โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนเหตุสลด เปิดภาพข่าวเขมรเหยียบกันตายคืนลอยกระทงเฉียด 400 ศพ สยองไฟดูดซ้ำ

Khaosod

อัพเดต 06 พ.ย. 2561 เวลา 07.49 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2561 เวลา 07.49 น.

ย้อนเหตุสลด เปิดภาพข่าวเขมรเหยียบกันตายคืนลอยกระทงเฉียด 400 ศพ สยองไฟดูดซ้ำ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในคืนวันที่ 22 พ.ย. 2553 ระหว่างงานเทศกาลน้ำ ที่เป็นการเฉลิมฉลองที่จัดขึ้นที่บริเวณแม่น้ำโตนเลสาบ เกาะเพชร กรุงพนมเปญ คล้ายงานลอยกระทง..

โดยช่วงเย็นของวันที่ 22 พ.ย. 2553 ประชาชนชาวกัมพูชานับล้านคนจากทั่วทุกสารทิศ เดินทางมายังบริเวณโตนเลสาบ กรุงพนมเปญ เพื่อร่วมฉลองวันสุดท้ายของเทศกาลน้ำ โดยมีการแสดงเด่นๆ ประกอบด้วยการแข่งเรือ จุดพลุไฟ และการแสดงคอนเสิร์ตบนเกาะเพชร เกาะกลางแม่น้ำโตนเลสาบ โดยประชาชนต้องใช้วิธีเดินเท้า ข้ามสะพานไปยังเกาะดังกล่าว จนเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ประชาชนบนสะพานหลายพันคนเกิดตื่นตระหนกโดยไม่ทราบสาเหตุ เบียดเสียดแย่งกันหาทางลงสะพาน ทำให้เกิดเหตุเหยียบกันเสียชีวิต

จากการตรวจสอบ มีการาสันนิษฐานว่า ที่มาของโศกนาฏกรรมนี้ เกิดขึ้นหลังจากคนที่อยู่กลางสะพานราว 10 คน เกิดเป็นลมล้มลง ทำให้คนตระหนกหาทางลงจนสะพานเริ่มแกว่ง เกิดข่าวลือว่าสะพานอาจรับน้ำหนักไม่ไหว ทำให้ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีไม่คิดชีวิต ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ชาวบ้านบางส่วนถูกดันตกสะพาน บางส่วนตั้งใจกระโดดหนีลงไปในแม่น้ำ จากนั้นได้พยายามปีนและยึดสายไฟที่ติดกับสะพานจนสายไฟขาด และเกิดไฟดูด นอกจากนั้น ผู้เห็นเหตุการณ์บางคนยังอ้างว่า สารวัตรทหารที่อยู่ปลายสะพานได้ใช้วิธีฉีดน้ำแรงดันสูงสลายฝูงชนที่ตื่นตระหนก แต่แรงดันน้ำทำให้สายไฟขาดไปชอร์ตชาวบ้าน อย่างไรก็ตาม ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ ไม่มีร่องรอยถูกไฟดูด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีชาวกัมพูชาเสียชีวิตอย่างน้อย 347 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 700 คน นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ได้กล่าวว่า เหตุดังกล่าวเป็นโศกนาฏกรรมครั้งรุนแรงที่สุดของประเทศ นับตั้งแต่สิ้นสุุดยุครัฐบาลแขมรแดงที่สังหารหมู่ประชาชนระหว่างปี 2518-2522

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...