โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สายแทรกมีหนาว! ‘ทางด่วน’ ติดกล้องวงจรปิด ปรับเงิน ‘รถวิ่งไหล่ทางซ้าย’

The Bangkok Insight

อัพเดต 02 เม.ย. 2564 เวลา 09.12 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2564 เวลา 09.12 น. • The Bangkok Insight

สายแทรกมีหนาว! กทพ. ระดมติดกล้องวงจรปิดบน “ทางด่วน” จับภาพ “รถวิ่งไหล่ทางซ้าย” ร่อนข้อมูลถึงตำรวจสั่งปรับครั้งละ 1,000 บาท

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวมาตรการความปลอดภัยบนทางพิเศษ (ทางด่วน) ด้วยกล้องตรวจจับความเร็วและกล้องตรวจจับรถยนต์วิ่งไหล่ทางซ้าย (ช่องทางฉุกเฉิน) รวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย โดยความร่วมมือระหว่าง กทพ. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ว่า

ทางด่วน รถวิ่งไหลทาง ปรับง

ข้อมูลของ กทพ. โดยระบบงานเหตุการณ์บนทางพิเศษ (TFC) พบว่าสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน ในปีงบประมาณ 2563 มีมากกว่า 800 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 440 ราย และเสียชีวิต จำนวน 7 ราย โดยเกือบ 50% ของอุบัติเหตุ มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมของผู้ขับขี่ อาทิ การใช้ความเร็วสูง การเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน ฯลฯ

กทพ. โดยฝ่ายควบคุมการจราจร จึงได้จัดทำแผนการดำเนินงานการป้องกันอุบัติเหตุใน ทางด่วน ประจำปีงบประมาณ 2563 - 2565 ที่มุ่งเน้นการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้บนทางพิเศษโดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันและลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บและเสียชีวิตที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้ทางพิเศษให้เหลือน้อยที่สุด รวมถึงลดความสูญเสียในทรัพย์สินของผู้ใช้ทางพิเศษและของ กทพ. อันจะทำให้ผู้ใช้ทางพิเศษเกิดความสะดวกและปลอดภัยในการใช้ทางด่วน

มาตรการสำคัญที่จะขับเคลื่อนในช่วงปีงบประมาณ 2563-2565 ประกอบด้วย 2 มาตรการ คือ

1. การติดตั้งป้ายเเจ้งเตือนความเร็ว (Your Speed Sign) ที่ทำงานควบคู่ไปกับกล้องตรวจจับความเร็ว เพื่อให้ผู้ใช้ทางด่วนใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด โดย กทพ. จะดำเนินการติดตั้งให้ครอบคลุมทั่วทุกสายทางด่วนรวมจำนวนทั้งสิ้น17 จุด บนทางด่วน 4 สายทาง

ที่ผ่านมา กทพ. ได้ดำเนินการติดตั้งแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 จำนวน 2 เส้นทาง คือ ทางด่วนบูรพาวิถี จำนวน 4 จุด เเละทางด่วนเฉลิมมหานคร จำนวน 5 จุด สำหรับอีก 2 เส้นทางที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการประกอบด้วย ทางด่วน กาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) จำนวน 4 จุด คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนกันยายน 2564 เเละทางด่วนฉลองรัช จำนวน 4 จุด คาดว่าจะเเล้วเสร็จประมาณเดือนกันยายน 2565

2.การติดตั้งกล้องตรวจจับรถยนต์วิ่งไหล่ทางซ้าย หรือช่องทางฉุกเฉิน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุในไหล่ทางโดย กทพ. จะดำเนินการติดตั้ง จำนวน 32 จุด บนทางด่วน 4 สายทาง

ซึ่ง กทพ. ได้ดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2563 จำนวน 1 เส้นทาง คือทางด่วนกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) จำนวน 10 จุด ส่วนอีก 3 เส้นทาง อยู่ในระหว่างการดำเนินการ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปี 2564 ประกอบด้วย ทางด่วนเฉลิมมหานคร จำนวน 6 จุด, ทางด่วน ฉลองรัช จำนวน 8 จุด เเละทางด่วนบูรพาวิถี จำนวน 8 จุด

ทั้งนี้ ในส่วนของทางด่วนที่มีเอกชนร่วมดำเนินการ กทพ. ได้ประสานให้มีการติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็ว และกล้องตรวจจับรถยนต์วิ่งไหล่ทางซ้ายเช่นกัน

สำหรับขั้นตอนการดำเนินงาน กทพ. จะรวบรวมข้อมูลผู้กระทำผิดพร้อมไฟล์ภาพ จัดส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายนนี้เป็นต้นไป

“แต่อย่างไรก็ตามนอกจากการใช้ความเร็วสูง หรือวิ่งไหล่ทางซ้ายที่เป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่เป็นสาเหตุได้อีก เช่น สภาพรถที่ไม่สมบูรณ์ ไม่มั่นคงแข็งแรง ยางแตก ระบบเบรคขัดข้อง เป็นต้น กทพ. จึงได้มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการทางด่วนตรวจสภาพรถก่อนขึ้นใช้ทางด่วนเพื่อความปลอดภัย” นายสุรเชษฐ์กล่าว

นายดำเกิง ปานขำ รองผู้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนนำ รถวิ่งไหล่ทางซ้าย บน ทางด่วน จะถูกปรับ 1,000 บาท ส่วนกรณีขับรถเร็วเกินกว่า 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตามกฎหมายกำหนดจะถูกปรับ 500 บาท

อย่างไรก็ตามปัจจุบัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ระหว่างแก้ไขระเบียบกฎกระทรวงที่ออกตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกพ.ศ.2522 เพื่อปรับลดอัตราความเร็วสูงสุดบนทางด่วนให้เหลือไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากเดิมไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อเร่งลดอุบัติเหตุ

พ.ต.อ.ศราวุธ จิตต์ระเบียบ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำชับให้ทำการตรวจจับความเร็วบนทางด่วน อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ โดยให้จับกุมการแข่งรถบนทางด่วน การใช้ความเร็วเกิน กฎหมายกำหนด และการฝ่าฝืนวิ่งบนไหล่ทางซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย โดยประสานตำรวจทางด่วน เข้มงวดทางด่วนที่เชื่อมไปยังสมุทรปราการ ปทุมธานี สระบุรี เป็นต้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...