“ออสเตรเลีย” พบผู้ติดเชื้อสูงสุดของปี “นิวซีแลนด์” เลื่อนทราเวลบับเบิล ไม่มีกำหนด
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า รัฐนิวเซาท์เวลส์ รัฐวิกตอเรีย และ รัฐควีนส์แลนด์ มีประชากรรวมกันราว 15 ล้านคน หรือ 60% ของทั้งประเทศ พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รวมกันวันนี้ 361 คน สูงสุดในปีนี้ และมีผู้เสียชีวิต 5 คน ซึ่งถือเป็นยอดสูงสุดวันหนึ่งของปี
โดย “รัฐนิวเซาท์เวลส์” พบผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงที่สุดอยู่ที่ 319 คน ส่วน “รัฐวิกตอเรีย” พบผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุดแห่งปีที่ 29 คน และยังอยู่ภายใต้การล็อกดาวน์ 7 วัน ถือเป็นการล็อกดาวน์ครั้งที่ 6 ของรัฐนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาด
ขณะที่ “นครซิดนีย์” ซึ่งอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์มานานกว่า 7 สัปดาห์ยังคงพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 262 คนส่งผลให้นครซิดนีย์มียอดผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 5,000 คน ทางการรัฐนิวเซาท์เวลส์เรียกร้องให้ชาวเมืองซิดนีย์เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพิ่มมากขึ้น เพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา
แม้ยอดผู้ติดเชื้อในซิดนีย์จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ “นครบริสเบน” ซึ่งเป็นเมืองเอกของ รัฐควีนส์แลนด์ ได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในวันนี้หลังสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 แบบกลุ่มในพื้นที่ได้ อย่างไรก็ตาม ทางการรัฐควีนส์แลนด์ยังคงบังคับใช้มาตรการห้ามเดินทางออกนอกนครบริสเบนและห้ามประชาชนรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก
จากสถานการณ์ในออสเตรเลีย ที่แม้จะมีการล็อคดาวน์ แต่ยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ “นิวซีแลนด์” ยกเลิกทราเวลบับเบิลกับออสเตรเลียอย่างไม่มีกำหนด และขณะนี้นิวซีแลนด์ยังคงปิดพรมแดน
โดย กระทรวงสาธารณสุขของนิวซีแลนด์ รายงาน พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่จำนวน 5 ราย เป็นผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ โดยตรวจพบเชื้อขณะอยู่ระหว่างกักตัวตามขั้นตอน แต่ยังไม่พบการติดเชื้อภายในท้องถิ่นแต่อย่างใด
ปัจจุบันนิวซีแลนด์มีผู้ติดเชื้อที่รักษาตัวอยู่ 32 ราย ขณะที่ยอดติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 2,530 ราย และยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉลี่ยในรอบ 7 วัน พบที่พรมแดนนิวซีแลนด์อยู่ที่ 2 ราย
ข้อมูลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (7 ส.ค. 64) นิวซีแลนด์ ฉีดวัคซีนให้ประชาชนไปแล้วกว่า 2.18 ล้านโดส เป็นวัคซีนโดสแรกจำนวน 1.37 ล้านโดส และอีก 816,000 เป็นการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2