ระบบบาร์โค้ด 2 มิติ ยกระดับปลอดภัยยุค New Normal
คอลัมน์ แตกประเด็น ธนารักษ์ พงษ์เภตรา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของไทยและทั่วโลกมาแล้วเกือบ 1 ปีนั้น ทำให้ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยวและบริการหยุดชะงักลง บริษัทเอกชนและนายจ้างต่างแก้ปัญหาด้วยวิธีต่าง ๆ เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด ขณะที่การดูแลใส่ใจความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป ท่านผู้อ่านเคยสงสัยหรือไม่ว่ารหัสบาร์โค้ดที่พิมพ์อยู่บนบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นั้น จะช่วยดูแลความปลอดภัยให้ผู้บริโภคอย่างเราได้อย่างไร
บาร์โค้ดคืออะไร บาร์โค้ด (barcode) คือ เลขหมายประจำตัวสินค้า ใช้แทนด้วยแท่งบาร์ขาว-ดำ ประกอบด้วยตัวเลข 8-13 หลัก สามารถอ่านได้ด้วยเครื่องสแกนเนอร์โดยอาศัยหลักของการสะท้อนแสง ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จำเป็นต้องมีบาร์โค้ด เพื่อความสะดวกในการทำธุรกิจระหว่างผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง ผู้จัดจำหน่าย และผู้ค้าปลีก เปรียบเสมือนรหัสบัตรประจำตัวประชาชนของสินค้านั้น ๆ
ประโยชน์ของมันคือช่วยประหยัดเวลาในการซื้อขายสินค้าโดยเฉพาะการชำระเงิน การออกใบเสร็จ การตัดสต๊อกสินค้าอัตโนมัติ ทำให้วางแผนการสต๊อกสินค้าและวิเคราะห์ได้ว่าสินค้าตัวใดขายดี มีสินค้าเหลืออีกเท่าไร ส่วนประโยชน์ในมุมของผู้บริโภคนั้น จะช่วยป้องกันการผิดพลาดในการชำระเงิน ได้รับบริการรวดเร็วขึ้น และสามารถตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ได้
ปัจจุบันสถาบันรหัสสากล หรือ GS1 Thailand ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริหารของ GS1 Global Office ให้ทำหน้าที่บริหารการใช้งานบาร์โค้ดมาตรฐานสากล GS1 System โดยเป็นนายทะเบียนออกเลขหมายบาร์โค้ดตามมาตรฐานสากล GS1 อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เป็นองค์กรกลางของผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก และผู้บริโภค ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ไปใช้ในการบริหารจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมไทย
ปัจจุบันเทคโนโลยีบาร์โค้ด 2 มิติ เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นจากบาร์โค้ด 1 มิติ เนื่องด้วยมีคุณสมบัติที่ออกแบบมาให้บรรจุข้อมูลได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน สามารถบรรจุข้อมูลได้จำนวนมากประมาณ 4,000 ตัวอักษรหรือประมาณ 200 เท่าของบาร์โค้ด 1 มิติ ในพื้นที่เท่ากันหรือเล็กกว่า เช่น หมายเลข batch/lot การผลิต หมายเลขเรียงลำดับสินค้า วันที่ควรบริโภคก่อนวันหมดอายุ ซึ่งเป็นข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) ที่มาของสินค้า ช่วยในเรื่องของความปลอดภัยสินค้า
สัญลักษณ์บาร์โค้ด 2 มิติ ยังสามารถอ่านข้อมูลจำนวนมากโดยใช้พื้นที่ในการอ่านน้อยที่สุด อีกทั้งสัญลักษณ์ยังสามารถพิมพ์โดยตรงลงบนผลิตภัณฑ์ และกำหนดหมายเลขเรียงลำดับสินค้าเพื่อระบุติดตามผลิตภัณฑ์เหล่านั้นตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งมีความสำคัญมากในกรณีที่มีการเรียกคืน(recall) เกิดขึ้น
โดยสถาบันได้นำเทคโนโลยีบาร์โค้ด 2 มิติ ชนิด GS1 DataMatrix เข้ามาเป็นเครื่องมือเพื่อพัฒนาความปลอดภัยและตอบสนองความต้องการในภาคอุตสาหกรรม อาทิ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอวกาศ และเหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรม healthcare เนื่องจากมีขนาดเล็ก เราจึงสามารถเห็นบาร์โค้ด GS1 DataMatrix บนบรรจุภัณฑ์ยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นต้น
นอกจากนั้น GS1 DataMatrix ยังมีจุดเด่นคือ สัญลักษณ์ GS1 DataMatrix จะยังสามารถสแกนได้แม้ว่าจะมีความเสียหาย การฉีกขาด หรือการพิมพ์ที่ไม่มีคุณภาพ หากปริมาณความเสียหายไม่เกินกว่าการแก้ไขข้อผิดพลาดที่มีอยู่GS1 DataMatrix ได้รับการเห็นชอบจากกลุ่ม healthcare ทั่วโลกว่าเป็นสัญลักษณ์บาร์โค้ดสำหรับการระบุบ่งชี้ที่มีการนำไปใช้อย่างแพร่หลายมากที่สุด
โดยมีการใช้งานมากกว่า 6 พันล้านรายการต่อวัน สัญลักษณ์บาร์โค้ด GS1 สร้างขึ้นจากรหัสบ่งชี้ประจำตัว (เช่น เลขหมายประจำตัวสินค้าสากล global trade item number หรือ GTIN) และคุณลักษณะต่าง ๆ (เช่น หมายเลขแบตช์/ลอตการผลิต, วันหมดอายุ, หมายเลขเรียงลำดับสินค้า เป็นต้น) ซึ่งตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรม healthcare ได้อย่างดี ทั้งนี้อุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็เริ่มมีการพัฒนานำไปใช้ในระบบเพิ่มมากยิ่งขึ้น เช่น ธุรกิจค้าปลีก อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
สถาบันรหัสสากลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงได้มุ่งเน้นส่งเสริมการใช้งานบาร์โค้ด 2 มิติ และมาตรฐานการตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) ที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน พร้อมกับตอบสนองความต้องการของคู่ค้าและตลาดโลกทั้งในปัจจุบันและในอนาคต เตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการ นักธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมไทยก้าวสู่เวทีโลก หากมีคำถามเกี่ยวกับบาร์โค้ด 2 มิติ GS1 DataMatrix โทร.สอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0-2345-1000 หรือที่ไลน์ @ftithailand, @gs1thailand