พื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำสงครามตอนล่าง จ.นครพนม ลำดับที่ 2,420 ของโลก
ส.28 พ.ค. 63 -พื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำสงครามตอนล่าง จ.นครพนม ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ แห่งที่ 15 ของประเทศ และลำดับที่ 2,420 ของโลก ช่วยยกระดับการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืน
นายประเสริฐ ศิรินภาพร รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กล่าวว่า สำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ ได้ประกาศขึ้นทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำสงครามตอนล่าง จังหวัดนครพนม เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือ แรมซาไซต์ ลำดับที่ 2,420 ของโลก และเป็นลำดับที่ 15 ของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2563 โดยมีขอบเขตเริ่มตั้งแต่ปากน้ำบ้านไชยบุรี ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน ไปจนถึงบ้านปากยาม ตำบลสามผง อำเภอศรีสงคราม ความยาว 92 กิโลเมตร รวมพื้นที่กว่า 34,381 ไร่
โดยพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำสงครามตอนล่าง จังหวัดนครพนม มีจุดเด่นเป็นพื้นที่ป่าบุ่งป่าทามติดกับสองฝั่งแม่น้ำ และพื้นที่ป่าสาธารณะ มีระบบนิเวศที่มีความสำคัญเป็นเอกลักษณ์ที่หายาก มีความสำคัญในเชิงความหลากหลายทางชีวภาพของชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ในระบบนิเวศ อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพันธุ์ปลาน้ำจืด เป็นแหล่งประมงพื้นบ้านที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของคนในพื้นที่ เป็นแหล่งอพยพเพื่อผสมพันธุ์วางไข่ของพันธุ์ปลาจากแม่น้ำโขงในช่วงฤดูน้ำหลาก
โดยพบความหลากหลายของพันธุ์ปลาอย่างน้อย 124ชนิด พันธุ์พืช 208ชนิด ซึ่งการได้รับขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือ แรมซาไซต์ ช่วยสร้างชื่อเสียงในกับชุมชนและประเทศไทย ที่มีแหล่งระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสมบูรณ์ระดับโลก ท้องถิ่นสามารถพัฒนาเพิ่มศักยภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศระดับโลกได้อีกด้วย มีการใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างรู้คุณค่า สร้างรายได้ สร้างอาชีพ และสร้างความมั่นคงทางระบบนิเวศ ความมั่นคงทางอาหารให้กับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ในอนาคตสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) จะผลักดันพื้นที่สถานตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ ให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือ แรมซาร์ไซต์ ลำดับที่ 16 ของประเทศไทยต่อไป ซึ่งมีความเหมาะสมด้านความสมบูรณ์ของพื้นที่ชุ่มน้ำ-ป่าชายเลน ช่วยฟอกอากาศและดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าป่าบกถึง 10 เท่า ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ดูแลรักษาพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างดี ฟื้นความสมบูรณ์กลายเป็นแหล่งอาหารของนกนางนวล นกอพยพ และนกประจำถิ่นที่สำคัญกว่า 400ชนิด .-สำนักข่าวไทย