ ไอ มีเสมหะ หายใจเหนื่อย หายใจลำบากเจ็บเสียดบริเวณหน้าอกเวลาหายใจเข้า ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยการตรวจร่างกายฟังเสียงปอดผิดปกติ ร่วมกับเอ็กซเรย์ปอดพบฝ้าขาวผิดปกติ

บุคคลที่อย่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดปอดอักเสบติดเชื้อ

โดยบุคคลที่อย่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดปอดอักเสบติดเชื้อ ได้แก่ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี และเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจโรคปอด โรคไต โรคเบาหวาน โรคตับ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ที่ติดเชื้อไวรัส HIV โรคมะเร็ง ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ

เชื้อที่ก่อโรคปอดอักเสบติดเชื้อ

ทั้งนี้เชื้อที่ก่อโรคปอดอักเสบติดเชื้อพบได้ทั้งแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อราที่สามารถติดต่อได้หลายวิธี

1.เชื้อจากระบบทางเดินหายใจส่วนบนสำลักลงไปในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง

2.การนำเชื้อเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนล่างโดยตรง ผ่านการไอ จาม หรือหายใจรดกัน ซึ่งเป็นการนำเชื้อที่อยู่ในละอองฝอยขนาดเล็กเข้าสู่ปอดโดยตรง

3.การแพร่กระจายผ่านการติดเชื้อในกระแสเลือด

4.การลุกลามจากการติดเชื้อจากอวัยวะข้างเคียง เช่น การเป็นฝีในตับแตกเข้าปอด เชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคปอดอักเสบติดเชื้อในชุมชนที่พบได้บ่อยคือ เชื้อแบคทีเรีย เช่น Strephylococus pneumoniae, Haemophilus influenzae, Moraxella catarrhalis เป็นต้น หรือเชื้อไวรัส เช่น influenza, rhinovirus, adenovirus, coronavirus เป็นต้น

วิธีการรักษาโรคปอดอักเสบติดเชื้อ

1.การรักษาแบบจำเพาะ โดยการใช้ยาฆ่าเชื้อ แพทย์จะเลือกยาที่คิดว่าครอบคลุมเชื้อก่อโรคที่น่าจะเป็นสาเหตุของปอดอักเสบติดเชื้อ โดยพิจารณาจากอาการทางคลินิก และระบาดวิทยา

2.การรักษาแบบประคับประคอง โดยจะให้ยาเพื่อบรรเทาอาการ เช่น ยาพ่นขยายหลอดลม ยาละลายเสมหะ ยาลดไข้ หรือยาแก้ไอ

3.การรักษาภาวะแทรกซ้อน ในบางรายภาวะปอดอักเสบติดเชื้อรุนแรงมาก อาจมีภาวะระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ซึ่งต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งทุกคนสามารถดูแลและป้องกันตัวเองจากโรคนี้ได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบติดเชื้อ

วัคซีนที่ป้องกันปอดอักเสบติดเชื้อ

ในปัจจุบันมีวัคซีนที่ป้องกันปอดอักเสบติดเชื้ออยู่ 2 ชนิด เพื่อลดความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อน

1.วัคซีนนิวโมคอกคอล (Pneumococcal vaccine)

2.วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza vaccine) ซึ่งควรจะฉีดวัคซีนทุกปี ร่วมกับการดูแลสุขอนามัยส่วนตัว เช่น หมั่นล้างมือเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการไปอยู่ในที่ที่มีผู้คนหนาแน่น สร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ขณะนี้ยังรายงานยืนยันการพบผู้ป่วยติดเชื้อโคโรน่าไวรัสในประเทศไทย แต่ถ้าท่านมีอาการไข้ ร่วมกับอาการทางระบบทางเดินหายใจ และมีประวัติเสี่ยงโดยเดินทางมาจากพื้นที่ระบาดภายใน 14 วัน ให้รีบไปพบแพทย์ รพ.ใกล้บ้านท่านทันที

บทความโดย พญ.มัณฑนา สันดุษฎี
แพทย์ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลพระรามเก้า

บทความแนะนำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...