โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก DNS และ VPN คีย์เวิร์ดไขประตูสู่โลกกว้าง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 พ.ย. 2563 เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2563 เวลา 10.10 น.

รู้จัก DNS และ VPN คีย์เวิร์ดไขประตูสู่โลกกว้าง

หลังจากเว็บไซต์ Pornhub เว็บไซต์ขวัญใจมวลชนถูกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมปิดกั้นการเข้าถึงเนื่องจากมีความผิด ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ไปก่อนหน้านี้นั้น

คลิกอ่าน Pornhub เว็บหนังผู้ใหญ่ ถูกรัฐบล็อกการเข้าถึง กระทบผู้ชมชาวไทยจำนวนมาก

เพียงไม่กี่ชั่วโมงโลกออนไลน์ก็สามารถหาวิธีเข้าถึงเว็บไซต์ดังกล่าวที่ถูกบล็อกได้แล้วอย่างกว้างขวางโดยคีย์เวิร์ดสำคัญสำหรับการเข้าถึงนั้นก็คือคำว่า DNS และVPN ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่า คีย์เวิร์ดทั้งสองคืออะไร และทำไมจึงสามารถทำให้เข้าเว็บไซต์ที่ถูกบล็อกในแต่ละประเทศได้

DNS คืออะไร?

สำหรับ DNS ย่อมาจาก Domain Name System ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย ARPANET ซึ่งเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ภายในภายใต้ความรับผิดขอบของสำนักงานโครงการวิจัยขั้นสูง หรืออีกชื่อย่อว่า ARPA เป็นระบบที่เริ่มต้นตั้งแต่การคิดค้นระบบอินเตอร์เน็ตมาเลยทีเดียว

DNS ทำหน้าที่ในการเก็บค่า IP ของแต่ละเว็บไซต์เอาไว้ โดยจะแปลง URL ของเว็บไซต์เช่น www.matichon.co.th ให้เป็นตัวเลข และตัวเลขดังกล่าวจะถูกส่งเข้าเซิร์ฟเวอร์ DNS ซึ่งเซอร์เวอร์เหล่านี้จะมีความสามารถในการจำกัดการเข้าถึงเว็บไซต์แต่ละเว็บไซต์ได้

ซึ่งค่า DNS นี้จะถูกตั้งเป็นค่ามาตรฐานตามผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต เช่น True,AIS, 3BB, DTAC และเมื่อรัฐบาลสั่งให้มีการปิดกั้นเว็บไซต์ใดก็จะถูกตั้งค่าผ่านเซอร์เวอร์ DNS ของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตเหล่านี้นั่นเอง

ซึ่งการจะเข้าเว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นเหล่านี้ก็สามารถทำได้ง่ายๆเพียงแค่เปลี่ยนการตั้งค่าเว็บบราวเซอร์ให้ไปใช้เซิร์ฟเวอร์ DNS ที่เปิดให้บริการฟรีเช่น Google (Public DNS) และ Cloudflare (1.1.1.1) เป็นต้น

VPN คืออะไร?

สำหรับคีย์เวิร์ดอย่าง VPN ที่ถูกพูดถึงกันนั้นย่อมาจาก Virtual Private Network เป็นฟังก์ชั่นหนึ่งในระบบเน็ตเวิร์ค ทำให้สามารถรับส่งข้อมูลได้อย่างมีความปลอดภัยมากขึ้น และมี Gateway ในการรับส่งข้อมูลที่ปราศจากการแทรกแซงจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตรวมไปถึงรัฐบาลไม่สามารถติดตามการท่องอินเตอร์เน็ตของผู้ใช้งานได้ เสมือนกับการเข้าถึงเว็บไซต์ต่างๆผ่านอุโมงค์ที่มีความปลอดภัย

ความสามารถที่โดดเด่นในการนำมาใช้เข้าเว็บไซต์ที่ถูกรัฐบาลบล็อกก็คือ ความสามารถในการเปลี่ยนภูมิภาคการใช้งานอิตเตอร์เน็ต โดยเชื่อมต่อผ่าน VPN Server ภูมิภาคก็จะเปลี่ยนที่อยู่ตามเซิร์ฟเวอร์นั่นเอง

ซึ่งการเชื่อมต่อผ่าน VPN นั้นทำได้โดยการตั้งค่าด้วยตัวเองโดยการตั้งต่านั้นก็สามารถสอบถามได้จากผู้ดูแลระบบเซิร์ฟเวอร์หรือเว็บไซต์ที่ให้บริการ VPN รวมไปถึงการใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่น VPN ที่มีให้เลือกมากมายทั้งใน PlayStore สำหรับระบบปฏิบัติการ Android และ AppStore ของระบบปฏิบัติการ iOS ซึ่งก็จะมีทั้งแบบฟรีและเสียค่าบริการ  เช่น  Hotspot Shield, TunnelBear, VPN4Games เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...