โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วันนี้มี "อุตุฯ" แจ้งฤดูหนาวมา แล้วคน(จีน)โบราณรู้ฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างไร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 17 พ.ย. 2566 เวลา 02.32 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2566 เวลา 01.09 น.
ภาพเขียน หญิงชาวจีน ศตวรรษที่ 19

สมัยนี้เรามี “กรมอุตุนิยมวิทยา” ที่ประกาศแจ้งเตือนแต่ละ “ฤดูกาล” ว่า ฝนกำลังหมด หนาวกำลังมา แต่คนเมื่อหลายพันปีก่อนรู้ฤดูที่เปลี่ยนแปลง โดยสังเกตความสัมพันธ์ของ โลก-ดวงอาทิตย์-ดวงจันทร์ แบ่งสภาพอากาศทั้งปีเป็น 24 ตามการโคจรของดวงอาทิตย์

เดือน ปี ฤดูกาล สัมพันธ์กับจักรวาล

ในสังคมเก่าของจีน การทำนาเป็นอาชีพหลักของประชาชน ซึ่งต้องสอดคล้องกับฤดูกาล คนจีนโบราณจึงพยายามศึกษาวิถีแห่งฤดูกาล เพื่อใช้ทำปฏิทินเป็นเครื่องบอกเวลา แต่ที่สำคัญคือการกำหนดการกสิกรรมให้ฤดูกาล และใช้บอกวันเทศกาลให้แน่นอนด้วย เพราะเทศกาลจีนในยุคแรกเกี่ยวเนื่องกับฤดูกาลและการเกษตร

การเฝ้าสังเกตของนักดาราศาสตร์จีนพบว่า เดือน ปี ฤดูกาล ในแต่ละปี เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างโลก กับดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ เดือนเป็นไปตามอิทธิพลของดวงจันทร์ ฤดูเป็นไปตามอิทธิพลของดวงอาทิตย์ ส่วนปีมี 2 แบบ คือรอบปีสุริยคติกับรอบปีจันทรคติ ซึ่งปีปฏิทินจีนเก่าใช้ทั้ง 2 แบบควบกัน

เดือนเกิดจากดวงจันทร์โคจรรอบโลก 1 รอบ กินเวลาประมาณ 29 ½ วัน ปฏิทินจีนจึงมีเดือนใหญ่ 30 วัน เดือนเล็กมี 29 วัน เดือนมี 29 หรือ 30 วัน ต้องคำนวณอย่างละเอียดไม่มีหลักตายตัวอย่างปฏิทินไทยซึ่งถือเดือนคู่เป็นเดือนเต็มมี 30 วัน เดือนคี่เป็นเดือนขาดมี 29 วัน

ส่วนฤดูกาลเกิดจากโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ โดยแกนโลกทำมุมเอียง 23 ½ องศากับแนวซึ่งตั้งฉากกับวิถีโคจรของโลก พร้อมกับการหมุนรอบตัวเองของโลก ทำให้ส่วนต่างๆ ของโลกหมุนเวียนกันรับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์มากน้อยต่างกัน เกิดเป็นฤดูกาล

พื้นที่เกือบทั้งหมดของประเทศจีนอยู่ในเขตอบอุ่นเหนือ 1 ปี มี 4 ฤดู (ฤดูใบไม้ผลิ, ฤดูร้อน, ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว) แต่ละฤดูแบ่งเป็นกาลย่อยตามลักษณะดินฟ้าอากาศได้อีก 6 ช่วง แต่ละกินเวลาประมาณ 15 วัน รวม 1 ปี มีสภาวะอากาศ 24 ปักษ์ (ช่วงย่อยของฤดู) เมื่อครบ 4 ฤดู 24 ปักษ์ 365 วัน เป็น 1 รอบปีสุริยคติ

24 ปักษ์ในแต่ละปี มีอะไรบ้าง?

หลิวจั๋ว (พ.ศ. 1087-1151) นักดาราศาสตร์สมัยราชวงศ์สุย (พ.ศ. 960-1161) แบ่งเส้นสุริยวิถีเป็น 24 ช่วง มีระยะห่างเท่าๆ กัน ช่วงละ 15 องศาตามดาราศาสตร์ตามปัจจุบัน เมื่อดวงอาทิตย์ (ที่ถูกคือโลก) โคจรมาถึงจุดต่อของแต่ละช่วงก็เข้าสู่ปักษ์ใหม่ รายละเอียดดังนี้

  • หลิบชุน-เริ่มฤดูใบไม้ผลิ โลกโคจรมาถึงจุด 315 องศา ในวันที่ 4-5 กุมภาพันธ์ อากาศเริ่มคลายหนาว หิมะเริ่มละลาย

2.อู๋จุ้ย-น้ำฝน เริ่มมีฝนตก โลกโคจรมาถึงจุด 330 องศา ในวันที่ 19-20 กุมภาพันธ์

3. เก็งเต๊ก-สัตว์จำศีลสะดุ้ง เพราะเสียงฝนตกฟ้าร้องทำให้สัตว์จำศีลในฤดูหนาวสะดุ้งตื่นออกมาใช้ชีวิตปกติ เหมาะแก่การหว่านไถ โลกโคจรมาถึงจุด 345 องศา ในวันที่ 5-6 มีนาคม

4. ชุงฮุง-กึ่งใบไม้ผลิ เพราะโลกโคจรมาถึงจุด 0 องศา ในวันที่ 20 หรือ 21 มีนาคม วันนั้นเป็นวันกึ่งกลางฤดูใบไม้ผลิพอดี กลางคืนกลางวันยาวเท่ากัน อากาศหายหนาวเย็นสบาย ศัพท์บัญญัติดาราศาสตร์เรียกว่า “วสันตวิษุวัต” หรือ Vernal Equinox (วิษุวัต หรือ Equinox แปลว่า จุดราตรีเสมอภาค เพราะดวงอาทิตย์โคจรมาถึงจุดที่กลางวัน-กลางคืนบนโลกยาวเท่ากัน)

5. เช็งเม้ง-แจ่มใส บรรยกาศสดชื่นแจ่มใส ต้นเขียว ดอกไม้ออกดอก โลกโคจรมาถึงจุด 15 องศา ในวันที่ 4-5 เมษายน

6. ก๊กอู้-ฝนธัญชาติ ฝนตกมากหล่อเลี้ยงพืชพรรณธัญญาหารทั้งหลาย โลกโคจรมาถึงจุด 30 องศา ในวันที่ 20-21 เมษายน

7. หลิบเห่-เริ่มฤดูร้อน โลกโคจรมาถึงจุด 45 องศา ในวันที่ 5-6 พฤษภาคม

8. เสียวมั่ว-รวงน้อย ข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ออกรวง โลกโคจรมาถึงจุด 60 องศา ในวันที่ 21-22 พฤษภาคม

9. หมั่งเจ้ง-ปลูกธัญชาติที่มีเมล็ดหรือฝักเป็นขน ข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ที่ออกรวงในปักษ์ก่อนหน้าสุกแล้วให้รีบเก็บเกี่ยว และปลูกธัญชาติที่มีขน เช่น ข้าวฟาง, เกาเหลียง, ข้าวโพด เพราะถ้าปลูกไม่ทันปักษ์นี้จะไม่ได้ผล โลกโคจรมาถึงจุด 75 องศา ในวันที่ 6-7 มิถุนายน

10. เห่จี่-จุดสูงสุดของฤดูร้อน กลางวันยาวสุด ศัพท์บัญญัติดาราศาสตร์เรียกว่า “ครีษมายัน” (Summer Solstice คือ จุดสูงสุดทางเหนือในฤดูร้อน กลางวันจะยาวที่สุด) โลกโคจรมาถึงจุด 90 องศา ในวันที่ 21-22 มิถุนายน

11. เสียวซู่-ร้อนน้อย แต่ความจริงร้อนมาก เริ่มเมื่อโลกโคจรมาถึงจุด 105 องศา ในวันที่ 7-8 กรกฎาคม

12. ไต่ซู่-ร้อนมาก อากาศร้อนที่สุดในรอบปี เริ่มเมื่อโลกโคจรมาถึงจุด 120 องศา ในวันที่ 23-24 กรกฎาคม

13. หลิบชิว-เริ่มฤดูใบไม่ร่วง หรือเริ่มศารท เริ่มเมื่อโลกโคจรมาถึงจุด 135 องศา ในวันที่ 7-8 สิงหาคม

14. ชู้ซู่-ร้อยคลาย เริ่มเมื่อโลกโคจรมาถึงจุด 150 องศา ในวันที่ 23-24 สิงหาคม

15. แปะโหล่ว-น้ำค้างขาว ปักษ์นี้น้ำค้างตกเป็นสีขาวจับไปทั่ว เริ่มเมื่อโลกโคจรมาถึงจุด 165 องศา ในวันที่ 8-9 กันยายน

16.ชิวฮุง-กึ่งฤดูใบไม่ร่วง โลกโคจรมาถึงจุด 180 องศา ในวันที่ 23-24 กันยายน เป็นวันกึ่งกลางฤดูใบไม้ร่วงพอดี กลางคืนกลางวันยาวเท่ากัน ศัพท์บัญญัติดาราศาสตร์เรียกว่า “ศารทวิษุวัติ” หรือ “Autumnal Equinox”

  • หั่งโหล่ว-น้ำค้างยะเยือก อากาศเย็นมากจนน้ำค้างเกือบแข็ง เริ่มเมื่อโลกโคจรมาถึงจุด 195 องศา ในวันที่ 8-9 ตุลาคม

18. ซวงกั่ง-น้ำค้างแข็งตก อากาศหนาวจนน้ำค้างกลายเป็นน้ำแข็งจับอยู่ทั่วไป เริ่มเมื่อโลกโคจรมาถึงจุด 210 องศา ในวันที่ 23-24 ตุลาคม

19. หลิบตัง-เริ่มฤดูหนาว เมื่อโลกโคจรมาถึงจุด 225 องศา ในวันที่ 7-8 พฤศจิกายน

20. เซียวเสาะ-หิมะน้อย เริ่มมีหิมะตก เริ่มเมื่อโลกโคจรมาถึงจุด 240 องศา ในวันที่ 22-23 พฤศจิกายน

21. ไต่เสาะ-หิมะมาก ช่วงนี้หิมะตกหนัก เริ่มเมื่อโลกโคจรมาถึงจุด 255 องศา ในวันที่ 7-8 ธันวาคม

22. ตังจี่-จุดสูงสุดของฤดูหนาว กลางคืนยาวสุด ศัพท์บัญญัติดาราศาสตร์เรียกว่า “เหมายัน” หรือ “Winter Solstice” เริ่มเมื่อโลกโคจรมาถึงจุด 270 องศา ในวันที่ 22-23 ธันวาคม

23. เซียวฮั้ง-หนาวน้อย แต่ความจริงหนาวมาก เริ่มเมื่อโลกโคจรมาถึงจุด 285 องศา ในวันที่ 5-6 มกราคม

24. ไต่ฮั้ง-หนาวมาก อากาศหนาวจัด เริ่มเมื่อโลกโคจรมาถึงจุด 300 องศา ในวันที่ 20-21 มกราคม

ชื่อปักษ์ย่อยทั้ง 24 ปักษ์ ออกเสียงเป็นภาษาแต้จิ๋ว เพื่อให้ท่านสังเกตเห็นได้ง่ายว่าชื่อบางปักษ์กับเทศกาลจีนนั้นตรงกัน คล้ายกัน เช่น เช็งเม้ง, ตังจี่ ฯลฯ ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของนักดาราศาสตร์โบราณที่พยายามศึกษาวิถีแห่ง “ฤดูกาล” เพื่อกำหนดการกสิกรรมให้ฤดูกาล และใช้บอกวันเทศกาลเป็นสำคัญ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ถาวร สิกขโกศล. เทศกาลจีนและการเซ่นไหว้. กรุงเทพฯ : มติชน, 2557

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 ตุลาคม 2561

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...