โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เที่ยวอยุธยา ๙ วัด ไม่ใช่ในวันเดียว เพราะอะไรมาดูกัน!!

Readme.me

อัพเดต 24 มี.ค. 2560 เวลา 05.12 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. 2560 เวลา 09.49 น. • วันนี้ เที่ยวไหนดีนะ

สำหรับครั้งนี้เราจะพาไปเที่ยวอยุธยาเมืองเก่าของเราแต่ก่อนนั่นเอง

อยุธยาเป็นจังหวัดที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว

ที่ตั้งกระทู้ว่า ไหว้พระอยุธยา 9 วัด ไม่ใช่ในวันเดียว เพราะเราถ่ายภาพสะสมมาเรื่อยๆ

เราไม่สามารถไป 9 วัดในวันเดียวได้ คิดว่ามันเร่งรีบเกินไปโดยแทบไม่ได้ดูบรรยากาศรอบๆเลยด้วยซ้ำ

เสน่ห์ของอยุธยา มันคือโบราณสถานเราจึงใช้เวลาอยู่แต่ละวัดค่อนข้างจะนานวันนึงอาจจะได้ 3-4 วัดโดยประมาณ

มาดูแผนที่กันก่อนและจะได้วางแผนกันถูก ว่าควรจะไปวัดไหนก่อนหลัง แต่ตอนเราไปจะไม่ได้เรียงกันนะ

อยากไปวัดไหนก็ไป ไม่ได้ฟิกว่าต้องไปวัดนี้วัดนั้นก่อน แต่ถ้ามาจากกรุงเทพวัดแรกที่จะเจอคือ วัดไชยวัฒนาราม

ขอเริ่มรีวิวเลยละกัน โดยจะอธิบายประวัติ ค่าเข้าชมและเวลาทำการแบบคร่าวๆ พอนะเพราะเราก็ไม่ได้มีความรู้ทางด้านนี้เท่าไหร่

ข้อมูลทั้งหมดเราหาจาก website ต่างๆ

วัดที่ 1 วัดพระศรีสรรญเพชญ

วัดพระศรีสรรเพชญนั้นเป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ที่วัดนี้ เดิมเป็นวัดเพื่อประกอบพิธีสำคัญต่างๆ

และเป็นที่เก็บอัฐิของพระมหากษัตริย์ เปรียบได้กับวัดพระแก้วนั่นเอง โดยมีพระศรีสรรเพชญดาญาณ เป็นพระประธานแห่งวัดนี้

ภายหลังเมื่อเสียกรุง ปี พ.ศ. 2310 พม่าเผาได้ลอกทองคำไปหมดทำให้องค์พระเสียหาย ในสมัยรัตนโกสินทร์

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายมาประดิษฐานวัดพระเชตุพน(วัดโพธิ์)

จุดเด่นคือ เจดีย์สีขาว 3 องค์ตั้งเรียงกันสวยงาม วัดนี้เป็นวัดที่เราชอบมากที่สุด

เพราะตัวเจดีย์นั้นสวยมาก บรรยากาศรอบๆวัดนั้นก็ร่มรื่นมีมุมให้ถ่ายรูปเยอะเลยครับ

สำหรับใครที่ชอบถ่าย วัดนี้พลาดไม่ได้รับรองว่าได้มุมสวยๆเด็ดๆแน่นอน

เปิดเวลา 08.30–16.30 น.

คนไทย 10 บาท คนต่างชาติ 30 บาท

วัดที่ 2 วัดมหาธาตุ

วัดมหาธาตุเรียกว่าเป็นไฮไลท์เด็ดของจังหวัดนี้เลยก็ว่าได้ เป็นวัดที่จะพบเห็นชาวต่างชาติมากที่สุดวัดนึง

ในสมัยก่อนวัดมหาธาตุจัดว่าเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญที่สุดในกรุงศรีอยุธยา เพราะนอกจากยังเป็นที่

ประดิษฐานพระบรมธาตุกลางเมืองแล้ว ยังเป็นที่พำนักของ สมเด็จพระสังฆราช ฝ่ายคามวาสีอีกด้วย

วัดแห่งนี้จึงได้รับการก่อสร้าง และ ดูแลตลอดเวลา

ครั้งเมื่อเสียกรุงในปี 2310 วัดมหาธาตุถูกไฟไหม้เสียหายมาก และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาวัดมหาธาตุก็ได้กลายเป็นวัดร้าง

จุดเด่น เศียรพระพุทธรูปในต้นไม้ จัดว่าเป็นมุมที่ทุกคนที่ไปวัดนี้ต้องถ่ายรูป

แต่ในส่วนมุมอื่นๆก็สวยงามไม่แพ้กัน

เปิดเวลา 08.30–16.30 น.

คนไทย 10 บาท คนต่างชาติ 30 บาท

วัดที่ 3 วัดธรรมิกราช

ในพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระยาธรรมิกราชโอรสของพระเจ้าสายน้ำผึ้งเป็นผู้สร้าง จึงสันนิษฐานว่าคงสร้างขึ้นก่อนที่จะสถาปนากรุงศรี

อยุธยา เดิมชื่อวัดมุขราช ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อตามผู้สร้างเป็นวัดธรรมิกราช.

จุดเด่น เจดีย์สิงห์ล้อม 52 ตัว ถึงแม้พระเจย์ดีและตัวสิงห์จะชำรุดไปตามการเวลา

แต่ก็มีสิงห์บางตัวที่ยังคงสมบูรณ์สวยงาม

สำหรับใครที่อยากไปทำบุญถวายสังขทาน ก็สามารถไปที่วัดนี้ได้

ไม่เสียค่าเข้า

วัดที่ 4 วัดหน้าพระเมรุ

วัดหน้าพระเมรุ เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากเคยเป็นวัดที่พม่าใช้ตั้งฐานบัญชาการจังเป็นวัดเดียว

ในกรุงศรีอยุธยาที่ไม่ถูกพม่าทำลายและยังคงปรากฏสถาปัตยกรรมแบบอยุธยา

และอยู่ในสภาพสมบูรณ์มากที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พระประธานในอุโบสถสร้างปลายสมัยอยุธยาเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ทรงเครื่องแบบกษัตราธิราช

มีนามว่า“พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ" จัดเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยอยุธยา

ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีปรากฏอยู่ในปัจจุบัน

ในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ได้มีการปฏิสังขรณ์วัดนี้โดยรักษาแบบอย่างเดิมไว้

และได้เชิญพระพุทธรูปศิลาสีเขียวหรือพระคันธารราฐประทับนั่งห้อยพระบาทสมัยทวาราวดี

จากวัดมหาธาตุมาไว้ในวิหารสรรเพชญ์

จุดเด่น พระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยอยุธยาที่มีขนาดใหญ่ ในจุดที่เราชอบจะเป็นต้นไม้ขึ้นล้อมเจดีย์ไว้มันเป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก

เปิดเวลา 08.00-18.00 น.

วัดที่ 5 วัดภูเขาทอง

วัดภูเขาทองเป็นวัดโบราณของอยุธยา เป็นเจดีย์สูงใหญ่ตั้งอยู่กลางทุ่งนา สามารถมองเห็นได้แต่ไกล

และยังเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำวัดอยู่

เมื่อปี พ.ศ. 2112 พระเจ้าบุเรงนอง แห่งเมืองหงสาวดี ได้ยกทัพเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ

จึงได้สร้างพระเจดีย์ใหญ่แบบมอญขึ้นไว้เป็นอนุสรณ์ที่วัดนี้ ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ

ได้ทำการปฏิสังขรณ์องค์เจดีย์ใหม่ เปลี่ยนรูปจากเจดีย์มอญเป็นรูปเจดีย์ย่อไม้สิบสองที่กำลังนิยมอยู่ในขณะนั้น

ส่วนฐานนั้นเป็นศิลปะมอญอยู่

วัดที่ 6 วัดใหญ่ชัยมงคล

จากที่ไปมาหลายวัด วัดใหญ่ชัยมงคงนี่เป็นวัดที่ฮิตมากวัดนึงเลย คนนิยมมาทำบุญที่วัดแห่งนี้ค่อนข้างเยอะ

จุดสนใจของวัดนี้คือเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน และยังมีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น มีเจดีย์ที่สูงที่สุดในอยุธยาอีกด้วย

วัดใหญ่ชัยมงคงเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น

จุดเด่น เจดีย์ที่สูงที่สุดในอยุธยา และแถวพระพุทธรูป ที่ประดิษฐานเรียงรายอยู่ในระเบียงคดที่ยังมีความสมบูรณ์อยู่มาก

เปิด-ปิด 8.30-16.30 น.

วัดที่ 7 วัดราชบูรณะ

วัดราชบูรณะ ตั้งอยู่ในเกาะอยุธยา ทางด้านทิศเหนือของวัดมหาธาตุ

ตามพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ระบุว่า สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1967

วัดนี้เป็นวัดที่ใช้ ถวายเพลิงพระศพพระเชษฐาทั้ง 2 พระองค์ คือเจ้าอ้ายพระยา และเจ้ายี่พระยา ซึ้งทรงทำยุทธหัตถี

แย่งชิงพระราชสมบัติจนสิ้นพระชนม์พร้อมกัน ส่วนบริเวณที่สิ้นพระชนม์โปรดให้ก่อเจดีย์เพื่อเป็นอนุสรณ์ขึ้น 2 องค์

และในสมัยกรุงศรีอยุธยา วัดราชบูรณะมีฐานะเป็นวัดอารามหลวง

จุดเด่น วัดราชบูรณะ ยังเป็นกรุมหาสมบัติขนาดใหญ่ ที่เก็บสมบัติและของมีค่าไว้มากมาย อาทิ เช่น พระแสงขันธ์

มงกุฎ และมงกุฏราชินี เสื้อทองคำ และพระพุทธรูปต่างๆ พระแก้ว พระทองคำ พระนาก เป็นต้น

เปิดเวลา 08.30–16.30 น.

ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท

วัดที่ 8 วัดไชยวัฒนาราม

วัดไชยวัฒนารามเป็นอีกหนึ่งวัดที่เราชอบมากที่สุดไม่ว่าจะไปอยุธยากี่ครั้งก็จะต้องขอแวะวัดด้วยทุกครั้ง

วัดไชยวัฒนารามตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และยังเป็นวัดหนึ่ง ที่มีสถาปัตยกรรมการก่อสร้างไม่เหมือนวัดอื่นๆใน จ.อยุธยา

เรียกว่าเป็นวัดที่สวยมากวัดนึงเลย

วัดไชยวัฒนารามเดิมเป็นพระอารามหลวงในสมัยอยุธยา ต่อมาในรัชสมัยของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศได้ใช้วัดนี้

ในฐานะเป็นวัดฝ่ายอรัญวาสีสำหรับพระราชทานเพลิงศพของพระราชวงศ์และขุนนางผู้สูงศักดิ์

ในปี พ.ศ.2299 กรมพระราชวังบวรสถานมงคล เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร (เจ้าฟ้ากุ้ง)

กวีเอกสมัยอยุธยาตอนปลาย ได้ถูกกล่าวโทษว่าเสด็จเข้ามาทำชู้กับเจ้าฟ้าสังวาลย์

ในพระราชวังหลายครั้ง สืบสวนได้ความเป็นสัตย์จริง จึงลงพระราชอาญาเฆี่ยนทั้ง

สองพระองค์จนดับสูญแล้วนำศพไปฝังไว้ ณ วัดไชยวัฒนารามทั้งสองพระองค์

เปิดเวลา 08.30–16.30 น.

คนไทย 10 บาท คนต่างชาติ 30 บาท

วัดที่ 9 วัดพุทไธศวรรย์

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา วัดพุทไธศวรรย์เป็นพระอารามหลวงที่ใหญ่โตและมีชื่อเสียงวัดหนึ่ง

เมื่อเสียกรุงฯ ในปี พ.ศ. 2310 วัดพุทไธศวรรย์ก็เป็นอีกวัดหนึ่งที่มิได้ถูกพม่าทำลาย

เหมือนวัดอื่นๆ ทุกวันนี้จึงยังมีโบราณสถานไว้ชม

จุดเด่น วิหารพระนอนขนาดใหญ่ ที่ยังคงความสมบูรณ์ไว้ให้ชม

จบแล้ววววววสำหรับการีวิว 9 วัดใน จ.อยุธยา จะเห็นได้ว่าองค์พระส่วนใหญ่นั้นจะถูกทำลายจนหมดแล้ว

เมื่อครั้งเสียกรุง น่าเสียดายมากถ้าไม่เกิดสงครามคงจะมีความงดงามอยู่มาก เพราะฉะนั้นเราคนรุ่นหลังต้องช่วยกัน

รักษามรดกของประเทศเราไว้ด้วย และช่วยกันรักษาความสะอาดด้วยนะจ๊ะ

สุดท้ายนี้ ขอฝากเพจ ท่องเที่ยวน้องใหม่ : 'วันนี้เที่ยวไหนดีนะ' กับคอนเซป เที่ยวได้ง่าย ตามรอยได้สบายๆ ด้านล่างเลย

https://www.facebook.com/whereuwannago/

กดอ่านรีวิวนี้ต่อ https://th.readme.me/p/8707
ติดตามรีวิวใหม่ๆ ได้ที่ Readme.me
ติดตามแฟนเพจเราได้ที่ Facebook Readme.me - ไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...